แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ดูดาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ดูดาว แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2565

(ค้นหา) สถานที่ดูดาวในราชบุรี ตอนที่ 3 พบความเหมาะสมหลายพื้นที่ เตรียมลงสำรวจจริง

การค้นหาสถานที่ดูดาวและทางช้างเผือกใน จ.ราชบุรี มาถึงตอนที่ 3 แล้วครับ  ท่านใดที่เพิ่งเข้ามาเยี่ยมชมบล็อกนี้ หากอยากทราบความเป็นมาของเรื่องราว โปรดอ่านบทความย้อนหลังเหล่านี้ ก่อนได้นะครับ  แล้วพวกเราจะได้เดินทางช่วยกันค้นหาต่อไป

ยอดเขากระโจม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
เจ้าของภาพ เด็กน้อย หัดถ่ายภาพ
ที่มาของภาพ (ราชบุรี บ้านเรา. 2563)

หลังจากที่โพสต์เรื่อง "(ค้นหา) สถานที่ดูดาวในราชบุรี ตอนที่ 1 และ 2 และสถานที่สำหรับตามล่าทางช้างเผือก ใน จ.ราชบุรี" ผ่านโซเซียลมีเดียต่าง ๆ ไปแล้ว ผนวกกับการสืบค้นในโลกออนไลน์ของทางชมรมฯ จึงได้ค้นพบสถานที่ดูดาวและทางช้างเผือกใน จ.ราชบุรี ที่น่าสนใจจำนวนหลายแห่ง มีร่องรอยของผู้คนที่ได้ทำกิจกรรมเชิงดาราศาสตร์มาแล้ว  สรุปได้ดังนี้

ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี ขอขอบพระคุณหลายท่านที่ได้เสนอสถานที่ดูดาวใน จ.ราชบุรี ในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นก้าวแรกที่จะพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ใน พื้นที่ จ.ราชบุรี ของเราต่อไป

ทางช้างเผือก สำนักสงฆ์พุน้ำร้อน ต.บ้านบึง อ.บ้านคา
เจ้าของภาพ ภูริต นิวาศะบุตร
ที่มาของภาพ (ราชบุรี บ้านเรา. 2562)


ทำมานานแล้วแต่ขาดการส่งเสริม
จากการสืบค้นร่องรอยในโลกออนไลน์ พบว่า หลายสถานที่ใน จ.ราชบุรี ได้เคยมีการจัดกิจกรรมทางดาราศาสตร์มาแล้ว ทั้งถ่ายภาพดาวและทางช้างเผือก  แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครได้รับรู้กิจกรรมดังกล่าวมากนัก อาจจะเกิดจากการประชาสัมพันธ์ที่น้อยเกินไป และขาดการส่งเสริมที่ดีจากหน่วยงานราชการใน จ.ราชบุรีที่เกี่ยวข้อง  การท่องเที่ยวแถบ อ.สวนผึ้ง และ อ.บ้านคา มักชอบเน้นแค่ "การชมทะเลหมอก" เพียงเท่านั้น ผิดกับหลายพื้นที่โดยเฉพาะยอดดอยทางภาคเหนือ เขาเน้น "ทั้งการดูดาวและชมทะเลหมอก" ควบคู่กันไป 

ทางช้างเผือก แกรนด์แคนยอน ราชบุรี
เจ้าของภาพ เด็กน้อย หัดถ่ายภาพ
ที่มาของภาพ (ราชบุรี บ้านเรา. 2562)

ทางช้างเผือก จุดชมวิวห้วยคอกหมู อ.สวนผึ้ง
ที่มาของภาพ (nukkpidet. 2564)

องค์ประกอบของสถานที่ดูดาว
สถานที่ดูดาวหรือดูทางช้างเผือกที่พึงประสงค์ ไม่จำเป็นต้องอยู่บนภูเขา ยอดดอย หรือในพื้นที่สูงเสมอไป อาจอยู่ที่ไหนก็ได้ แม้แต่ชายทะเล ก็ยังดูได้ โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้ 
  1. ลักษณะของสถานที่ 
    • สถานที่ดูดาว สามารถมองเห็นได้รอบทิศ 360 องศา มองเห็นขอบฟ้าได้ชัดเจน ควรมองเห็นตำแหน่งของดาวเหนือได้ (ที่มุมเงยประมาณ 15 องศา โดยไม่มีภูเขา,เนินดิน หรือสิ่งปลูกสร้างบัง)
    • สถานที่ดูทางช้างเผือก อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนสถานที่ดูดาว แต่ควรมองเห็น ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ -ทิศใต้-ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ได้ชัดเจน
  2. สภาพความมืดของท้องฟ้า ควรมีมลพิษทางแสงน้อย โดยเฉพาะแสงเรืองจากหมู่บ้าน หรือเมือง อาจกล่าวได้ว่า ยิ่งมืด ยิ่งชัด
  3. ความสามารถการเข้าถึงสถานที่ นักท่องเที่ยวต้องสามารถเดินทางเข้าถึงสถานที่ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย มีป้ายบอกทางชัดเจน สภาพของถนนควรรองรับยานพาหนะได้หลากหลายรูปแบบ 
  4. การติดต่อสื่อสาร  ควรมีสัญญาณโทรศัพท์ หรือ Wi-fi พื้นฐานเพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้อุปกรณ์ประกอบการดูดาวที่จำเป็น
  5. ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว  หากสถานที่ใดไม่ได้อยู่ในความดูแลของทางราชการ เช่น อุทยาน เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เขตอนุรักษ์ หรือพื้นที่การดูแลของตำรวจ ทหาร ควรจัดให้มีการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม จากยามของที่พักเอง อปพร. หรือชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ขณะที่มีการทำกิจกรรม
  6. สภาพสถานที่พักแรม  เช่น ลานกางเต็นท์ ห้องพัก ห้องน้ำ ห้องสุขา   ควรต้องมีความพร้อม เพียงพอ และมีระบบรักษาความสะอาดที่ดี  หากสถานที่นั้นไม่มีที่พักแรมก็ควรอยู่ใกล้ที่พักแรมให้มากที่สุด
  7. องค์ประกอบทางศิลป์สำหรับการถ่ายภาพ เช่น สภาพภูมิประเทศ ต้นไม้ ภูเขา หน้าผา อาคารบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง เรือ แม่น้ำ  สะพาน แอ่งน้ำ ทะเลสาบ หรือทะเล เป็นต้น องค์ประกอบเหล่านี้จะทำให้การถ่ายภาพดาว หรือทางช้างเผือกมีความสวยงามและได้อารมณ์มากยิ่งขึ้น
  8. ไกด์ดาวประจำพื้นที่ ในสถานที่นั้น ๆ  ควรมีผู้ที่มีความรู้  สามารถให้คำแนะนำการดูดาวในเบื้องต้น แก่นักท่องเที่ยวมือใหม่ได้ (อ่านรายละเอียดใน ไกด์ดาว)
  9. กิจกรรมยามกลางวัน หากสถานที่นั้น มีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ  อยู่ใกล้ ๆ ยิ่งดี จะทำให้นักท่องเที่ยวได้ไปเที่ยวพักผ่อนในตอนกลางวัน 
  10. สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ  เช่น ร้านขายอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของโช์ห่วย  เป็นต้น
โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ของ จ.ราชบุรี
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี ภายใต้การดำเนินการของสถาบันราชบุรีศึกษา จะลงสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ  ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เพื่อนำข้อมูลมาจัดทำ "โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ของ จ.ราชบุรี" ซึ่งเป็นโครงการทางวิชาการ เสนอต่อคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) ของ จ.ราชบุรี หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ (astronomical tourism) ต่อไป

โดยทางชมรมฯ ขอความกรุณาจากเจ้าของสถานที่ดังกล่าว ได้กรุณาให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ของ จ.ราชบุรี ต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

ทางช้างเผือก สำนักสงฆ์พุน้ำร้อน ต.บ้านบึง อ.บ้านคา
เจ้าของภาพ ภูริต นิวาศะบุตร
ที่มาของภาพ (ราชบุรี บ้านเรา. 2562)

สำหรับเจ้าของสถานที่ท่านใด เห็นว่าสถานที่ของท่านมีองค์ประกอบเหมาะสมและยินดีที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ อยากให้ชมรมฯ  ลงไปสำรวจ แจ้งความประสงค์เพิ่มเติมมาได้ทาง ID LINE : Kmratchaburi  นะครับ (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

*********************
จัดทำโดย
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
7 เม.ย.2565

ที่มาข้อมูลและภาพ 

  • ราชบุรี บ้านเรา. (2564). ทางช้างเผือก@แกรนด์แคนยอน ราชบุรี. [Online]. Available : https://www.facebook.com/RatchaburiBaanrao/photos/a.252058944978084/1713544802162817/. [2565 เมษายน 7].
  • ราชบุรี บ้านเรา. (2563). จุดชมทางช้างเผือก และหมู่ดาว  ที่เขากระโจม อ.สวนผึ้ง  จ.ราชบุรี. [Online]. Available : https://www.facebook.com/RatchaburiBaanrao/photos/pcb.1361495767367724/1361492794034688. [2565 เมษายน 7].
  • ราชบุรี บ้านเรา. (2562). ทางช้างเผือกและมวลหมู่ดาว ที่สำนักสงฆ์พุน้ำร้อน. [Online]. Available : https://www.facebook.com/RatchaburiBaanrao/photos/pcb.1226369640880338/1226369390880363. [2565 เมษายน 7].
  • nukkpidet. (2564). จุดชมวิวห้วยคอกหมู ที่เที่ยวราชบุรี สวนผึ้ง ชมวิวขุนเขา เคล้าอากาศหนาว สุดเขตชายแดน. [Online]. Available : https://travel.trueid.net/detail/XpQRRJbYkbWn. [2565 เมษายน 7].

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565

(ค้นหา) สถานที่ดูดาวในราชบุรี ตอนที่ 2 "เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด"

ต่อจาก (ค้นหา) สถานที่ดูดาวในราชบุรี ตอนที่ 1

ในตอนที่ 1 ได้กล่าวถึงการวัดระดับมลภาวะทางแสง ในพื้นที่ จ.ราชบุรี ที่เหมาะสมกับการดูดาวมากที่สุด พบว่าคือ บริเวณ อ.บ้านคา และ อ.สวนผึ้ง ตามแนวสันเขาตะนาวศรีติดชายแดนประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา  ต่อมาในวันที่ 7 มี.ค.2565 ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ก็ได้ออกมาประกาศรณรงค์อีกครั้ง ห้สังคมตระหนักถึงผลกระทบจากมลภาวะทางแสง (Light Pollution)  และช่วยกันอนุรักษ์ความมืดของท้องฟ้ายามค่ำคืน  โดยเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความมืดของท้องฟ้า และเสนอพื้นที่เข้าเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky Place) ซึ่งหากผ่านการประเมินจากทางสถาบันฯ แล้วจะได้การรับรองเป็น "แหล่งการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ในประเทศไทย"  ต่อไป

International Dark Sky Places
ที่มาของภาพ (IDA.2565)

มลภาวะทางแสงคืออะไร ?
มลภาวะทางแสง คือ แสงสว่างที่ปรากฏให้เห็นบนท้องฟ้าเวลากลางคืนซึ่งเป็นผลจากการติดตั้งแหล่งกำเนิดแสงอย่างไม่ระมัดระวัง ไม่ได้ควบคุมปริมาณและทิศทางให้เหมาะสมกับบริเวณที่จำเป็นต้องใช้ แสงเหล่านี้สูญเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์และส่องสว่างไปบนท้องฟ้าแทนที่จะเจาะจงไปที่วัตถุและพื้นที่ที่ต้องการ ทำให้ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดกลับไม่มืดสนิทอย่างที่ควรจะเป็น  ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 

  1. แสงเรืองบนท้องฟ้า (Sky Glow)​ แสงสว่างบนท้องฟ้าบริเวณชุมชนเมืองเกิดจากการติดตั้งแหล่งกำเนิดแสงอย่างไม่ระมัดระวัง แสงเหล่านี้จะกระเจิงผ่านตัวกลางขนาดเล็กในอากาศ เช่น เมฆ หมอกควัน และอนุภาคในชั้นบรรยากาศ ปรากฏเป็นแสงเรืองทั่วท้องฟ้าและสังเกตเห็นได้แม้จะอยู่ห่างไกลออกไป 
  2. แสงเจิดจ้าบาดตา (Glare) เป็นมลภาวะทางแสงที่เกิดจากทิศทางของแสงไฟที่ส่องสว่างจ้าเข้ามาในดวงตาโดยตรง ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการมองเห็นของมนุษย์ แสงจ้าบาดตาอาจก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บและการควบคุมม่านตาชั่วคราว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการมองเห็นและสังเกตเส้นทางของผู้ที่ต้องสัญจรในเวลากลางคืน แสงจ้าบาดตาที่พบเห็น เช่น ไฟหน้ายานพาหนะที่สว่างจ้าเกิดไป ไฟถนนที่ควบคุมทิศทางแสงไม่เหมาะสม และแสงสว่างนอกอาคารที่ติดตั้งโคมไฟไม่เหมาะสม
  3. แสงรุกล้ำ (Light trespass)​ คือ แสงหรือความสว่างที่รุกล้ำเข้าไปในบริเวณของผู้อื่น เกิดจากลักษณะของหลอดไฟหรือการไม่ควบคุมทิศทางการให้แสงสว่าง ทำให้แสงมีทิศทางที่ส่องไปยังพื้นที่อื่น เป็นมลภาวะทางแสงที่เจ้าของไม่ต้องการ เช่น แสงที่ส่องไปยังห้องนอนของผู้อื่นในเวลากลางคืน ทําให้นอนหลับไม่สนิทซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว
ตัวอย่างมลภาวะทางแสง
ที่มาของภาพ Dark Sky. (2565)

บางแหล่งข้อมูล     จะเพิ่มประเภทของมลภาวะทางแสงอีกประเภทหนึ่ง คือ แสงสับสน (Light Cutter) หมายถึง แสงที่ทำให้เกิดความสับสนในการขับขี่ หรือการลงจอดของเครื่องบิน ซึ่งมักจะพบในเมืองที่ขาดการควบคุมแสง

ตัวอย่างการควบคุมแสงที่ดี
ที่มาของภาพ (Go Stargazing. 2565)

เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย (Thailand Dark Sky Place)
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติได้เริ่มดำเนินโครงการ “เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด" (Dark Sky Place) มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดจะต้องมีวิธีการใช้แสงสว่างอย่างระมัดระวัง เหมาะสมต่อการใช้งานจริง ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางแสง โดยแบ่งประเภทของเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด ออกเป็น 4 ประเภท (ซึ่งยังไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก) ดังนี้ 

  1. อุทยานท้องฟ้ามืด (Dark Sky Park) คือ เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ที่รักษาและสงวนท้องฟ้าในเวลากลางคืนให้มีความมืดที่เหมาะสม รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงดาราศาสตร์ มีค่าความมืดท้องฟ้าอยู่ในระดับที่สามารถสังเกตเห็นวัตถุท้องฟ้า เช่น ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ กลุ่มดาว กระจุกดาว เนบิวลา หรือทางช้างเผือกได้ด้วยตาเปล่า ปัจจุบันมีอุทยานที่ได้รับการรับรอง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ 
  2. ชุนชนอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky Communities) คือ เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน เทศบาล ตำบล ที่รักษาและสงวนท้องฟ้าในเวลากลางคืนให้มีความมืดที่เหมาะสม ภายใต้การร่วมมือและสนับสนุนจากประชาชน เช่น บริเวณอ่างเก็บน้ำ เขื่อน สวนสาธารณะ มีค่าความมืดท้องฟ้าอยู่ในระดับที่สามารถสังเกตเห็นวัตถุท้องฟ้า เช่น ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ กลุ่มดาว กระจุกดาว เนบิวลา หรือทางช้างเผือกได้ด้วยตาเปล่า ปัจจุบันมีชุมชนที่ได้รับการรับรอง ได้แก่ ชุมชนบ้านออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
  3. เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดส่วนบุคคล (Dark Sky Properties) คือ เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ส่วนบุคคล เช่น รีสอร์ท โรงแรม ฟาร์ม ศูนย์การเรียนรู้ ที่รักษาและสงวนท้องฟ้าในเวลากลางคืนให้มีความมืดที่เหมาะสม มีความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่สนใจ มีค่าความมืดท้องฟ้าอยู่ในระดับที่สามารถสังเกตเห็นวัตถุท้องฟ้า เช่น ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ กลุ่มดาว กระจุกดาวเปิด หรือทางช้างเผือกได้ด้วยตาเปล่า ปัจจุบันมีสถานที่ส่วนบุคคลที่ได้รับการรับรอง ได้แก่ บ้านไร่อนุสรา, สุนทรการ์เด้น ,สนามแมค(MAC) จ.สระบุรี ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้, บ้านไร่ยายชะพลู, โรงแรมเรนทรี เรซิเดนซ์ เขาใหญ่, สนามมวกเหล็กเอทีวี, ไร่องุ่นไวน์ อัลซิดินี่, เดอะเปียโน รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
  4. เขตอนุรักษ์ท้องฟ้าในพื้นที่ชานเมือง (Dark Sky Subures) คือ เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ชานเมือง เช่น สวนสาธารณะ โรงเรียน หอดูดาวส่วนตัว ที่รักษาและสงวนท้องฟ้าในเวลากลางคืนให้มีความมืดที่เหมาะสม มีค่าความมืดท้องฟ้าต้องอยู่ในระดับที่สามารถสังเกตเห็นวัตถุท้องฟ้า เช่น ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ กลุ่มดาว ได้ด้วยตาเปล่า ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ได้การรับรอง ได้แก่ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ.เชียงใหม่ ,หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ขอนแก่น, หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ จ.นครราชสีมา, หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ฉะเชิงเทรา, หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ จ.สงขลา
ตัวอย่างมลภาวะทางแสงในเขตเมือง
ที่มาของภาพ (Elizabeth Daigneau. 2557)

Dark Sky Place เป็นเรื่องราวระดับโลก
โครงการเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดนี้ มีดำเนินการในระดับนานาชาติ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2531  โดยเรียกเขตเหล่านี้ว่า International Dark Sky Place (IDSP) ปัจจุบันขับเคลื่อนโดย International Dark-Sky Association (IDA) ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเชี่ยวชาญเรื่องมลภาวะทางแสง และเป็นแกนนำสำคัญในการต่อสู้กับมลภาวะทางแสงทั่วโลก ปัจจุบันมีเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด ที่ผ่านการรับรองจำนวน 170 แห่งใน 21 ประเทศทั่วโลก และเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ประเทศไทยกำลังจะเริ่มต้น 

อุทยานแห่งรัฐ Goblin Valley 1 ใน 111 Dark Sky Place ในสหรัฐอเมริกา
ที่มาของภาพ (Kastalia Medrano and Vanita Salisbury. 2564)

แหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ใน จ.ราชบุรี
จ.ราชบุรี นับว่ามีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยเฉพาะตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี ประจวบเหมาะกับโอกาสที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ออกมารณรงค์เชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ หากท่านผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท หรือผู้นำชุมชนใน จ.ราชบุรี ท่านใดที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล สนใจใช้โอกาสนี้สมัครเข้าร่วมโครงการเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky Place) สามารถสมัครได้ตามขั้นตอนในเว็บไซต์
https://darksky.narit.or.th/ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ NARIT โทรศัพท์ 053-121268 ต่อ 306 ในวันและเวลาราชการ หรืออีเมล darksky@narit.or.th

หวังว่า ใน จ.ราชบุรี จะมีแหล่งท่องเที่ยงเชิงดาราศาสตร์ที่เป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky Place) อยู่ในระดับแรก ๆ ของประเทศไทย ในเร็ววันนี้

อ่านต่อ

*******************

รวบรวมและเรียบเรียงโดย
ชมรมดาราศาสตร์ราชบุรี
8 มี.ค.2565

ที่มาข้อมูลและภาพ

  • IDA. (2565). The International Dark Sky Places. [Online]. Available : https://www.darksky.org/our-work/conservation/idsp/. [2565 มีนาคม 8].
  • Go Stargazing. (2565). Light pollution spoils our enjoyment of the night skies. [Online]. Available : https://gostargazing.co.uk/light-pollution/. [2565 มีนาคม 8].
  • Kastalia Medrano and Vanita Salisbury. (2564). The Best Places to Stargaze in the U.S. Right Now. [Online]. Available : https://www.thrillist.com/travel/nation/best-places-to-stargaze. [2565 มีนาคม 8].
  • วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2564). มลภาวะทางแสง. [Online]. Available : https://th.wikipedia.org/wiki/มลภาวะทางแสง. [2565 มีนาคม 8].
  • Dark Sky. (2565). มลภาวะทางแสง. [Online]. Available : https://darksky.narit.or.th/มลภาวะทางแสง/. [2565 มีนาคม 8].
  • Elizabeth Daigneau. (2557). Blinded by Light Pollution. [Online]. Available : https://www.governing.com/archive/gov-light-pollution-interview.html. [2565 มีนาคม 8].

วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2565

ไกด์ดาว

ไกด์ดาว หรืออาจเรียกว่า "มัคคุเทศก์ในการนำชมดาว (stargazing guide)" หมายถึง ผู้ที่ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ และให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจในการดูดาว 

ที่มาของภาพ (Jack Kerouac. 2559)

ไกด์ดาว
แนวคิดเรื่อง "ไกด์ดาว" นี้เป็นแนวคิดส่วนตัวของผมเอง ซึ่งผมเห็นว่าไกด์ดาวเป็นบุคคลที่มีความสำคัญและจำเป็น ที่จะช่วยเหลือให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจดูดาว ได้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องดวงดาวที่ถูกต้อง และที่สำคัญ มันจะทำให้การดูดาวในครั้งนั้น มีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ต่อผู้ชม

การดูดาว ไม่ควรเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนบรรยากาศจากห้องนอนในเมือง แล้วไปนอนชมดาวในอ้อมกอดของธรรมชาติเท่านั้น การดูดาวแต่ละครั้ง ควรที่จะได้รับความรู้เรื่องดวงดาว ได้แรงบันดาลใจ หรือปรัชญาอะไรใหม่ ๆ มาให้ชีวิตบ้าง ผู้ที่ทำหน้าที่จุดประกายสำคัญในการดูดาวแต่ละครั้ง ก็น่าจะเป็น "ไกด์ดาว" นั่นเอง 

ไกด์ดาวในครอบครัว
ที่มาของภาพ (Krista langlois. 2564)

การแบ่งประเภทไกด์ดาว
ไกด์ดาว อาจแบ่งออกได้หลายประเภท ซึ่งคุณสามารถที่เลือกเป็นไกด์ดาวประเภทใดก็ได้  ขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ในการดูดาวของคุณ และที่สำคัญก็คือ "เวลาที่คุณมี" หลายคนอาจจะเก่ง แต่ไม่มีเวลา หลายคนมีเวลา แต่ไม่กล้าทำ ในเบื้องต้นผมแบ่งประเภทของไกด์ดาว ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้
  1. ไกด์ดาวในครอบครัว เริ่มต้นจากการชักชวนคนในครอบครัวของคุณ ให้มาดูดาวกันในคืนพิเศษต่าง ๆ หรือการพาครอบครัวไปร่วมกิจกรรมการดูดาวในสถานที่ต่าง ๆ โดยตัวคุณทำหน้าที่เป็นไกด์ให้คำแนะนำในการดูดาว
  2. ไกด์ดาวในสถานศึกษา ไกด์ดาวในประเภทนี้ จะเริ่มต้นจากครูอาจารย์ที่สอนวิชาดาราศาสตร์ หรือวิชาฟิสิกส์ หรืออาจเป็นครูอาจารย์ที่ชอบการดูดาวก็ได้ โดยพยายามผลักดันให้นักเรียน นักศึกษา รวมกันจัดตั้งกลุ่ม ชุมนุม หรือชมรมดูดาวขึ้นในโรงเรียนหรือสถานศึกษา หมั่นจัดกิจกรรมการดูดาวตามปฏิทินดาราศาสตร์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ และให้นักเรียน นักศึกษา ฝึกเป็นไกด์นำดูดาวในหมู่เพื่อน ๆ ในกลุ่มด้วยกันเอง 
  3. ไกด์ดาวในชุมชน  ไกด์ดาวในระดับนี้ อาจจะขยายผลมาจากไกด์ดาวในสถานศึกษา และต่อยอดออกมาในชุมชน ช่วยแนะนำการดูดาวให้คนในชุมชน หมู่บ้านของตนเองที่สนใจ ในโอกาสที่เกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่สำคัญ เช่น สุริยุปราคา  จันทรุปราคา การเกิดฝนดาวตก เป็นต้น ไกด์ดาวในระดับนี้ ผู้บริหารในแต่ละท้องถิ่นควรให้ความสำคัญและมีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง
  4. ไกด์ดาวอาสาสมัคร  ในสถานที่ดูดาวต่าง ๆ ที่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวที่มานอนชมดาว ควรจัดให้มีไกด์ดาวอาสาสมัคร เป็นผู้นำชมดาวอย่างถูกวิธี สามารถอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ของดวงดาวได้ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่่ยวได้ความรู้ มีความสุข เพลิดเพลิน และสนุกสนานไปกับการดูดาวในครั้งนั้น ไกด์ดาวอาสาสมัครนี้ อาจจะมีรายได้เสริมจากการให้ทิปของนักท่องเที่ยวอีกด้วย (ปัจจุบัน สถานที่ดูดาวยอดนิยมหลายแห่ง รวมทั้งบริษัทฯ นำเที่ยวดูดาว เริ่มจัดให้มี "ไกด์ดาว" กันบ้างแล้ว)
  5. ไกด์ดาวมืออาชีพ เป็นขั้นที่คุณต้องมีความรู้ทางด้านดาราศาสตร์ในระดับที่สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ และแนะนำการดูดาวให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่สนใจได้
ไกด์ดาวมืออาชีพ
ที่มาของภาพ (Sunny. 2564)

ไกด์ดาวอีกประเภทหนึ่งที่ควรมีให้บริการในสถานที่ท่องเที่ยวดูดาว คือ ไกด์แนะนำการถ่ายภาพดาว (Star photography guide) โดยเฉพาะการถ่ายภาพดาวด้วยกล้องมือถือของตัวเอง ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวดูดาวในครั้งนั้น มีช่วงเวลาที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้น และยังสามารถแบ่งปันภาพถ่ายไปในโซเซียลมีเดียต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักของคนมากขึ้นตามไปด้วย
 
การถ่ายภาพดาวด้วยกล้องมือถือ
ที่มาของภาพ (Tamrong. 2560)

หน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมักชอบเสนอโครงการอบรม "มัคคุเทศก์น้อย" ให้แก่เด็กและเยาวชนเป็นประจำทุกปี ลองพิจารณาริเริ่มโครงการอบรม "ไกด์ดาว"  ดูบ้างก็ท้าทายดีนะครับ ซึ่งมันจะช่วยส่งเสริมและต่อยอดความคิดทางด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กและเยาวชนในอีกทางหนึ่งด้วย

***********************
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์ราชบุรี
5 มี.ค.2565


ที่มาข้อมูลและภาพ
  • Jack Kerouac. (2559). A BEGINNERS’ GUIDE TO STAR GAZING. [Online]. Available :https://starregistration.net/blog/A-Beginners-Guide-to-star-Gazing/. [2565 มีนาคม 3].
  • Sunny. (2564). นักดาราศาสตร์ ผู้ศึกษาปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์. [Online]. Available :https://jobschiangrai.com/Astronomer-job.html. [2565 มีนาคม 5].
  • Krista langlois. (2564).  Everything You Need to Know to Take Your Kids Stargazing. [Online]. Available :https://www.outsideonline.com/culture/active-families/stargazing-with-kids-wild-nights-out-book-review/. [2565 มีนาคม 5].
  • Tamrong. (2560). [SR] [SR] โหมด Pro ในกล้องมือถือ มันสามารถเพิ่มขีดความสามารถจากโหมด Auto ได้อย่างไรมั่ง. [Online]. Available :https://pantip.com/topic/36558300. [2565 มีนาคม 5].

วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

(ค้นหา) สถานที่ดูดาวในราชบุรี ตอนที่ 1

ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019  ผู้คนหันมาชอบเที่ยวพักผ่อนกับธรรมชาติ ไปในที่ที่ไม่มีผู้คนแออัดยัดเยียด พร้อมทั้งหายใจลึกๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด 

ปัจจุบันการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังมาแรง คือ การท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ (astronomical tourism) หรืออาจพูดง่าย ๆ ว่า การท่องเที่ยวแบบนอนกินลมชมดวงดาว จะชมแบบชิว ๆ ชื่นชมความสวยงามของท้องฟ้ายามค่ำคืน หรือ จะชมแบบได้ความรู้ทางดาราศาสตร์ติดตัวกลับไปด้วยก็ได้ 

จ.ราชบุรี เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ พร้อมกับไอหนาว หมอกขาว ขุนเขา และป่าสีเขียวแห่งเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถมาค้างสักหนึ่งคืน บ่าย ๆ อีกวันก็ขับรถกลับ เติมพลังให้ตัวเองเพื่อเตรียมทำงานหนักสู้พิษเศรษฐกิจในสัปดาห์ต่อไป

กิจกรรมหนึ่งในการท่องเชิงดาราศาสตร์ คือ กิจกรรมการดูดาว ซึ่ง จ.ราชบุรี ยังไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นให้บริการดูดาวอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่ เป็นแค่เพียง การมาแคมปิ้งแล้วนอนชมดาว เท่านั้น  ชมรมดาราศาสตร์ราชบุรี จึงมุ่งหวังที่จะค้นหาสถานที่ดูดาวใน จ.ราชบุรี ที่มีภูมิประเทศและสภาพแสงที่เหมาะสม มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกในช่วยดูดาว ถ่ายภาพดาว ตามสมควร รวมทั้งมีการให้ความรู้เรื่องการดูดาวเบื้องต้นแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนอย่างครบวงจร 

ยอดเขากระโจม ดัดแปลงจาก FB ฅนรักป่า เขากระโจม สวนผึ้ง

ข้อมูลพื้นฐาน จ.ราชบุรี
จังหวัดราชบุรี เป็นจังหวัดในภาคกลางด้านตะวันตก มีภูมิประเทศที่หลากหลาย จากพื้นราบลุ่มแม่น้ำแม่กลองสู่ภูเขาสูง มีเทือกเขาตะนาวศรีทอดตัวยาวเป็นแนวพรมแดนไทย - เมียนมาร์       ตั้งอยู่ที่ละติจูด 13 องศา 09 ลิปดาเหนือ ถึง 13 องศา 57 ลิปดาเหนือ และลองติจูด 99 องศา 10 ลิปดาตะวันออก ถึง 100 องศา 03 ลิปดาตะวันออก 

มีพื้นที่ทั้งหมด 5,196.462 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,247,789 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 1.01 ของพื้นที่ทั้งประเทศไทย มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 42 ของประเทศ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปตามถนนเพชรเกษม ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ประมาณ 100 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้ 
  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.ท่าม่วง และ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี 
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ อ.เขาย้อย และ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี 
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อ.กำแพงแสน อ.เมืองนครปฐม อ.สามพราน จ.นครปฐม และ อ.บ้านแพ้ว จ.สมทุรสาคร และ อ.บางคนที อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ เขตตะนาวศรี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
จ.ราชบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.บางแพ อ.บ้านโป่ง อ.โพธาราม อ.ดำเนินสะดวก อ.วัดเพลง อ.ปากท่อ อ.จอมบึง อ.สวนผึ้ง และ อ.บ้านคา

สภาพภูมิประเทศ 
สภาพภูมิประเทศของจังหวัดราชบุรี แบ่งตามระดับความสูงของพื้นที่ โดยพื้นที่ของจังหวัดส่วนใหญ่ ร้อยละ 60 เป็นพื้นที่ราบและราบลุ่ม ระดับความสูงต่ำกว่า 100 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง พบมากทางด้านตะวันออกบริเวณสองฝั่งแม่น้ำแม่กลองในเขต อ.เมือง อ.บ้านโป่ง อ.โพธาราม อ.ดำเนินสะดวก อ.บางแพ อ.ปากท่อ และ อ.วัดเพลง 

ที่มาของภาพ ปรับปรุงจาก Google Map

ส่วนพื้นที่ทางตอนกลางลาดมาทางตะวันตก เป็นที่ลาดเชิงเนิน และที่ลาดเชิงเขาระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง 100-750 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง มีแม่น้ำภาชี และลำห้วยสาขาเป็นสายน้ำหลัก พบในเขต อ.สวนผึ้ง อ.บ้านคา อ.จอมบึง และ ด้านตะวันตกของ อ.ปากท่อ อ.เมือง อ.โพธาราม และ อ.บ้านโป่ง

สำหรับพื้นที่ภูเขาสูง ระดับความสูงตั้งแต่ 750 เมตรขึ้นไป พบกระจายเป็นกลุ่มทางตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณชายแดนมีเทือกเขาตะนาวศรีที่สูงชันด้านตะวันตกติดกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์  และเขตแดนด้านใต้ ติดกับ จ.เพชรบุรี มีสภาพเป็นเทือกเขาสูงอุดมด้วย ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าไผ่ พบในเขต อ.สวนผึ้ง อ.บ้านคา และ อ.ปากท่อด้านตะวันตก

สภาพภูมิอากาศ
จังหวัดราชบุรี ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย แต่เนื่องจากมีเทือกเขาตะนาวศรีกั้นอยู่ ทำให้พื้นที่ที่ติดกับเทือกเขามีฝนตกน้อย โดยฝนตกมากที่สุดในเดือนกันยายน และมัก ทิ้งช่วงในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ทำให้สภาพอากาศของราชบุรีมี 3 ฤดู คือ 
  • ฤดูฝน มี 2 ช่วง 
    • ช่วงแรก เดือนพฤษภาคม -สิงหาคม 
    • ช่วงที่สอง เดือนกันยายน -พฤศจิกายน ช่วงนี้ได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาจากทางภาคเหนือมาปะทะแนวเทือกเขาตะนาวศรี ทำให้มีฝนตกชุกและตกหนักแถบ อ.สวนผึ้ง อ.บ้านคา อ.จอมบึง และ อ.โพธาราม ทำให้เกิด อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเป็นประจำทุกปี 
  • ฤดหูนาว เริ่มตั้งแต่ กลางเดือนพฤศจิกายน - กลางเดือนกุมภาพันธ์ จากข้อมูลอุณหภูมิของสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.ราชบุรี อุณหภูมิต่ำที่สุดวัดได้ 9.8 องศาเซลเซียล (เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2542) 
  • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ - เดือนเมษายน จากข้อมูลอุณหภูมิของสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.ราชบุรี อุณหภูมิสูงที่สุดวัดได้ 41.5 องศาเซลเซียส (เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2559) 
มลภาวะทางแสง (Light Pollution)
มลภาวะทางแสง หมายถึง แสงประดิษฐ์ที่เกิดจากการกระทำกิจวัตรของมนุษย์ในเวลากลางคืน รวมถึงมลภาวะของแสงที่สว่างจ้าจนเกินความจำเป็น หรือแสงประดิษฐ์ที่ใช้ผิดวัตถุประสงค์ด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เช่น สุนัข แมว นก สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์อื่น ๆ อีกมากมาย โดยที่สำคัญยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต่อกิจกรรมดาราศาสตร์ของนักดาราศาสตร์อีกด้วย 

มลภาวะทางแสงที่อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมในลักษณะต่าง ๆ มี 4 ประเภทหลักด้วยกัน ได้แก่ 1) แสงบาดตา (Glare) 2) แสงเรืองไปยังท้องฟ้า (Sky Glow) 3) แสงรุกล้ำไปในเคหสถานของผู้อื่นหรือการรุกล้ำโดยแสง (Light Trespass) และ 4) แสงสับสน (Light Cutter) 

แสงที่มีผลกระทบต่อการดูดาวในยามค่ำคืน คือ แสงเรืองไปยังท้องฟ้า (Sky Glow) คือ แสงหรือความสว่างบนท้องฟ้าที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ที่ส่องแสงสว่างด้วยหลอดไฟหรือแสงประดิษฐ์ต่าง ๆ ขึ้นไปบนท้องฟ้านั่นเอง แสงเหล่านี้เรืองขึ้นไปบนท้องฟ้าเวลากลางคืน ทำให้บดบังทัศนียภาพในการมองเห็นและการสังเกตดวงดาวด้วยตาเปล่า 


จากภาพบน เป็นการวัดระดับมลภาวะทางแสง ในพื้นที่ จ.ราชบุรี (จาก APP: Light Pollution Map เมื่อ 20 ก.พ.2565 เวลา 19.53 น.) พบว่า พื้นที่ของ จ.ราชบุรี ที่เหมาะสมกับการดูดาวมากที่สุด คือ บริเวณ อ.บ้านคา และ อ.สวนผึ้ง ตามแนวสันเขาตะนาวศรีติดชายแดนประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

(ค้นหา) สถานที่ดูดาวในราชบุรี
จากการที่วิเคราะห์สภาพพื้นที่ของ จ.ราชบุรี จึงพอที่จะกำหนดขอบเขตสำหรับพื้นที่ที่มีภูมิประเทศและสภาพแสงที่น่าจะเหมาะสมกับการดูดาวได้แคบลง นั่นคือ บริเวณตามสันเขาตะนาวศรีแนวขอบชายแดนของ อ.สวนผึ้ง และ อ.บ้านคา ติดกับ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา  

ทางชมรมดาราศาสตร์ราชบุรี จึงตั้งใจวางแผนที่จะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดาว ลงไปสำรวจในพื้นที่จริงในอนาคตอันใกล้นี้  โดยมุ่งเน้น รีสอร์ท หรือ สถานที่กางเต็นท์พักแรม ที่เปิดให้บริการอยู่แล้วก่อน เช่น ยอดเขากระโจม หรือ จุดชมวิวห้วยคอกหมู เป็นต้น
ท่านใดประสงค์จะอาสาสมัครเข้าร่วมค้นหาและสำรวจสถานที่ดูดาว ใน จ.ราชบุรี หรือท่านใด มีสถานที่ดูดาวใน จ.ราชบุรี ที่เหมาะสม แจ้งมาได้เลยนะครับ #ร่วมด้วยช่วยกัน

อ่านต่อ

*********************
บันทึกเมื่อ 21 ก.พ.2565
โดย ชมรมดาราศาสตร์ราชบุรี


ที่มาข้อมูล
  • วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2564). มลภาวะทางแสง. [Online]. Available : https://th.wikipedia.org/wiki/มลภาวะทางแสง. [2565 กุมภาพันธ์ 21].
  • คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ จังหวัดราชบุรี . (2564). แผนพัฒนาจังหวัดราชบุรี พ.ศ.2566 – 2570. สำนักงาน จ.ราชบุรี

วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

สถานที่ดูดาวในประเทศไทยพร้อมเรตติ้ง พิกัดและภาพถ่าย

การดูดาวสามารถดูได้ทุกสถานที่ในยามค่ำคืน แต่จะมองเห็นดาวมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับแสงรบกวนในบริเวณนั้น ๆ
สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการดูดาวควรจะเป็นที่มืดปราศจากแสงจากเมืองรบกวน ตัวอย่างเช่น อุทยานแห่งชาติ หมู่บ้านตามชนบท บนเกาะแก่งในทะเล  เป็นต้น  ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองที่มีแสงรบกวนมาก ๆ จะสามารถมองเห็นเฉพาะกลุ่มดาวที่มีความสว่างมาก เช่น ดาวเคราะห์ และดวงจันทร์  แต่จะไม่สามารถมองเห็นประเภททางช้างเผือก กาแล็กซี และเนบิวลาได้ เนื่องจากวัตถุเหล่านี้มีแสงที่จางมาก ๆ จึงถูกแสงรบกวนจากเมืองบดบังไป จุดดูดาวที่ดีควรอยู่ห่างจากเมืองใหญ่ ๆ  อย่างน้อยประมาณ 100 กิโลเมตร

สถานที่ : บ้านแฝด (Twin House) ทะเลน้อย จ.พัทลุง

สถานที่ดูดาวอาจอยู่บนยอดเขาสูง ๆ  ยอดดอย ยอดภู หรืออาจอยู่ในทุ่งนา ชายทะเล หรือเกาะแก่งในทะเลก็ได้ ควรเป็นที่โล่งกว้าง สามารถเห็นขอบฟ้าได้รอบทิศ  หากมีข้อจำกัด ก็ควรเห็นทางด้านทิศเหนือเป็นหลัก เพื่อให้สามารถสังเกตการณ์การเคลื่อนที่ของทรงกลมท้องฟ้าได้ จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก

สถานที่ดูดาวยอดนิยมในประเทศไทย ที่รวบรวมไว้นี้ นำมาจากการแนะนำของผู้ที่เคยไปแล้ว ได้เขียนไว้ในหนังสือ เอกสาร บทความ เว็บบล็อก เว็บไซต์ และโซเซียลมีเดียต่าง ๆ ต่อจากนั้นก็ไปค้นหาคะแนนเรตติ้ง  (⭐⭐⭐⭐⭐) และจำนวนผู้รีวิวของสถานที่ดูดาวนั้น ๆ จาก Google Map ดู พบรายละเอียดหลายแห่งน่าสนใจ  สรุปได้ดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.พ.2565)

จ.น่าน

จ.พะเยา
จ.เลย
จ.เพชรบูรณ์

จ.แม่ฮ่องสอน
จ.เชียงใหม่
จ.ลำปาง
จ.เชียงราย
จ.ลำพูน
จ.ตาก
จ.อุตรดิตถ์
จ.อุทัยธานี
จ.กำแพงเพชร
จ.พิษณุโลก
จ.นครราชสีมา
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ต.สุรนารี  อ.เมือง (4.6 ⭐ 62 รีวิว) (ดูพิกัดและภาพถ่าย)
จ.อุบลราชธานี
จ.สุรินทร์
จ.ชัยภูมิ
จ.ฉะเชิงเทรา
จ.นครนายก
จ.สระบุรี
จ.กาญจนบุรี
จ.สุพรรณบุรี
จ.เพชรบุรี
จ.ประจวบคิรีขันธ์
  • เขาสามร้อยยอด อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด (4.5 ⭐ 25 รีวิว) (ดูพิกัดและภาพถ่าย)
จ.ชุมพร
จ.ระนอง
จ.พังงา
จ.พัทลุง
จ.สงขลา
จ.นครศรีธรรมราช
จ.สุราษฎร์ธานี
ยังมีสถานที่ดูดาวที่เหมาะสมอีกหลายแห่งในประเทศไทยที่ยังไม่ได้ค้นพบ  หรืออาจค้นพบแล้ว แต่ยังไม่สามารถนำพาผู้คนเดินทางเข้าไปดูดาวยังสถานที่นั้น ๆ ได้ ขาดเส้นทางที่สะดวกปลอดภัย ขาดโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ที่พักแรม ลานการเต็นท์ สุขา ห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ควรมีตามสมควร เป็นต้น

ใครที่ค้นพบสถานที่ดูดาวใหม่ ๆ แจ้งกันมาให้ทราบได้นะครับ เพื่อที่จะได้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ต่อไป

********************
รวมรวมโดย
ชมรมดาราศาสตร์ราชบุรี
12 ก.พ.2565


ที่มาข้อมูล
  • เภพาเที่ยว. (2563). รวม 39 สถานที่ดูดาวในเมืองไทย. [Online]. Available : https://www.phephatiew.com/travel/สถานที่ดูดาวในเมืองไทย/. [2565 กุมภาพันธ์ 15].
  • บันทึกคนขี้เที่ยว. (2563). 12 โลเคชั่น ชวนกันไปนอนดูดาว. [Online]. Available : http://khonkheetiew.com/star-gazing/. [2565 กุมภาพันธ์ 15].
  • Unseen Tour Thailand. (2563). 20 สถานที่กางเต็นท์ดูดาว. [Online]. Available : http://unseentourthailand.com/2020/12/14/20tent/. [2565 กุมภาพันธ์ 15].
  • Diam yp. (2562). 15 สถานที่ถ่ายดาว ล่าทางช้างเผือก พร้อมแชร์เทคนิคการถ่ายดาวฉบับมือใหม่. [Online]. Available : https://www.wongnai.com/trips/star-photography-spots. [2565 กุมภาพันธ์ 15].
  • แบกกล้องเที่ยว. (2559). รวม 15 สถานที่นั่งชมดาวในเมืองไทย[Online]. Available : https://baagklong.com/2016/10/15-place-star/. [2565 กุมภาพันธ์ 15].

ท้องฟ้ามืด! ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเมืองต้องมืดตามไปด้วย (Dark sky not dark ground)

ผมพยายามพูดคุยเรื่อง "ท้องฟ้ามืด" กับ "มลพิษทางแสง"  ให้คนรอบ ๆ   ตัวฟัง เขาก็ฟังตามมารยาท ไม่ค่อยให้ความสนใจและรู้สึก...