แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Dark Sky Place แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Dark Sky Place แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ชวนคนไทยเป็น "นักวิทยาศาสตร์พลเมือง" สำรวจโลกยามราตรี

Globe at Night ขอเชิญทุกคนร่วมเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมือง วัดค่าความสว่างของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่บ้านของคุณหรือสถานที่ที่คุณไป ช่วยโลกต่อสู้กับมลพิษทางแสง แล้วส่งผลการสำรวจออนไลน์แบบง่าย ๆ ผ่านสมาร์ทโฟน ของคุณ 


เนื้อหา
  • Globe at Night คืออะไร
  • วิธีการวัดค่าความสว่างของท้องฟ้า
  • การวัดและรายงานผ่านคอมพิวเตอร์
  • การวัดและรายงานผ่านสมาร์ทโฟน
  • แคมเปญในปี พ.ศ.2566 วัดค่าวันไหน ที่กลุ่มดาวอะไรบ้าง
  • นักวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science) คือใคร

Globe at Night คืออะไร
โครงการ Globe at Night เป็นโครงการรณรงค์ด้านวิทยาศาสตร์พลเมืองระหว่างประเทศ (international citizen-science) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อสาธารณชนเกี่ยวกับผลกระทบของมลพิษทางแสง โดยเชิญทุกคนร่วมเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมือง ข่วยวัดค่าความสว่างของท้องฟ้ายามค่ำคืนและส่งข้อสังเกต ผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน
 
มลพิษทางแสงไม่เพียงคุกคาม “สิทธิ์ในแสงดาว (right to starlight)” ของเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการใช้พลังงาน สัตว์ป่า และสุขภาพด้วย มีการวัดค่ามากกว่า 200,000 ครั้งจากผู้คนใน 180 ประเทศในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา ทำให้ Globe at Night เป็นแคมเปญการรับรู้มลพิษทางแสงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน

Globe at Night เป็นโครงการของ NOIRLab ของ NSF ซึ่งเป็นศูนย์ระดับชาติชั้นนำของสหรัฐฯ สำหรับดาราศาสตร์เชิงแสงและอินฟราเรดภาคพื้นดินในเวลากลางคืน ซึ่งบริหารงานโดยสมาคมมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยดาราศาสตร์ (The Association of Universities for Research in Astronomy : AURA) ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือกับมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (The National Science Foundation)

วิธีการวัดค่าความสว่างของท้องฟ้า
วิธีการวัดค่าความสว่างของท้องฟ้า ก็คือ การวัดความสว่างของดวงดาวบนท้องฟ้าโดยการสังเกตด้วยตาเปล่าของเราเอง ถ้าท้องฟ้ามืดก็จะเห็นดาวชัดและมีจำนวนหลายดวง ถ้าท้องฟ้าสว่างก็จะเห็นดาวสว่างเพียงไม่กี่ดวงหรือไม่เห็นเลย ทางโครงการ Globe at Night ได้ออกแบบวิธีวัดและการรายงาน ไว้ 2 วิธี คือ ในคอมพิวเตอร์และในสมาร์ทโฟน

การวัดและรายงานผ่านคอมพิวเตอร์
ขั้นต้นขอให้คุณเข้าไปในเว็บไซต์ Globe at Night (https://globeatnight.org/) อ่านรายละเอียดต่าง ๆ ให้เข้าใจ หลังจากนั้น ดำเนินการง่าย ๆ  ดังนี้
  1. ในช่วงวันที่กำหนดในแคมเปญ  ให้คุณออกไปข้างนอกหลังจากดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้วหนึ่งชั่วโมง (ประมาณ 20.00-22.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น) ไม่ควรมีดวงจันทร์ขึ้น ให้หลับตาเป็นเวลา 10 นาที เพื่อให้ดวงตาคุณคุ้นเคยกับความมืด ก่อนการสังเกตการณ์
  2. ใช้แอปแผนที่ดาวที่คุณมีบนสมาร์ทโฟน ค้นหากลุ่มดาวที่กำหนดในวันนั้น ๆ แล้วสังเกต
  3. นำผลการสังเกตของคุณเข้าไปใรายงานใน "รายงาน Globe at night" (https://globeatnight.org/th/webapp/) เป็นภาษาไทยครับ กรอกข้อมูลลงไป เสร็จแล้วกด  “ส่งข้อมูล”
การวัดและรายงานผ่านสมาร์ทโฟน
ก่อนอื่นต้องติดตั้งแอปพลิเคชั่นที่ชื่อว่า "Loss of the Night"  เป็นรูปนกฮูก ฟรีครับ  มีทั้งสำหรับ iPhone และ Androids แอปฯ นี้จะเปลี่ยนดวงตาของคุณให้เป็นเครื่องวัดแสง ช่วยให้คุณกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมืองและสามารถรายงานว่าท้องฟ้ายามค่ำคืนที่คุณอาศัยอยู่นั้น สว่างหรือมืดแค่ไหน

App Loss of the Night

เมื่อติดตั้งลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ลองอ่านข้อแนะนำต่าง ๆ ให้เข้าใจ สำหรับในการวัดค่าความสว่างท้องฟ้า ให้ดำเนินการดังนี้ 
  1. ในช่วงวันที่กำหนดในแคมเปญ  ให้คุณออกไปข้างนอกหลังจากดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้วหนึ่งชั่วโมง (ประมาณ 20.00-22.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น) ไม่ควรมีดวงจันทร์ขึ้น ให้หลับตาเป็นเวลา 10 นาที เพื่อให้ดวงตาคุณคุ้นเคยกับความมืด ก่อนการสังเกตการณ์
  2. เปิดแอปฯ Loss of the Night เลือกใช้โหมดกลางคืน แล้วเลือก Start observing stars จากนั้น แอปฯ ก็จะค้นหาตำแหน่งของคุณด้วย GPS จากดาวเทียม หลังจากพบตำแหน่งเรียบร้อย หน้าจอก็จะขึ้นวงกลมสีแดงมีลูกศรชี้นำ พร้อมกับพื้นหลังเป็นกลุ่มดาวต่าง ๆ  ให้คุณแหงนโทรศัพท์ขึ้นท้องฟ้าเพื่อหาตำแหน่งดาวตามที่ลูกศรชี้นำไป เมื่อพบกลุ่มดาวที่ต้องการ ลูกศรก็จะหายไปเหลือแต่วงกลม จากนั้นคุณก็สังเกตดาวนั้น ส่งข้อสังเกตตามที่แอปฯ ได้ให้ตัวเลือกไว้  วิธีนี้ง่ายมาก ๆ ครับ อ่านแล้วอาจเข้าใจยาก ลองทำดูเลยนะครับ
วิธีหาดาวของแอป Loss of the Night

แคมเปญในปี พ.ศ.2566 วัดค่าวันไหน ที่กลุ่มดาวอะไรบ้าง
ในช่วงแคมเปญ ปี พ.ศ.2566 สำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ในท้องฟ้าในซีกโลกเหนือ Globe at Night กำหนดวันที่วัดค่าและกลุ่มดาว ไว้ดังนี้
  • 13-22 ม.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวนายพราน (Orion) และกลุ่มดาวหมาใหญ่ (Canis Major)
  • 12-21 ก.พ.2566 วัดที่กลุ่มดาวนายพราน (Orion) และกลุ่มดาวคนคู่ (Gemini)
  • 13-22 มี.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวนายพราน (Orion) และกลุ่มดาวคนคู่ Gemini
  • 12-21 เม.ย.2566 วัดที่กลุ่มดาวสิงโต (Leo)
  • 11-20 พ.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวสิงโต (Leo) และกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ (Bootes)
  • 9-18 มิ.ย.2566 วัดที่กลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ (Bootes) และกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส (Hercules)
  • 8-17 ก.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ (Bootes) และกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส (Hercules)
  • 7-16 ส.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus) และกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส (Hercules)
  • 5-14 ก.ย.2566 วัดที่กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus)
  • 4-13 ต.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus) และกลุ่มดาวม้าบิน (Pegasus)
  • 3-12 พ.ย.2566 วัดที่กลุ่มดาวม้าบิน (Pegasus) และ กลุ่มดาวเพอร์ซิอัส (Perseus)
  • 3-12 ธ.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวเพอร์ซิอัส (Perseus)
*แคมเปญนี้ หากใช้แอป Loss of the Night ในสมาร์ทโฟน แอปฯ จะพาไปหากลุ่มดาวโดยอัติโนมัติ


นักวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science) คือใคร 
นักวิทยาศาสตร์พลเมือง คือ ประชาชนที่สมัครใจช่วยทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์  เช่น การออกแบบ การทดลอง รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผล และแก้ไขปัญหา  ทุกคนที่สนใจสามารถเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมืองได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และไม่สำคัญว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ หรือมีภูมิหลังอย่างไร สิ่งที่คุณต้องมี คือ เวลา ความอยากรู้อยากเห็น และความรู้สึกพิศวงจากสิ่งที่คุณได้ทำ สำหรับการสำรวจโลกยามราตรี ครั้งนี้ อย่างน้อยคุณก็จะได้
  1. มีส่วนร่วมกับผู้คนทั่วทุกมุมโลกเพื่อสังเกตท้องฟ้ายามราตรี
  2. ให้คำแนะนำและบอกต่อแก่คนรู้จักหรือครอบครัวที่รักในวิทยาศาสตร์ ก่อให้เกิดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมนอกห้องเรียน
  3. ช่วยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนในประเทศของคุณ เพื่อให้นักวิชาการใช้ศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากมลพิษทางแสงต่อไป


ใครพอมีเวลา มาช่วยโลกกันนะครับ ช่วยสำรวจผลกระทบจากมลพิษทางแสง เพื่อให้นักวิชาการทั้งหลายนำไปเป็นข้อมูลในการวิจัยช่วยกันแก้ปัญหาต่อไป

*****************
รวบรวและเรียบเรียงโดย
พลตรี ดร.สุชาต  จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
16 ก.พ.2566



ที่มาข้อมูล
  • The Association of Universities for Research in Astronomy. (2549). Globe at Night. [Online]. Available : https://globeatnight.org/. [2566 กุมภาพันธ์ 16].
  • Citizen Science. (2564). What is Citizen Science?. [Online]. Available : https://www.nps.gov/subjects/citizenscience/citizen-science.htm. [2566 กุมภาพันธ์ 16].

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565

(ค้นหา) สถานที่ดูดาวในราชบุรี ตอนที่ 4 : ก้าวแรกที่สวนผึ้ง และการตามหารัตติกาลที่หายไป

คืนวันที่ 23-24 เม.ย.2565 ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี ได้มีในโอกาสร่วมสังเกตการณ์การฝึกถ่ายภาพดาราศาสตร์และทางช้างเผือกภาคปฏิบัติของ อ.วิรติ กีรติกานต์ชัย จากชมรมคนรักในดวงดาว (Starry Night Lover Club) ณ อ่างเก็บน้ำบ้านตะเคียนทอง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และยังได้พบ อ.สุรชัย ท้วมสมบูรณ์ และท่านพฤฒิ  เกิดชูชื่น ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และคณะ หารือเรื่องการสร้างเขตท้องฟ้ามืดใน จ.ราชบุรี อีกด้วย

เนื้อหา

  • เริ่มก้าวแรกที่สวนผึ้ง สัญญาณที่ดี
  • การสร้างเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ จ.ราชบุรี
  • รัตติกาลที่หายไป (Losing The Dark)
  • สัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากลปี 2565
  • เปิดใจให้กว้าง

อ่างเก็บน้ำบ้านตะเคียนทอง
ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

เริ่มก้าวแรกที่สวนผึ้ง สัญญาณที่ดี
คณะของ อ.วิรติ กีรติกานต์ชัย เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ถึงอ่างเก็บน้ำบ้านตะเคียนทอง ค่อนข้างดึก เลยเวลาตามกำหนดหลายชั่วโมง ผมรู้จัก อ.วิรติฯ (อาจารย์โอ) ทางโซเซียลมีเดีย เพิ่งได้พบตัวจริง ๆ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ผมกล่าวคำขอบคุณท่านที่ช่วยนำผู้เข้ารับการอบรมฯ มาฝึกปฏิบัติในพื้นที่  จ.ราชบุรี โดยหวังไว้ในใจว่า จะทำให้ชาวราชบุรีได้รู้ว่า "พื้นที่ธรรมชาติที่สวยงามและมีสภาพท้องฟ้าที่มืดของ อ.สวนผึ้ง และ อ.บ้านคา มีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ได้" ซึ่งหากส่งเสริมและพัฒนาได้สำเร็จจะทำให้ อ.สวนผึ้ง และบ้านคา มีกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี นอกจากนั้นก็ยังหวังว่าจะได้ภาพทางช้างเผือกสวย ๆ จากอ่างเก็บน้ำบ้านตะเคียนทอง จะได้ไปอวดโฉมในโลกออนไลน์อย่างจังหวัดอื่น ๆ เขาบ้าง

อาจารย์โอ กล่าวกับผมว่า หากมีคนราชบุรีที่สนใจที่อยากถ่ายภาพดาราศาสตร์และทางช้างเผือก รวมกลุ่มกันได้พอสมควร ท่านยินดีที่จะเดินทางมาสอนให้ที่ราชบุรีเลย ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

กำหนดการฝึกภาคปฏิบัติของ อ.วิรติ กีรติกานต์ชัย
ในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

อ.วิรติ กีรติกานต์ชัย (คนขวา)

อาจารย์ พลอากาศตรี ฐากูร เกิดแก้ว (คนซ้าย)
อ.วิรติ กีรติกานต์ชัย (คนขวา)





การสร้างเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ จ.ราชบุรี 
ช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 24 เม.ย.2564 ผมได้มีโอกาสได้พบกับ อ.สุรชัย ท้วมสมบูรณ์ และท่านพฤฒิ  เกิดชูชื่น ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และคณะ ซึ่งท่านได้พยายามรณรงค์เรื่องการสร้างเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky Place) ในประเทศไทย เพื่อลดมลภาวะทางแสงที่มันกำลังทำลายสุขภาพมนุษย์ สัตว์ สิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมบนโลกของเราอยู่  ท่านได้เชิญชวนให้ มรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี เป็นแกนหลักช่วยประสานงานเรื่องการสร้างเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ จ.ราชบุรี ซึ่งทางชมรมฯ ตอบตกลงและยินดีที่จะช่วยดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเต็มกำลัง 

หารือเรื่องการสร้างเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดใน จ.ราชบุรี
ลาทอสคาน่า รีสอร์ท อ.สวนผึ้ง จ.ราบุรี 

เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) อุทยานท้องฟ้ามืด 2) ชุมชนอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด 3) เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ส่วนบุคคล และ 4) เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ชานเมือง ท่านใดสนใจและต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถลิงค์เข้าไปดูได้ที่ เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky)

รัตติกาลที่หายไป (Losing The Dark)
ทางที่ปรึกษา NARIT ได้มอบคลิบวิดีโอเรื่อง "รัตติกาลที่หายไป (Losing The Dark)" เพื่อให้ทางชมรมฯ ช่วยเผยแพร่ให้คนราชบุรีและบุคคลทั่วไปได้รับทราบ เรื่องมลภาวะทางแสง โดยมีความยาวเพียง 6 : 25 นาที  ซึ่งเป็นวิดีโอที่จัดทำโดยสมาคมท้องฟ้ามืดสากล (International Dark-Sky Association : IDA) เผยแพร่เป็นสาธารณะ นำมาใส่คำบรรยายภาษาไทยโดย อ.สุรชัย ท้วมสมบูรณ์ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) วัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์และให้ความรู้แก่คนไทยได้หันมาตระหนักเรื่องมลภาวะทางแสง (Light Pollution) และช่วยกันควบคุมและป้องกันไม่ให้แสงไฟสว่างเรืองขึ้นไปบนท้องฟ้า (Sky Glow) ลองชมกันดูนะครับ


สัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากลปี 2565
ช่วงนี้ อยูู่ในช่วงของ "สัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากลปี 2565 (International Dark Sky Week 2022)" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-30 เม.ย.2565 ภายใต้แคมเปญ "Discover the Night" โดย สมาคมท้องฟ้ามืดสากล (International Dark-Sky Association - IDA) หากท่านใดต้องการทราบเรื่องราวเกี่ยวกับ Dark Sky สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ในบทความด้านล่างเหล่านี้ 

อ่านเพิ่มเติม

เปิดใจให้กว้าง
สิ่งสำคัญที่จะเป็นอุปสรรคในการพัฒนาเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด ก็คือ การที่มนุษย์ไม่ยอมเปิดใจรับฟังและยอมรับความรู้ที่เป็นสากลและเป็นวิทยาศาสตร์ มลภาวะทางแสงกำลังคุกคามสุขภาพและความเป็นอยู่ของทุกชีวิตบนโลกนี้ หากเราเรียนรู้ที่จะแก้ไขมันจริง ๆ เราจะพบทางเลือก 2 ทางระหว่างการสูญเสียพลังงานด้วยการส่องไฟขึ้นไปบนฟ้า หรือ เรียนรู้ที่จะใช้ไฟฟ้าอย่างรับผิดชอบต่อทุกชีวิตบนโลกใบนี้

มลภาะวะทางแสงเป็นปัญหาที่เราทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข ถ้าเราร่วมมือกัน เราก็สามารถนำท้องฟ้าที่สวยงามยามราตรีกลบมาสู่โลกได้อีกครั้ง

ช่วยกันตามหารัตติกาลที่หายไป

*********************
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
25 เม.ย.2565

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565

ท้องฟ้ามืด! ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเมืองต้องมืดตามไปด้วย (Dark sky not dark ground)

ผมพยายามพูดคุยเรื่อง "ท้องฟ้ามืด" กับ "มลพิษทางแสง"  ให้คนรอบ ๆ  ตัวฟัง เขาก็ฟังตามมารยาท ไม่ค่อยให้ความสนใจและรู้สึกเขาไม่ค่อยเห็นด้วย ซึ่งจริง ๆ มันเป็นเรื่องราวสำคัญที่มันกำลังทำลายสุขภาพและระบบนิเวศน์ของโลกเลยทีเดียว แต่เป็นเพราะพวกเขาคงปักใจอยู่กับความเชื่อที่ว่า ความเจริญของเมือง คือ การมีถนนลาดยาง น้ำไหล ไฟสว่าง มากกว่าการที่จะทำให้ ท้องฟ้ามืด

เนื้อหา

  • Dark sky not dark ground
  • หลักห้าประการในการออกแบบ
  • ไฟถนนที่ดี
  • แสงสว่าง อุบัติเหตุ อาชญากรรม และความปลอดภัย
  • แสงไฟจากเพื่อนบ้าน
  • เราช่วยได้

เมือง Flagstaff รัฐ Arizona, USA
  เมืองท้องฟ้ามืดระดับสากลแห่งแรก
ที่มาของภาพ (Bettymaya Foott. 2564)

Dark sky not dark ground
ท้องฟ้ามืด! คือการควบคุมแสงประดิษฐ์ต่าง ๆ ของเมืองไม่ให้เรืองขึ้นท้องฟ้า ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเมืองต้องมืดตามไปด้วย จากภาพด้านบนแสดงให้เห็นว่า ท้องฟ้าในยามค่ำคืนของเมือง Flagstaff มีแสงสว่างส่องเรืองขึ้นสู่ท้องฟ้า (Sky Glow) จำนวนน้อยมาก แต่พื้นที่ในเมืองยังคงมีแสงสว่างเพียงพอในการดำเนินกิจกรรมของชาวเมืองอย่างปลอดภัย แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารและชาวเมืองนี้ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแสงประดิษฐ์ที่ดี คำนึงถึงเรื่องมลพิษทางแสง (Light Pollution) และการป้องกันไม่ให้แสงจากเมืองส่องขึ้นไปบนท้องฟ้ามากเกินไป ส่งผลให้ท้องฟ้าของเมืองมืดมิด (Drak Sky) สามารถเปิดมุมมองทางดาราศาสตร์ได้อย่างงดงาม

หลักห้าประการในการออกแบบ
หลักห้าประการสำหรับการออกแบบแสงประดิษฐ์กลางแจ้งในเมือง ที่ International Dark-Sky Association (IDA) และ International Education Standard (IES) ได้ร่วมกันเผยแพร่ในปี พ.ศ.2563 ซึ่งหากนำไปปฏิบัติจะสามารถรักษาความมืดของท้องฟ้า และลดมลพิษทางแสงได้ สรุปดังนี้ (Bettymaya Foott. 2564)
  1. การใช้ประโยชน์ (Useful) ความต้องการแสงสว่างควรมีจุดประสงค์และการใช้ประโยชน์ที่ชัดเจน ควรประเมินว่าสถานที่นั้นจำเป็นต้องมีแสงสว่างหรือไม่ และแสงที่ติดตั้งนั้นจะส่งผลกระทบต่อผู้คน พื้นที่ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมโดยรวมหรือไม่  หากไม่ติดตั้งแสงสว่างจะใช้สีสะท้อนแสงหรือเครื่องหมายเรืองแสงแทนได้หรือไม่ 
  2. มุ่งเฉพาะเป้าหมาย  (Targeted) แสงควรถูกส่องไปยังพื้นที่ที่ต้องการแสงเท่านั้น ไม่ฟุ้งกระจายไปยังพื้นที่อื่น ควรใช้โคมสำหรับป้องกันและกำหนดทิศทางของลำแสง ให้ส่องไปยังเป้าหมาย 
  3. ใช้ระดับความสว่างที่น้อยที่สุด (Low Light level) แสงที่ใช้ไม่ควรสว่างเกินความจำเป็น ควรใช้ความสว่างของแสงระดับต่ำสุดที่ต้องการ  และควรคำนึงถึงสภาพของผิวพิ้นด้วย เพราะแสงอาจสะท้อนจากผิวพื้นขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนมากกว่าที่ตั้งใจไว้
  4. ควบคุมการใช้ไฟ (Controlled) ต้องสามารถควบคุมการใช้ไฟได้ เปิดเมื่อต้องการใช้ประโยชน์ ปิดเมื่อไม่ต้องการ สามารถหรี่แสงได้ หรือเปิดเฉพาะเมื่อมีความเคลื่อนไหว 
  5. สีของแสง (Color) หากเป็นไปได้ควรใช้แสงสีอุ่น (Warm) หลีกเหลี่ยงการใช้แสงที่มีความยาวคลื่นสั้น (สีน้ำเงิน-ม่วง) พยายามจำกัดให้อยู่ในปริมาณที่น้อยที่สุด

ประเภทแสงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากไฟถนน

ไฟถนนที่ดี
ภาพด้านบน จำลองให้เห็นว่า พื้นที่ที่เราต้องการแสงสว่างก็คือบริเวณที่พื้นเท่านั้น (Area to be lit) แต่แสงประดิษฐ์จากโคมไฟถนนที่ออกแบบ "ไม่ดี"  จะทำให้เกิดพื้นที่ที่ได้รับแสงจ้ามากเกินไป (Glare Zone) ทำลายสุขภาพตา แสงบางส่วนไปรบกวนอาคารบ้านเรือนและการนอน (Light trespass) แสงบางส่วนจะสะท้อนจากพื้นดินขึ้นท้องฟ้า (Upward reflected light) และพุ่งไปยังท้องฟ้าโดยตรง (Direct upward light) 

ไฟถนนที่ดี ควรมีการออกแบบตามหลักการที่กล่าวมาข้างต้น ไฟถนนที่ได้รับการออกแบบมาไม่ดี หรือติดตั้งอย่างไม่ถูกต้อง จะทำให้แสงไฟส่องเข้ามาในบ้านของคุณ เหตุการณ์อย่างนี้เรียกว่า การรุกล้ำของแสง (Light trespass)​ เพราะแสงดันส่องไปยังที่ที่ไม่ได้ต้องการ 

การออกแบบโคมไฟถนนที่ดีและไม่ดี

น่าเสียดายที่หลายเมืองในประเทศไทย มีการออกแบบและติดตั้งโคมไฟถนนที่ไม่คำนึงถึงมลพิษทางแสง และสิ่งที่แย่กว่านั้น ก็คือ มันยากที่จะรื้อถอนออกแล้วเปลี่ยนใหม่ มลพิษทางแสงจากโคมไฟถนนจะบ่อนทำลายสุขภาพของคุณตลอดไป และมันจะทำให้ท้องฟ้าในบ้านคุณไม่เคยกลับมามืดมิดเหมือนเช่นเดิม  

หน่วยงานราชการและองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ก่อนที่จะประกาศจัดซื้อ จัดจ้าง และติดตั้งโคมไฟส่องสว่างถนนในพื้นที่ของตน ควรทำการศึกษาเรื่องการออกแบบแสงประดิษฐ์กลางแจ้งในเมือง และประเภทของโคมไฟถนนที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางแสงให้ถ่องแท้ เพื่อไม่ให้ทำลายคุณภาพชีวิตและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมของเมืองต่อไป

โคมไฟถนนที่ไม่มีโคมครอบบังคับทิศทางของแสง 
ทำให้ต้องสูญเสียแสงบางส่วนฟุ้งกระจายขึ้นไปบนท้องฟ้า
เกิดแสงจ้า สิ้นเปลืองพลังงาน เสียค่าใช้จ่าย และการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ที่มากเกินไป

โคมไฟถนนแบบประติมากรรมต่าง ๆ ที่นิยมกัน
ส่วนใหญ่ไม่มีโคมบังคับทิศทางของลำแสง

แสงไฟควรถูกติดตั้งในที่ที่ต้องการแสงเท่านั้น

แสงไฟที่เกินความจำเป็น
และส่งผลต่อระบบนิเวศน์ของสัตว์น้ำในยามค่ำคืน

โคมไฟถนนที่ก่อให้เกิดแสงเรืองขึ้นท้องฟ้า

โคมไฟถนนที่มากเกินความจำเป็น

แสงสว่าง อุบัติเหตุ อาชญากรรม และความปลอดภัย
ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดว่า  "การเพิ่มแสงสว่างภายนอกอาคาร สามารถยับยั้งการก่ออาชญากรรมได้ มันเพียงแต่ทำให้คุณรู้สึกว่ามีความปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น "  และมันก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ด้วยซ้ำว่า ที่ว่า "ปลอดภัย" นั้น มันปลอดภัยจริง ๆ หรือไม่ 

Smart City Lighting
ที่มาของภาพ (exc-streetlight. 2564)
ผลการศึกษาในปี พ.ศ.2558 ที่ตีพิมพ์ในวารสารระบาดวิทยาและสุขภาพชุมชน พบว่า "ไฟถนนไม่ได้ป้องกันอุบัติเหตุหรืออาชญากรรม แต่กลับต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก" โดยคณะวิจัยได้ทำการศึกษาการชนกันของรถยนต์บนท้องถนนและการก่อเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของหน่วยงานท้องถิ่น จำนวน 62 แห่งในประเทศอังกฤษและเวลส์  พบว่าแสงไฟไม่มีผลกระทบกับเรื่องดังกล่าว ไม่ว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะปิดไฟถนนโดยสิ้นเชิง หรี่แสงไฟ หรือปิดในบางช่วงเวลา หรือเปลี่ยนเป็นใช้หลอดไฟพลังงานต่ำอย่าง LED  และเมื่อพิจารณาความเสี่ยงทั้งมวลแล้วสรุปได้ว้า "หน่วยงานท้องถิ่นสามารถลดการใช้โคมไฟถนนลงได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีผลกระทบในทางลบต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือการก่ออาชญากรรมบนท้องถนน ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและพลังงาน

อาชญากรรมในเมือง
ที่มาของภาพ (Roche Law Group. 2563)

และจากผลการศึกษาเกี่ยวกับไฟถนนและอาชญากรรมในกรุงลอนดอน เมื่อปี พ.ศ.2554 "ไม่มีหลักฐานที่แสดงว่า การเพิ่มแสงสว่างให้มากขึ้น สามารถช่วยลดการก่ออาชญากรรมได้”  รวมทั้งผลการศึกษาของสถาบันความยุติธรรมแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2540 ก็ยังระบุว่า  “เราไม่สามารถมั่นใจได้ว่า แสงสว่างที่ได้รับการออกแบบและปรับปรุงใหม่แล้วจะช่วยป้องกันอาชญากรรมได้”

แสงสว่างกลางแจ้งในเมืองมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในเวลากลางคืน แต่แสงที่มากเกินไปอาจส่งผลในทางตรงกันข้าม 

ประเภทแสงไฟจากเพื่อนบ้านที่รุกล้ำมายังบ้านเรา

แสงไฟจากเพื่อนบ้าน
ผมเชื่อว่า หลายคนคงเคยประสบกับสถานการณ์ที่แสงไฟของเพื่อนบ้านหรือในหมู่บ้าน ที่เป็นหลอดไฟที่ไม่มีโคมบังคับทิศทางของแสง ทำให้แสงสว่างฟุ้งกระจายส่องเข้ามาที่บ้านหรือหน้าต่างห้องนอนของคุณ ซึ่งแสงเหล่านี้เป็นแสงที่คุณไม่ต้องการ มันทำคุณรู้สึกหงุดหงิด, ขุ่นเคือง หรืออาจนอนไม่หลับได้ แสงประเภทนี้เรียกว่า แสงรุกล้ำ (Light trespass)​  

อย่างนี้ คุณควรตัดสินใจพูดคุยกับเพื่อนบ้าน หรือผู้จัดการหมู่บ้านของคุณ ให้ความรู้เรื่องมลพิษทางแสงแก่เขา ซึ่งเหตุการณ์ที่เขาทำอาจจะทำด้วยความหวังดี แต่ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องมลพิษทางแสงก็ได้ คุณต้องคิดเชิงบวก พูดคุยอย่างเป็นมิตร เพราะหากคุณไม่กล้าที่จะพูดคุย คุณก็จะต้องทนอยู่ในสภาพอย่างนี้ ต่อไป

เราช่วยได้
ที่กล่าวมาเป็นเพียงเรื่องราวบางกรณีเกี่ยวกับการเกิดมลพิษทางแสงเท่านั้น ซึ่งเราทุกคนสามารถช่วยได้ โดยเริ่มจากการเรียนรู้จากมัน เริ่มแก้ไขปรับปรุงไฟแสงสว่างภายในบ้านของเราเอง ไม่ให้เกิดแสงเรืองขึ้นไปบนทองฟ้า หรือไม่ให้ไปรบกวนคนอื่น แล้วค่อย ๆ  ขยายผลไปยังชุมชนรอบ ๆ  ตัวเรา

ช่วยกันรณรงค์สนับสนุนสัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากลปี 2565 (International Dark Sky Week 2022)" ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-30 เม.ย.2565  

เริ่มต้นได้ที่ตัวเรา

อ่านเพิ่มเติม

*********************

รวบรวมและเรียบเรียงโดย
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
15 เม.ย.2565

ที่มาข้อมูลและภาพ 

  • Bettymaya Foott. (2564).LIGHT POLLUTION. สไลด์ประกอบการบรรยาย. USA :The International Dark-Sky Association.
  • Ruskin Hartley and Pete Strasser. (2564). Light Right to Protect the Night. [Online]. Available : https://designinglighting.com/2021/06/08/light-right-to-protect-the-night/. [2565 เมษายน 15].
  • IDA. (2565). Lighting, Crime and Safety. [Online]. Available : https://www.darksky.org/light-pollution/lighting-crime-and-safety/. [2565 เมษายน 15].
  • IDA. (2565). Bad Streetlights. [Online]. Available : https://www.darksky.org/our-work/lighting/lighting-for-citizens/bad-streetlights/. [2565 เมษายน 15].
  • IDA. (2565). My Neighbor’s Lighting. [Online]. Available : https://www.darksky.org/our-work/lighting/lighting-for-citizens/my-neighbors-lighting/. [2565 เมษายน 15].
  • exc-streetlight. (2564). What's Smart City Lighting?. [Online]. Available : https://www.exc-streetlight.com/news/lighting-blogs/what-is-smart-city-lighting.html. [2565 เมษายน 16].
  • Roche Law Group. (2563). New York City Crime Hotspots. [Online]. Available : https://www.longislandcriminallawyer.com/2020/03/09/new-york-city-crime-hotspots/. [2565 เมษายน 16].

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2565

แนวทางการจัดกิจกรรม "เดินชมเมืองยามค่ำ (Dark city walks)" สนับสนุนสัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากล

กิจกรรม "เดินชมเมืองยามค่ำ (Dark city walks)" เป็นกิจกรรม 1 ใน 6 กิจกรรมที่สมาคมท้องฟ้ามืดสากล (International Dark-Sky Association - IDA) เขิญชวนให้ทำเพื่อสนับสนุน "สัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากลปี 2565 (International Dark Sky Week 2022)" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-30 เม.ย.2565 ภายใต้แคมเปญ "Discover the Night" โดย IDA ได้จัดทำคู่มือเพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมในฐานะการเป็นเจ้าภาพ (Host a night walk) ไว้แล้ว แต่ผมได้นำมาปรับปรุงและดัดแปลงให้เข้ากับสถานการณ์ในบ้านเรา ซึ่งพอจะสรุปแนวทางได้ ดังนี้


แนวทางการจัดกิจกรรม Dark city walks
(ปรับปรุงจาก Landon Bannister. 2565)

ชื่อกิจกรรม "เดินชม (..ชื่อเมือง..) ยามค่ำ"
คำขวัญ Discover the Night
ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสม ประมาณ 1 ชั่วโมง (หลังมืด)
การแต่งกายผู้เข้าร่วมเดิน รัดกุม ทะมัดทะแมง ใส่รองเท้าที่เหมาะสมกับการเดิน กระติกน้ำดื่มประจำตัว  สวมเสื้อกั๊ก หรือติดแถบสะท้อนแสงที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลในตอนกลางคืน
อุปกรณ์ที่ผู้นำกิจกรรมควรมี เสาธงไกด์นำขบวน (หากมีสัญญาณไฟที่หัวเสาก็จะดี) , ป้ายกิจกรรม, ไฟฉาย ,ไฟเลเซอร์สำหรับชี้เป้าสีแดง ,อุปกรณ์ประกอบการนำชมที่จำเป็น และหากกลุ่มมีขนาดใหญ่ควรมีโทรโข่งสำหรับบรรยาย
ขนาดของกลุ่ม ไม่ควรเกิน 25 คน (อาจเริ่มต้นจากคนในครอบครัว ญาติ เพื่อนสนิท และกลุ่มคนที่สนใจ)
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
  • การเดินให้ปฏิบัติตามกฏหมายของท้องถิ่นทุกประการ เช่น เดินบนทางเท้า ข้ามถนนที่ทางม้าลาย หรือบนสะพานลอย เป็นต้น
  • ต้องกำหนดวันทำกิจกรรม จุดเริ่มต้น-เวลา และ จุดสิ้นสุด-เวลา ให้ชัดเจน
  • เส้นทางการเดิน อาจวนเป็นวงกลมกลับมาที่เดิม หรือ One way ก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
  • ควรมีจุดแวะพัก (ที่จัดเตรียมไว้ก่อน) เพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับมลพิษทางแสงจำนวน 8-12 จุด
  • ควรเริ่มต้นเดินหลังมืด (หลังดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว)
  • ควรมีผู้ช่วยในการจัดกิจกรรม 1-2 คน (แล้วแต่ขนาดของกลุ่ม)
  • ผู้ทำกิจกรรมควรสำรวจเส้นทางเดินและจุดพักก่อนล่วงหน้า เพื่อนำมาจัดทำแผนปฏิบัติจริง
  • หากในเมืองมีผู้คนหรือการจราจรหนาแน่น ควรแจ้งเจ้าหน้าที่จราจรหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวก 
  • จัดกิจกรรมตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด
ก่อนเดิน ควรนัดรวมพลที่จุดเริ่มต้นเพื่อชี้แจงการปฏิบัติ ก่อนเริ่มกิจกรรมประมาณ 30 นาที 
  • ให้ทุกคนแนะนำตัวซึ่งกันและกัน
  • อธิบายวัตถุประสงค์ของการเดิน และผลกระทบจากมลพิษทางแสงเบิ้องต้น
  • แนะนำการปฏิบัติ และกฏต่าง ๆ รวมถึงจุดพักในระหว่างการเดินชมเมือง
การเรียนรู้สำคัญที่ควรแนะนำในระหว่างเดินและที่จุดพัก 
ผู้จัดกิจกรรมควรไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ แล้วนำมาวางแผนล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมข้อมูลในการบรรยายประกอบระหว่างการเดินทาง หรือเมื่อถึงจุดพัก ควรหาพื้นที่ที่มีการจัดการแสงไฟที่สามารถอธิบายประเด็นต่าง ๆ  เกี่ยวกับมลพิษทางแสง ดังที่จะกล่าวต่อไปเหล่านี้ได้

*********************************
แสงจ้าเป็นศัตรูของแสงที่ดี (Glare is the enemy of good lighting)
แสงจ้ามากเกินไปที่ส่องเข้าตาเรา จะทำให้เรามองไม่เห็นสิ่งของหรือวัตถุที่อยู่ด้านหลังของแหล่งกำเนิดแสงนั้น แต่หากมีการจัดแสงไฟที่พอดี ตำแหน่งเหมาะสม และไม่จ้าเกินไป จะทำให้เรามองเห็นสิ่งของหรือวัตถุโดยรอบได้ครบถ้วน และมีความรู้สึกปลอดภัยมากกว่า

ตัวอย่าง แสงจ้าทำให้มองไม่เห็นคนที่ยืนอยู่ที่ประตู
หากเอามือบังแสง จะทำให้มองเห็นคนที่ยืนอยู่ที่ประตูได้ชัดเจน

*********************************
การสูญเสียแสงที่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า (Wasted uplight)
มองหาสถานที่ที่ออกแบบโคมไฟถนน "ไม่ดี"  ซึ่งพอเปิดแล้วจะมีแสงพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า ซึ่งจริง ๆ แล้วแสงควรส่องลงมาที่พื้นถนนที่เราใช้ประโยชน์เท่านั้น แสงที่พุ่งขึ้นท้องฟ้าจะมีเฉพาะตามสนามบินที่ส่องเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้เครื่องบินลงจอดเท่านั้น  หากมีโคมไฟลักษณะนี้ เท่ากับว่าเราสูญเสียแสงไปบนท้องฟ้าแบบไร้ประโยชน์ แสงที่สูญเสียเหล่านี้ ก่อให้เกิดปรากฏการณ์แสงเรืองบนท้องฟ้า (Sky Glow)​ แสงเหล่านี้จะกระเจิงผ่านตัวกลางขนาดเล็กในอากาศ เช่น เมฆ หมอกควัน และอนุภาคในชั้นบรรยากาศ ปรากฏเป็นแสงเรืองทั่วท้องฟ้าและสังเกตเห็นได้แม้จะอยู่ห่างไกลออกไป 

ตัวอย่าง Wasted uplight

ตัวอย่าง Sky Glow จากเมือง

ตัวอย่าง Sky Glow จากเมือง

*********************************
แสงที่สว่างมากเกินไปเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ (To much light is a bad thing)
ในพื้นที่ที่มีจุดที่สว่างมากหลาย ๆ จุด แลดูสับสนจะทำให้มองเห็นไม่ชัด และหากพื้นที่ใดมีจุดที่สว่างมากตัดกับจุดที่มืดอย่างชัดเจน จะทำให้บริเวณโดยรอบดูมืด อาจทำให้เกิดปัญหาในการมองเห็น และปัญหาด้านความปลอดภัยได้

ตัวอย่าง To much light is a bad thing

ตัวอย่าง To much light is a bad thing

*********************************
ความสว่างของแสงแค่ไหนที่เราต้องการ (How much light do we need?)
เรื่องนี้อาจไม่มีใครตอบได้ บางคนก็ชอบสว่างมาก แต่บางคนก็ชอบสว่างน้อย แค่พอมองเห็นก็พอ ความสว่างของแสงที่แต่ละคนต้องการไม่มีค่าที่ตายตัว หลอดไฟจึงมีให้เลือกหลายขนาด เช่น 100 วัตต์ 60 วัตต์ 40 วัตต์ เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องตั้งคำถามอยู่เสมอว่า แสงสว่างมากแค่ไหนที่คุณต้องการในสถานที่นั้น ๆ 

ตัวอย่าง How much light do we need?

ตัวอย่าง How much light do we need?

*********************************
การใช้สีที่เหมาะสม (Appropriate use of colour)
สีของไฟที่ไม่เหมาะสม ทำให้เรื่องราวหรืออัตลักษณ์ของพื้นที่นั้น ๆ เปลี่ยนไป อย่างนี้ถือว่าสีของไฟเป็นมลพิษทางแสงรูปแบบหนึ่งที่ทำลายบรรยากาศและภูมิทัศน์ สีของไฟจะเพิ่มความยุ่งเหยิงของภาพ และความสับสนให้กับทิวทัศน์ยามค่ำคืนของพื้นที่นั้น ๆ 

ตัวอย่าง Appropriate use of colour

ตัวอย่าง Appropriate use of colour

*********************************
แหล่งกำเนิดแสงอบอุ่น กับ แหล่งกำเนิดแสงเย็น (Warm light source vs cool light sources)
มนุษย์นั่งล้อมกองไฟที่เป็นแสงอบอุ่นมาเป็นเวลาหลายร้อยหลายพันปี ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ส่วนใหญ่จึงมีความรู้สึกปลอดภัย และสบายใจ หากอยู่ภายใต้แสงอบอุ่นมากกว่าอยู่ภายใต้แสงเย็น  นอกจากนั้นแสงอบอุ่นยังก่อให้เกิดมลพิษทางแสงที่มีต่อท้องฟ้าและสัตว์ป่า น้อยกว่าแสงเย็นอีกด้วย

มนุษย์คุ้นชินกับกองไฟ

ตัวอย่าง Warm light vs cool light 

*********************************
แสงควรอยู่ในที่ที่ต้องการแสง (Light where light is needed)
การออกแบบที่ดีต้องให้แสงส่องไปยังพื้นที่ที่ต้องการใช้แสง การออกแบบที่ไม่ดีจะทำให้แสงเล็ดลอดหรือฟุ้งกระเจิงไปรบกวนผู้คน และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่เว้นแม่แต่ต้นไม้ แสง..หากไปอยู่ในที่ที่ไม่ต้องการแสง แสงนั้น..จะไม่มีประโยชน์และทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น หากเดินชมเมืองก็จะพบกับสถานที่ที่ไม่ต้องการแสง แต่กลับมีแสง ให้เห็นอยู่จำนวนมากมาย

ตัวอย่าง Light where light is needed

*********************************
จำเป็นต้องมีไฟแสงสว่างไหม (Does it need to be liit?)
มีคำถามว่า ที่ใดบ้างที่เราต้องการแสงสว่าง และต้องการไปเพื่ออะไร แล้วที่นั่นจำเป็นต้องมีไฟแสงสว่างหรือไหม เวลาเราเดินในเมืองยามค่ำคืน เราก็จะพบเห็นสถานที่ที่ไม่จำเป็นต้องมีแสงไฟ แต่กลับเปิดไฟไว้สว่างจ้า เช่น ลานจอดรถที่ไม่มีคนจอด ถนนที่ไม่มีคนสัญจรไปมา สวนสาธารณะที่ปิดแล้ว อาคารที่ไม่มีคนทำงาน บางสถานที่ที่มีสัตว์ต่าง ๆ อาศัยอยู่ แทนที่จะได้พักผ่อนหลับนอน แต่กลับทำไม่ได้เพราะเปิดไฟสว่างจ้าเหมือนเวลากลางวัน  แม้แต่ต้นไม้เองก็ยังไม่ต้องการแสงในเวลากลางคืนอีกด้วย แสงเหล่านี้เสียค่าใช้จ่าย และสิ้นเปลืองพลังงานไปโดยปล่าวประโยชน์ แถมก่อให้มลพิษทางแสงอีกด้วย

ตัวอย่าง Does it need to be liit?

ตัวอย่าง Does it need to be liit?

*********************************
มลพิษทางแสงจากแหล่งกำเนิดอื่น ๆ (Light pollution from other source)
ตัวอย่าง เช่น สื่อป้ายโฆษณาดิจิตอล ป้ายโฆษณาเรืองแสง หรือแม้แต่อาคารสำนักงานที่เปิดไฟทิ้งไว้ ทั้งหมดนี้ ล้วนมีส่วนทำให้เกิดปัญหามลพิษทางแสง ต้องถามว่า "ใครได้ประโยชน์" แสงไฟจากสื่อเหล่านี้กำลังยึดครองเมืองของเราเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าของตนเองเพียงเท่านั้น

ตัวอย่าง Light pollution from other source

ตัวอย่าง Light pollution from other source

ตัวอย่าง Light pollution from other source

*********************************
หาพื้นที่ตัวอย่างที่มีการจัดแสงได้เหมาะสม
หากเมืองของคุณมีสถานที่ที่มีการจัดการแสงไฟอย่างเหมาะสม  ก็ควรพากลุ่มทั้งหมดไปชม และอธิบายให้ฟัง แต่ดูเหมือนจะหายากมาก เพราะส่วนใหญ่เมืองต่าง ๆ ในประเทศไทย ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องการจัดการแสงประดิษฐ์ โดยเฉพาะแสงจากโคมไฟถนนมาตั้งแต่ต้น มลพิษทางแสงจึงเกิดขึ้นมากมายตามเมืองใหญ่ต่าง ๆ ของเรา

ภาพต่อไปนี้เป็นภาพตัวอย่างของระบบไฟฟ้าส่องสว่างในเมืองแห่งหนึ่ง โดยติดตั้งระบบควบคุมไฟถนนอัจฉริยะของ Philips และ Vodafone แบบไร้สาย ที่พยายามลดมลพิษทางแสงที่ทำลายสุขภาพของมนุษย์และลดปริมาณแสงเรืองที่ส่องขึ้นบนท้องฟ้า รวมทั้งควบคุมเวลาเปิด-ปิดให้ประหยัดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด (ที่มาของภาพ new atlas. 2559)




แนวทางการจัดกิจกรรม "เดินชมเมืองยามค่ำ" ที่กล่าวมาเป็นแค่คำแนะนำเท่านั้น ท่านสามารถนำไปประยุกต์หรือดัดแปลงให้สอดคล้องกับบริบทในเมืองของท่านเองได้เลยครับ ท่านใดที่อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ อาจจะทำได้ยากหน่อย แต่ก็น่าจะไม่เกินขีดความสามารถ 

หากท่านใด กลัวว่าจะหากลุ่มไม่ได้ ลองเริ่มต้นจากครอบครัว และเพื่อนสนิทก่อน เอาสัก 4-5 คนก็พอ อย่างน้อยก็ได้ออกกำลังกายเดินเล่นในเมืองยามค่ำคืน แบบชิล ชิล แถมยังได้ความรู้เรื่องมลพิษทางแสงอีกด้วย หากมีกลุ่มที่ทำกิจกรรมนี้ สัก 1,000 กลุ่มในประเทศไทย ก็จะมีคนมีความรู้เรื่องมลพิษทางแสงเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 4-5000 คน เลยทีเดียว 

อ่านความรู้เกี่ยวกับมลพิษทางแสงเพิ่มเติม

*********************
รวบรวมและเรียบเรียงโดย
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
5 เม.ย.2565

ที่มาข้อมูลและภาพ 

  • Landon Bannister. (2565). DARK CITY WALK- How-to Guide.pdf. [Online]. Available : https://darksky.app.box.com/s/thc47g0pjzsifght20k09mt5l0p01eue/file/916824346871. [2565 เมษายน 3].
  • IDA. (2564). International Dark Sky Week 2022.[Online]. Available : https://idsw.darksky.org/. [2565 เมษายน 3]. 
  • new atlas. (2559). Philips and Vodafone partner for wireless city smart lighting.[Online]. Available : https://newatlas.com/philips-vodafone-wireless-connected-street-lighting/42296/. [2565 เมษายน 4].  

ท้องฟ้ามืด! ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเมืองต้องมืดตามไปด้วย (Dark sky not dark ground)

ผมพยายามพูดคุยเรื่อง "ท้องฟ้ามืด" กับ "มลพิษทางแสง"  ให้คนรอบ ๆ   ตัวฟัง เขาก็ฟังตามมารยาท ไม่ค่อยให้ความสนใจและรู้สึก...