Translate

สงกรานต์หยุดยาว ชวนดูดาวที่บ้านเกิด

หลังจากที่หลายคนต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำมาหากินมาตลอดทั้งปี ในช่วงสงกรานต์ก็จะได้พักผ่อนหยุดยาว หลายคนเดินทางกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ และครอบครัวที่บ้านเกิด หลายคนก็หนีอากาศที่ร้อนอบอ้าวไปสัมผัสกับธรรมชาติ ตามขุนเขาลำเนาไพรต่าง ๆ เพื่อชาร์ตแบตเตอรี่ให้ตัวเอง  


เพราะว่าท้องฟ้าตามต่างจังหวัด ชานเมือง และชนบท จะค่อนข้างมืดปราศจากจากแสงไฟจากเมืองรบกวน ทำให้มองเห็นดาวได้ง่าย ดูแล้วน่าอภิรมย์ใจยิ่งนัก หากใครอยากจะเริ่มต้นหัดดูดาว ลองอ่านคำแนะนำนี้ดูนะครับ ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน 

ท้องฟ้าวันที่ 13-15 เม.ย.2566 มีอะไรให้ดูบ้าง
ช่วงหัวค่ำถึงเที่ยงคืน ทั้ง 3 คืน ดูดาวได้สบายมากเลยครับ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น (Beginner)  ท้องฟ้าปราศจากแสงจันทร์รบกวน เพราะดวงจันทร์จะขึ้นหลังเที่ยงคืนไปแล้ว 
  • ทั้ง 3 วัน ดวงอาทิตย์จะตกลับขอบฟ้าเวลา  18:31 น. 
  • ช่วงแสงสนธยา อยู่ระหว่าง 18:31-19:44 น. (ช่วงนี้จะเริ่มมองเห็นดาวศุกร์ ที่เขาเรียกว่า ดาวประจำเมือง)
  • หลังจากสิ้นแสงสนธยา 19 : 44 น. ก็เริ่มดูดาวได้เต็มที่เลยครับ หันหน้าไปทิศเดียวกับที่ดวงอาทิตย์ตก (ตะวันตก) พอเริ่มมืดก็จะปรากฏดาวตามภาพด้านล่างนี้เลยครับ

จากภาพด้านบน ดาวที่เราได้เห็นแน่ ๆ  คือ ดาวศุกร์  กลุ่มดาวลูกไก่ (ข้างดาวศุกร์) ดาวอังคาร ดาวตาวัว เข็มขัดนายพราน (ดาวไถ) ดาวโจร (ซิริอัส) และสามเหลี่ยมดูหนาว ฯลฯ กลุ่มดาวเหล่านี้ จะค่อย ๆ ตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกตามดวงอาทิตย์ไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โปรดอ่านบทความด้านล่างนี้ เพิ่มเติม ครับ 
กลุ่มดาวที่แนะนำให้ดูในหัวค่ำ 13-15 เม.ย.2566
จะเห็นภาพเช่นนี้

ทางช้างเผือกก็มีให้ดูครับ
สำหรับท่านใดที่นอนดึก หรือสังสรรค์กันติดลม ถ้าอยากดูทางช้างเผือกให้เห็นเป็นบุญตาสักครั้ง ได้เลยครับ ทางช้างเผือก (Milky way) จะขึ้นให้เห็นในแต่ละวัน ดังนี้
  • วันที่ 14 เม.ย.2566 เวลาประมาณ 00:30 น.เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงเวลา 01:27 น.ดวงจันทร์จะเริ่มขึ้น แสงดวงจันทร์อาจทำให้มองเห็นทางช้างเผือกได้ยาก
  • วันที่ 15 เม.ย.2566 เวลาประมาณ 01:00 น.เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงเวลา 02:20 น.ดวงจันทร์จะเริ่มขึ้น แสงดวงจันทร์อาจทำให้มองเห็นทางช้างเผือกได้ยาก
การค้นหาทางช้างเผือก เมื่อถึงเวลาให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ (SE) หากลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ให้พบ เพราะถ้ามองเห็นเขา ก็จะเห็น "ทางช้างเผือก" แน่นอน เพราะช้างจะถูกหางแมงป่องเกี่ยวอยู่นั่นเอง (ดูภาพด้านล่าง)


พยายามสังเกตดาวยักษ์ใหญ่สีแดง ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวแมงป่อง คือ ดาวแอนทาเรส หรือ ดาวปาริชาติ  ซึ่งเขาเรียกว่า หัวใจแมงป่อง 


จากภาพด้านบนจะเห็นว่า ทางช้างเผือกที่เป็นคล้าย ๆ เมฆสีดำ ๆ พาดผ่านท้องฟ้า จะถูกหางของแมงป่องเกี่ยวไว้  ในการสังเกต ถ้าท้องฟ้าไม่มืดก็จะเห็นคล้าย ๆ กลุ่มเมฆสีขาวจาง ๆ แต่ถ้าท้องฟ้ามืดก็จะเห็นได้ชัดเจน

ภาพนี้เห็นกลุ่มดาวแมงป่องชัดเจน
แต่ท้องฟ้ามีแสงรบกวนมาก หากสังเกตไม่ดี ก็จะไม่เห็นทางช้างเผือก

ลองดูนะครับ หากว่างเว้นจากกิจกรรมรดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์แล้ว ช่วงหัวค่ำ ลองชวนกันปลีกเวลามาดูดาวกันสักชั่วโมง แล้วให้ธรรมชาติเป็นตัวช่วยบำบัดจิตใจของเราให้ผ่อนคลาย  การดูดาวจะทำให้เรารู้สึกว่า 
  • เรื่องราวที่เรารู้นั้นน้อยเหลือเกิน ยังมีเรื่องราวที่เรายังไม่รู้อีกมากมายเหลือคณานับ  
  • เรื่องราวของเราที่รู้สึกหนักอกหนักใจหรือเป็นทุกข์ มันช่างเป็นเรื่องขี้ประติวเสียเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของเอกภพ
**********************************
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
10 เม.ย.2566


ความคิดเห็น

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดในบล็อก