แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ light pollution แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ light pollution แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

เสน่ห์ฤดูหนาว ชมทะเลดาวที่สวนผึ้ง

ใครที่มาเยี่ยมเยือน อ.สวนผึ้ง ราชบุรี ในช่วงฤดูหนาว นอกจากจะได้สัมผัสกับ ไอหนาว หมอกขาว และป่าเขียว ๆ ดิบ ๆ แห่งขุนเขาตะนาวศรีแล้ว เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของสวนผึ้ง ก็คือ การได้ชมทะเลดาวที่สวยงามระยิบระยับเต็มท้องฟ้า

ที่มาของภาพ : ปรับปรุงจาก (Nikki Salter. 2561).

ดาวมันอยู่บนฟ้า อยู่ที่ไหนก็น่าจะมองเห็น
หลายคนอาจสงสัยว่า ดวงดาวมันก็อยู่บนฟ้า อยู่ที่ไหนก็น่าจะมองเห็นได้ จริง ๆ แล้วถูกต้องเลยครับ แต่อาจเป็นเมื่อ 2-3,000 ปีก่อน แต่ตอนนี้ พ.ศ.2566 น่าจะไม่จริงแล้ว เพราะมนุษย์พวกเราประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าขึ้นมา ทำให้โลกเราสว่างไสวในยามค่ำคืน ที่ไหนคนอยู่มาก แสงไฟก็มากตาม การใช้แสงไฟมากเกินไปโดยไม่มีการควบคุม มันก็เลยเกิด มลภาวะทางแสง (Light pollution)  ส่งผลกระทบมากมายต่อชีวิตสรรพสัตว์บนโลก สุขภาพของเรา สิ้นเปลืองเงิน พลังงาน ทรัพยากร และที่สำคัญปิดกั้นระหว่างเรากับดวงดาว

ที่มา (แอปพลิเคชั่น light pollution map. 2566)

มลภาวะทางแสง
แผนที่แสดงมลภาวะทางแสงด้านบน พื้นที่ที่เป็นสีขาวอมม่วง เช่น กรุงเทพฯ จะมีแสงสว่างเรืองขึ้นท้องฟ้าจำนวนมาก ถัดมาก็จะเป็นพื้นที่สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว จะมีแสงจากเมืองเรืองขึ้นท้องฟ้า ลดหลั่นกันมาตามลำดับ ส่วนสีฟ้า และสีน้ำเงิน จะมีแสงเรืองจากเมืองน้อยมาก พื้นที่เหล่านี้ ท้องฟ้าจะมืด ทำให้เห็นดวงดาวได้ชัดเจน 


การวัดค่าความสว่างท้องฟ้า ที่นิยมใช้กันส่วนใหญ่จะใช้มาตราบอร์เทิล (Bortle scale) ในการสื่อสาร โดยท้องฟ้าจะมีค่าตั้งแต่ Class 1-9  ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น (ดูแผนที่แสดงมลภาวะทางแสงด้านบนประกอบ)
  • กรุงเทพมหานคร ท้องฟ้าจะอยู่ใน Class 9 (Inner-City Sky) 
  • เมืองนครปฐม ท้องฟ้าจะอยู่ใน Class 8 (City Sky) 
  • เมืองราชบุรี ท้องฟ้าจะอยู่ใน Class 6 (Bright suburban sky)
  • พื้นที่ อ.สวนผึ้ง ท้องฟ้าจะอยู่ใน Class 2 (Typical truly dark site)
  • พื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า สันเขาตะนาวศรี ท้องฟ้าจะอยู่ใน Class 1 (Excellent dark-sky site) 
พื้นที่ อ.สวนผึ้ง และ อ.บ้านคา จ.ราชบุรี
มีสภาพท้องฟ้ามืดเหมาะแก่การดูดาวมาก

ชมทะเลดาวที่สวนผึ้ง
อ.สวนผึ้ง มี บ้านพัก รีสอร์ท โฮมสเตย์  ลานกางเต็นท์ ให้บริการอยู่จำนวนมาก มีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานครบถ้วน ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา สัญญาณโทรศัพท์ และร้านสะดวกซื้อ การเดินทางถึงแหล่งที่พักสามารถเดินทางถึงด้วยรถยนต์ธรรมดาไม่ต้องออฟโรด (ยกเว้นขึ้นจุดชมวิวบนยอดเขาต่าง ๆ) 

อ.สวนผึ้ง อยู่ใม่ไกลจากกรุงเทพฯ ในฤดูหนาวก็ไม่หนาวมากจนเกินไป  อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20℃ อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 30℃ ในพื้นที่ไม่มีกิจกรรมกลางคืนสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวสังสรรค์กันเองภายในกลุ่ม 

ทางช้างเผือก หมู่บ้านห้วยกระวาน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
ที่มาของภาพ (มงคลบารมี ระยอง. 2566)

การดูดาว หรือดูปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ จึงเป็นกิจกรรมทางเลือกหนึ่งในยามค่ำคืนสำหรับผู้ที่สนใจ เพราะท้องฟ้าของ อ.สวนผึ้งอยู่ในระดับ Class 2 ซึ่งเหมาะแก่การสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง 

อย่าลืมนะครับ หนาวนี้ มาชมทะเลดาวที่ อ.สวนผึ้งกัน

อ่านเพิ่มเติม
*****************************
เขียนโดย
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
15 พ.ย.2566



ที่มาข้อมูล
  • Nikki Salter. (2561). Summer Sky-Watching. [Online]. Available : https://pissouribay.com/summer-sky-watching/. [2566 พฤศจิกายน 15].
  • มงคลบารมี ระยอง. (2566). หมู่บ้านห้วยกระวาน สวนผึ้ง ราชบุรี . [Online]. Available : https://www.facebook.com/photo/?fbid=9339330689473048&set=g.811264558922837. [2566 พฤศจิกายน 15].

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ชวนคนไทยเป็น "นักวิทยาศาสตร์พลเมือง" สำรวจโลกยามราตรี

Globe at Night ขอเชิญทุกคนร่วมเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมือง วัดค่าความสว่างของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่บ้านของคุณหรือสถานที่ที่คุณไป ช่วยโลกต่อสู้กับมลพิษทางแสง แล้วส่งผลการสำรวจออนไลน์แบบง่าย ๆ ผ่านสมาร์ทโฟน ของคุณ 


เนื้อหา
  • Globe at Night คืออะไร
  • วิธีการวัดค่าความสว่างของท้องฟ้า
  • การวัดและรายงานผ่านคอมพิวเตอร์
  • การวัดและรายงานผ่านสมาร์ทโฟน
  • แคมเปญในปี พ.ศ.2566 วัดค่าวันไหน ที่กลุ่มดาวอะไรบ้าง
  • นักวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science) คือใคร

Globe at Night คืออะไร
โครงการ Globe at Night เป็นโครงการรณรงค์ด้านวิทยาศาสตร์พลเมืองระหว่างประเทศ (international citizen-science) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อสาธารณชนเกี่ยวกับผลกระทบของมลพิษทางแสง โดยเชิญทุกคนร่วมเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมือง ข่วยวัดค่าความสว่างของท้องฟ้ายามค่ำคืนและส่งข้อสังเกต ผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน
 
มลพิษทางแสงไม่เพียงคุกคาม “สิทธิ์ในแสงดาว (right to starlight)” ของเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการใช้พลังงาน สัตว์ป่า และสุขภาพด้วย มีการวัดค่ามากกว่า 200,000 ครั้งจากผู้คนใน 180 ประเทศในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา ทำให้ Globe at Night เป็นแคมเปญการรับรู้มลพิษทางแสงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน

Globe at Night เป็นโครงการของ NOIRLab ของ NSF ซึ่งเป็นศูนย์ระดับชาติชั้นนำของสหรัฐฯ สำหรับดาราศาสตร์เชิงแสงและอินฟราเรดภาคพื้นดินในเวลากลางคืน ซึ่งบริหารงานโดยสมาคมมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยดาราศาสตร์ (The Association of Universities for Research in Astronomy : AURA) ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือกับมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (The National Science Foundation)

วิธีการวัดค่าความสว่างของท้องฟ้า
วิธีการวัดค่าความสว่างของท้องฟ้า ก็คือ การวัดความสว่างของดวงดาวบนท้องฟ้าโดยการสังเกตด้วยตาเปล่าของเราเอง ถ้าท้องฟ้ามืดก็จะเห็นดาวชัดและมีจำนวนหลายดวง ถ้าท้องฟ้าสว่างก็จะเห็นดาวสว่างเพียงไม่กี่ดวงหรือไม่เห็นเลย ทางโครงการ Globe at Night ได้ออกแบบวิธีวัดและการรายงาน ไว้ 2 วิธี คือ ในคอมพิวเตอร์และในสมาร์ทโฟน

การวัดและรายงานผ่านคอมพิวเตอร์
ขั้นต้นขอให้คุณเข้าไปในเว็บไซต์ Globe at Night (https://globeatnight.org/) อ่านรายละเอียดต่าง ๆ ให้เข้าใจ หลังจากนั้น ดำเนินการง่าย ๆ  ดังนี้
  1. ในช่วงวันที่กำหนดในแคมเปญ  ให้คุณออกไปข้างนอกหลังจากดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้วหนึ่งชั่วโมง (ประมาณ 20.00-22.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น) ไม่ควรมีดวงจันทร์ขึ้น ให้หลับตาเป็นเวลา 10 นาที เพื่อให้ดวงตาคุณคุ้นเคยกับความมืด ก่อนการสังเกตการณ์
  2. ใช้แอปแผนที่ดาวที่คุณมีบนสมาร์ทโฟน ค้นหากลุ่มดาวที่กำหนดในวันนั้น ๆ แล้วสังเกต
  3. นำผลการสังเกตของคุณเข้าไปใรายงานใน "รายงาน Globe at night" (https://globeatnight.org/th/webapp/) เป็นภาษาไทยครับ กรอกข้อมูลลงไป เสร็จแล้วกด  “ส่งข้อมูล”
การวัดและรายงานผ่านสมาร์ทโฟน
ก่อนอื่นต้องติดตั้งแอปพลิเคชั่นที่ชื่อว่า "Loss of the Night"  เป็นรูปนกฮูก ฟรีครับ  มีทั้งสำหรับ iPhone และ Androids แอปฯ นี้จะเปลี่ยนดวงตาของคุณให้เป็นเครื่องวัดแสง ช่วยให้คุณกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมืองและสามารถรายงานว่าท้องฟ้ายามค่ำคืนที่คุณอาศัยอยู่นั้น สว่างหรือมืดแค่ไหน

App Loss of the Night

เมื่อติดตั้งลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ลองอ่านข้อแนะนำต่าง ๆ ให้เข้าใจ สำหรับในการวัดค่าความสว่างท้องฟ้า ให้ดำเนินการดังนี้ 
  1. ในช่วงวันที่กำหนดในแคมเปญ  ให้คุณออกไปข้างนอกหลังจากดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้วหนึ่งชั่วโมง (ประมาณ 20.00-22.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น) ไม่ควรมีดวงจันทร์ขึ้น ให้หลับตาเป็นเวลา 10 นาที เพื่อให้ดวงตาคุณคุ้นเคยกับความมืด ก่อนการสังเกตการณ์
  2. เปิดแอปฯ Loss of the Night เลือกใช้โหมดกลางคืน แล้วเลือก Start observing stars จากนั้น แอปฯ ก็จะค้นหาตำแหน่งของคุณด้วย GPS จากดาวเทียม หลังจากพบตำแหน่งเรียบร้อย หน้าจอก็จะขึ้นวงกลมสีแดงมีลูกศรชี้นำ พร้อมกับพื้นหลังเป็นกลุ่มดาวต่าง ๆ  ให้คุณแหงนโทรศัพท์ขึ้นท้องฟ้าเพื่อหาตำแหน่งดาวตามที่ลูกศรชี้นำไป เมื่อพบกลุ่มดาวที่ต้องการ ลูกศรก็จะหายไปเหลือแต่วงกลม จากนั้นคุณก็สังเกตดาวนั้น ส่งข้อสังเกตตามที่แอปฯ ได้ให้ตัวเลือกไว้  วิธีนี้ง่ายมาก ๆ ครับ อ่านแล้วอาจเข้าใจยาก ลองทำดูเลยนะครับ
วิธีหาดาวของแอป Loss of the Night

แคมเปญในปี พ.ศ.2566 วัดค่าวันไหน ที่กลุ่มดาวอะไรบ้าง
ในช่วงแคมเปญ ปี พ.ศ.2566 สำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ในท้องฟ้าในซีกโลกเหนือ Globe at Night กำหนดวันที่วัดค่าและกลุ่มดาว ไว้ดังนี้
  • 13-22 ม.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวนายพราน (Orion) และกลุ่มดาวหมาใหญ่ (Canis Major)
  • 12-21 ก.พ.2566 วัดที่กลุ่มดาวนายพราน (Orion) และกลุ่มดาวคนคู่ (Gemini)
  • 13-22 มี.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวนายพราน (Orion) และกลุ่มดาวคนคู่ Gemini
  • 12-21 เม.ย.2566 วัดที่กลุ่มดาวสิงโต (Leo)
  • 11-20 พ.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวสิงโต (Leo) และกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ (Bootes)
  • 9-18 มิ.ย.2566 วัดที่กลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ (Bootes) และกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส (Hercules)
  • 8-17 ก.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ (Bootes) และกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส (Hercules)
  • 7-16 ส.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus) และกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส (Hercules)
  • 5-14 ก.ย.2566 วัดที่กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus)
  • 4-13 ต.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus) และกลุ่มดาวม้าบิน (Pegasus)
  • 3-12 พ.ย.2566 วัดที่กลุ่มดาวม้าบิน (Pegasus) และ กลุ่มดาวเพอร์ซิอัส (Perseus)
  • 3-12 ธ.ค.2566 วัดที่กลุ่มดาวเพอร์ซิอัส (Perseus)
*แคมเปญนี้ หากใช้แอป Loss of the Night ในสมาร์ทโฟน แอปฯ จะพาไปหากลุ่มดาวโดยอัติโนมัติ


นักวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science) คือใคร 
นักวิทยาศาสตร์พลเมือง คือ ประชาชนที่สมัครใจช่วยทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์  เช่น การออกแบบ การทดลอง รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผล และแก้ไขปัญหา  ทุกคนที่สนใจสามารถเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมืองได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และไม่สำคัญว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ หรือมีภูมิหลังอย่างไร สิ่งที่คุณต้องมี คือ เวลา ความอยากรู้อยากเห็น และความรู้สึกพิศวงจากสิ่งที่คุณได้ทำ สำหรับการสำรวจโลกยามราตรี ครั้งนี้ อย่างน้อยคุณก็จะได้
  1. มีส่วนร่วมกับผู้คนทั่วทุกมุมโลกเพื่อสังเกตท้องฟ้ายามราตรี
  2. ให้คำแนะนำและบอกต่อแก่คนรู้จักหรือครอบครัวที่รักในวิทยาศาสตร์ ก่อให้เกิดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมนอกห้องเรียน
  3. ช่วยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนในประเทศของคุณ เพื่อให้นักวิชาการใช้ศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากมลพิษทางแสงต่อไป


ใครพอมีเวลา มาช่วยโลกกันนะครับ ช่วยสำรวจผลกระทบจากมลพิษทางแสง เพื่อให้นักวิชาการทั้งหลายนำไปเป็นข้อมูลในการวิจัยช่วยกันแก้ปัญหาต่อไป

*****************
รวบรวและเรียบเรียงโดย
พลตรี ดร.สุชาต  จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
16 ก.พ.2566



ที่มาข้อมูล
  • The Association of Universities for Research in Astronomy. (2549). Globe at Night. [Online]. Available : https://globeatnight.org/. [2566 กุมภาพันธ์ 16].
  • Citizen Science. (2564). What is Citizen Science?. [Online]. Available : https://www.nps.gov/subjects/citizenscience/citizen-science.htm. [2566 กุมภาพันธ์ 16].

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2565

แนวทางการจัดกิจกรรม "เดินชมเมืองยามค่ำ (Dark city walks)" สนับสนุนสัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากล

กิจกรรม "เดินชมเมืองยามค่ำ (Dark city walks)" เป็นกิจกรรม 1 ใน 6 กิจกรรมที่สมาคมท้องฟ้ามืดสากล (International Dark-Sky Association - IDA) เขิญชวนให้ทำเพื่อสนับสนุน "สัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากลปี 2565 (International Dark Sky Week 2022)" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-30 เม.ย.2565 ภายใต้แคมเปญ "Discover the Night" โดย IDA ได้จัดทำคู่มือเพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมในฐานะการเป็นเจ้าภาพ (Host a night walk) ไว้แล้ว แต่ผมได้นำมาปรับปรุงและดัดแปลงให้เข้ากับสถานการณ์ในบ้านเรา ซึ่งพอจะสรุปแนวทางได้ ดังนี้


แนวทางการจัดกิจกรรม Dark city walks
(ปรับปรุงจาก Landon Bannister. 2565)

ชื่อกิจกรรม "เดินชม (..ชื่อเมือง..) ยามค่ำ"
คำขวัญ Discover the Night
ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสม ประมาณ 1 ชั่วโมง (หลังมืด)
การแต่งกายผู้เข้าร่วมเดิน รัดกุม ทะมัดทะแมง ใส่รองเท้าที่เหมาะสมกับการเดิน กระติกน้ำดื่มประจำตัว  สวมเสื้อกั๊ก หรือติดแถบสะท้อนแสงที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลในตอนกลางคืน
อุปกรณ์ที่ผู้นำกิจกรรมควรมี เสาธงไกด์นำขบวน (หากมีสัญญาณไฟที่หัวเสาก็จะดี) , ป้ายกิจกรรม, ไฟฉาย ,ไฟเลเซอร์สำหรับชี้เป้าสีแดง ,อุปกรณ์ประกอบการนำชมที่จำเป็น และหากกลุ่มมีขนาดใหญ่ควรมีโทรโข่งสำหรับบรรยาย
ขนาดของกลุ่ม ไม่ควรเกิน 25 คน (อาจเริ่มต้นจากคนในครอบครัว ญาติ เพื่อนสนิท และกลุ่มคนที่สนใจ)
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
  • การเดินให้ปฏิบัติตามกฏหมายของท้องถิ่นทุกประการ เช่น เดินบนทางเท้า ข้ามถนนที่ทางม้าลาย หรือบนสะพานลอย เป็นต้น
  • ต้องกำหนดวันทำกิจกรรม จุดเริ่มต้น-เวลา และ จุดสิ้นสุด-เวลา ให้ชัดเจน
  • เส้นทางการเดิน อาจวนเป็นวงกลมกลับมาที่เดิม หรือ One way ก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
  • ควรมีจุดแวะพัก (ที่จัดเตรียมไว้ก่อน) เพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับมลพิษทางแสงจำนวน 8-12 จุด
  • ควรเริ่มต้นเดินหลังมืด (หลังดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว)
  • ควรมีผู้ช่วยในการจัดกิจกรรม 1-2 คน (แล้วแต่ขนาดของกลุ่ม)
  • ผู้ทำกิจกรรมควรสำรวจเส้นทางเดินและจุดพักก่อนล่วงหน้า เพื่อนำมาจัดทำแผนปฏิบัติจริง
  • หากในเมืองมีผู้คนหรือการจราจรหนาแน่น ควรแจ้งเจ้าหน้าที่จราจรหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวก 
  • จัดกิจกรรมตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด
ก่อนเดิน ควรนัดรวมพลที่จุดเริ่มต้นเพื่อชี้แจงการปฏิบัติ ก่อนเริ่มกิจกรรมประมาณ 30 นาที 
  • ให้ทุกคนแนะนำตัวซึ่งกันและกัน
  • อธิบายวัตถุประสงค์ของการเดิน และผลกระทบจากมลพิษทางแสงเบิ้องต้น
  • แนะนำการปฏิบัติ และกฏต่าง ๆ รวมถึงจุดพักในระหว่างการเดินชมเมือง
การเรียนรู้สำคัญที่ควรแนะนำในระหว่างเดินและที่จุดพัก 
ผู้จัดกิจกรรมควรไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ แล้วนำมาวางแผนล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมข้อมูลในการบรรยายประกอบระหว่างการเดินทาง หรือเมื่อถึงจุดพัก ควรหาพื้นที่ที่มีการจัดการแสงไฟที่สามารถอธิบายประเด็นต่าง ๆ  เกี่ยวกับมลพิษทางแสง ดังที่จะกล่าวต่อไปเหล่านี้ได้

*********************************
แสงจ้าเป็นศัตรูของแสงที่ดี (Glare is the enemy of good lighting)
แสงจ้ามากเกินไปที่ส่องเข้าตาเรา จะทำให้เรามองไม่เห็นสิ่งของหรือวัตถุที่อยู่ด้านหลังของแหล่งกำเนิดแสงนั้น แต่หากมีการจัดแสงไฟที่พอดี ตำแหน่งเหมาะสม และไม่จ้าเกินไป จะทำให้เรามองเห็นสิ่งของหรือวัตถุโดยรอบได้ครบถ้วน และมีความรู้สึกปลอดภัยมากกว่า

ตัวอย่าง แสงจ้าทำให้มองไม่เห็นคนที่ยืนอยู่ที่ประตู
หากเอามือบังแสง จะทำให้มองเห็นคนที่ยืนอยู่ที่ประตูได้ชัดเจน

*********************************
การสูญเสียแสงที่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า (Wasted uplight)
มองหาสถานที่ที่ออกแบบโคมไฟถนน "ไม่ดี"  ซึ่งพอเปิดแล้วจะมีแสงพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า ซึ่งจริง ๆ แล้วแสงควรส่องลงมาที่พื้นถนนที่เราใช้ประโยชน์เท่านั้น แสงที่พุ่งขึ้นท้องฟ้าจะมีเฉพาะตามสนามบินที่ส่องเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้เครื่องบินลงจอดเท่านั้น  หากมีโคมไฟลักษณะนี้ เท่ากับว่าเราสูญเสียแสงไปบนท้องฟ้าแบบไร้ประโยชน์ แสงที่สูญเสียเหล่านี้ ก่อให้เกิดปรากฏการณ์แสงเรืองบนท้องฟ้า (Sky Glow)​ แสงเหล่านี้จะกระเจิงผ่านตัวกลางขนาดเล็กในอากาศ เช่น เมฆ หมอกควัน และอนุภาคในชั้นบรรยากาศ ปรากฏเป็นแสงเรืองทั่วท้องฟ้าและสังเกตเห็นได้แม้จะอยู่ห่างไกลออกไป 

ตัวอย่าง Wasted uplight

ตัวอย่าง Sky Glow จากเมือง

ตัวอย่าง Sky Glow จากเมือง

*********************************
แสงที่สว่างมากเกินไปเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ (To much light is a bad thing)
ในพื้นที่ที่มีจุดที่สว่างมากหลาย ๆ จุด แลดูสับสนจะทำให้มองเห็นไม่ชัด และหากพื้นที่ใดมีจุดที่สว่างมากตัดกับจุดที่มืดอย่างชัดเจน จะทำให้บริเวณโดยรอบดูมืด อาจทำให้เกิดปัญหาในการมองเห็น และปัญหาด้านความปลอดภัยได้

ตัวอย่าง To much light is a bad thing

ตัวอย่าง To much light is a bad thing

*********************************
ความสว่างของแสงแค่ไหนที่เราต้องการ (How much light do we need?)
เรื่องนี้อาจไม่มีใครตอบได้ บางคนก็ชอบสว่างมาก แต่บางคนก็ชอบสว่างน้อย แค่พอมองเห็นก็พอ ความสว่างของแสงที่แต่ละคนต้องการไม่มีค่าที่ตายตัว หลอดไฟจึงมีให้เลือกหลายขนาด เช่น 100 วัตต์ 60 วัตต์ 40 วัตต์ เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องตั้งคำถามอยู่เสมอว่า แสงสว่างมากแค่ไหนที่คุณต้องการในสถานที่นั้น ๆ 

ตัวอย่าง How much light do we need?

ตัวอย่าง How much light do we need?

*********************************
การใช้สีที่เหมาะสม (Appropriate use of colour)
สีของไฟที่ไม่เหมาะสม ทำให้เรื่องราวหรืออัตลักษณ์ของพื้นที่นั้น ๆ เปลี่ยนไป อย่างนี้ถือว่าสีของไฟเป็นมลพิษทางแสงรูปแบบหนึ่งที่ทำลายบรรยากาศและภูมิทัศน์ สีของไฟจะเพิ่มความยุ่งเหยิงของภาพ และความสับสนให้กับทิวทัศน์ยามค่ำคืนของพื้นที่นั้น ๆ 

ตัวอย่าง Appropriate use of colour

ตัวอย่าง Appropriate use of colour

*********************************
แหล่งกำเนิดแสงอบอุ่น กับ แหล่งกำเนิดแสงเย็น (Warm light source vs cool light sources)
มนุษย์นั่งล้อมกองไฟที่เป็นแสงอบอุ่นมาเป็นเวลาหลายร้อยหลายพันปี ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ส่วนใหญ่จึงมีความรู้สึกปลอดภัย และสบายใจ หากอยู่ภายใต้แสงอบอุ่นมากกว่าอยู่ภายใต้แสงเย็น  นอกจากนั้นแสงอบอุ่นยังก่อให้เกิดมลพิษทางแสงที่มีต่อท้องฟ้าและสัตว์ป่า น้อยกว่าแสงเย็นอีกด้วย

มนุษย์คุ้นชินกับกองไฟ

ตัวอย่าง Warm light vs cool light 

*********************************
แสงควรอยู่ในที่ที่ต้องการแสง (Light where light is needed)
การออกแบบที่ดีต้องให้แสงส่องไปยังพื้นที่ที่ต้องการใช้แสง การออกแบบที่ไม่ดีจะทำให้แสงเล็ดลอดหรือฟุ้งกระเจิงไปรบกวนผู้คน และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่เว้นแม่แต่ต้นไม้ แสง..หากไปอยู่ในที่ที่ไม่ต้องการแสง แสงนั้น..จะไม่มีประโยชน์และทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น หากเดินชมเมืองก็จะพบกับสถานที่ที่ไม่ต้องการแสง แต่กลับมีแสง ให้เห็นอยู่จำนวนมากมาย

ตัวอย่าง Light where light is needed

*********************************
จำเป็นต้องมีไฟแสงสว่างไหม (Does it need to be liit?)
มีคำถามว่า ที่ใดบ้างที่เราต้องการแสงสว่าง และต้องการไปเพื่ออะไร แล้วที่นั่นจำเป็นต้องมีไฟแสงสว่างหรือไหม เวลาเราเดินในเมืองยามค่ำคืน เราก็จะพบเห็นสถานที่ที่ไม่จำเป็นต้องมีแสงไฟ แต่กลับเปิดไฟไว้สว่างจ้า เช่น ลานจอดรถที่ไม่มีคนจอด ถนนที่ไม่มีคนสัญจรไปมา สวนสาธารณะที่ปิดแล้ว อาคารที่ไม่มีคนทำงาน บางสถานที่ที่มีสัตว์ต่าง ๆ อาศัยอยู่ แทนที่จะได้พักผ่อนหลับนอน แต่กลับทำไม่ได้เพราะเปิดไฟสว่างจ้าเหมือนเวลากลางวัน  แม้แต่ต้นไม้เองก็ยังไม่ต้องการแสงในเวลากลางคืนอีกด้วย แสงเหล่านี้เสียค่าใช้จ่าย และสิ้นเปลืองพลังงานไปโดยปล่าวประโยชน์ แถมก่อให้มลพิษทางแสงอีกด้วย

ตัวอย่าง Does it need to be liit?

ตัวอย่าง Does it need to be liit?

*********************************
มลพิษทางแสงจากแหล่งกำเนิดอื่น ๆ (Light pollution from other source)
ตัวอย่าง เช่น สื่อป้ายโฆษณาดิจิตอล ป้ายโฆษณาเรืองแสง หรือแม้แต่อาคารสำนักงานที่เปิดไฟทิ้งไว้ ทั้งหมดนี้ ล้วนมีส่วนทำให้เกิดปัญหามลพิษทางแสง ต้องถามว่า "ใครได้ประโยชน์" แสงไฟจากสื่อเหล่านี้กำลังยึดครองเมืองของเราเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าของตนเองเพียงเท่านั้น

ตัวอย่าง Light pollution from other source

ตัวอย่าง Light pollution from other source

ตัวอย่าง Light pollution from other source

*********************************
หาพื้นที่ตัวอย่างที่มีการจัดแสงได้เหมาะสม
หากเมืองของคุณมีสถานที่ที่มีการจัดการแสงไฟอย่างเหมาะสม  ก็ควรพากลุ่มทั้งหมดไปชม และอธิบายให้ฟัง แต่ดูเหมือนจะหายากมาก เพราะส่วนใหญ่เมืองต่าง ๆ ในประเทศไทย ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องการจัดการแสงประดิษฐ์ โดยเฉพาะแสงจากโคมไฟถนนมาตั้งแต่ต้น มลพิษทางแสงจึงเกิดขึ้นมากมายตามเมืองใหญ่ต่าง ๆ ของเรา

ภาพต่อไปนี้เป็นภาพตัวอย่างของระบบไฟฟ้าส่องสว่างในเมืองแห่งหนึ่ง โดยติดตั้งระบบควบคุมไฟถนนอัจฉริยะของ Philips และ Vodafone แบบไร้สาย ที่พยายามลดมลพิษทางแสงที่ทำลายสุขภาพของมนุษย์และลดปริมาณแสงเรืองที่ส่องขึ้นบนท้องฟ้า รวมทั้งควบคุมเวลาเปิด-ปิดให้ประหยัดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด (ที่มาของภาพ new atlas. 2559)




แนวทางการจัดกิจกรรม "เดินชมเมืองยามค่ำ" ที่กล่าวมาเป็นแค่คำแนะนำเท่านั้น ท่านสามารถนำไปประยุกต์หรือดัดแปลงให้สอดคล้องกับบริบทในเมืองของท่านเองได้เลยครับ ท่านใดที่อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ อาจจะทำได้ยากหน่อย แต่ก็น่าจะไม่เกินขีดความสามารถ 

หากท่านใด กลัวว่าจะหากลุ่มไม่ได้ ลองเริ่มต้นจากครอบครัว และเพื่อนสนิทก่อน เอาสัก 4-5 คนก็พอ อย่างน้อยก็ได้ออกกำลังกายเดินเล่นในเมืองยามค่ำคืน แบบชิล ชิล แถมยังได้ความรู้เรื่องมลพิษทางแสงอีกด้วย หากมีกลุ่มที่ทำกิจกรรมนี้ สัก 1,000 กลุ่มในประเทศไทย ก็จะมีคนมีความรู้เรื่องมลพิษทางแสงเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 4-5000 คน เลยทีเดียว 

อ่านความรู้เกี่ยวกับมลพิษทางแสงเพิ่มเติม

*********************
รวบรวมและเรียบเรียงโดย
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
5 เม.ย.2565

ที่มาข้อมูลและภาพ 

  • Landon Bannister. (2565). DARK CITY WALK- How-to Guide.pdf. [Online]. Available : https://darksky.app.box.com/s/thc47g0pjzsifght20k09mt5l0p01eue/file/916824346871. [2565 เมษายน 3].
  • IDA. (2564). International Dark Sky Week 2022.[Online]. Available : https://idsw.darksky.org/. [2565 เมษายน 3]. 
  • new atlas. (2559). Philips and Vodafone partner for wireless city smart lighting.[Online]. Available : https://newatlas.com/philips-vodafone-wireless-connected-street-lighting/42296/. [2565 เมษายน 4].  

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2565

สัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากล (INTERNATIONAL DARK SKY WEEK ) 22-30 เม.ย.2565 เราจะร่วมทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?

สัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากลปี 2565 (International Dark Sky Week 2022) จัดขึ้นโดยการรณรงค์ของสมาคมท้องฟ้ามืดสากล (International Dark-Sky Association - IDA) โดยปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 22-30 เม.ย.2565 ภายใต้แคมเปญ "Discover the Night"


การรณรงค์ครั้งนี้ มีสาเหตุมาจาก มลพิษทางแสง (Light Pollution) ที่กำลังก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้คนและสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ ทวีมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ อาทิ การทำลายวิถีชีวิตตามธรรมชาติของสัตว์ การเกิดผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ การที่ต้องสูญเสียเงินและสิ้นเปลืองพลังงานเป็นจำนวนมาก แสงประดิษฐ์ที่เกินความจำเป็นมีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และการปิดมุมมองของมนุษย์เกี่ยวกับดาราศาสตร์

ปัจจุบัน IDA ระบุว่า มลพิษทางแสงเพิ่มขึ้นในอัตรา 2 เท่าของการเติบโตของประชากร และ ร้อยละ 83  ของประชากรโลกอาศัยอยู่ภายใต้ท้องฟ้าที่มีมลพิษทางแสง

แสงประดิษฐ์ที่ควรออกแบบให้ถูกต้อง

แสงประดิษฐ์ ทำให้สัตว์สับสนเรื่องเวลา และบ้างก็หลงทาง  

แสงประดิษฐ์จากเมืองที่เรืองขึ้นสู่ท้องฟ้า ปิดมุมมองทางดาราศาสตร์ของมนุษย์

ภาพจำลองมลพิษทางแสงและลักษณะของแสงที่ "ดี"
ที่มาของภาพ (IDA.2564)

ภาพด้านบน จำลองให้เห็นว่า พื้นที่ที่เราต้องการแสงสว่างก็คือบริเวณที่พื้นเท่านั้น (Area to be lit) แต่แสงประดิษฐ์จากโคมไฟถนนที่ออกแบบ "ไม่ดี"  จะทำให้เกิดพื้นที่ที่ได้รับแสงจ้ามากเกินไป (Glare Zone) ทำลายสุขภาพตา แสงบางส่วนไปรบกวนอาคารบ้านเรือนและการนอน (Light trespass) แสงบางส่วนจะสะท้อนจากพื้นดินขึ้นท้องฟ้า (Upward reflected light) และพุ่งไปยังท้องฟ้าโดยตรง (Direct upward light)

    ตัวอย่าง โคมไฟถนนที่ออกแบบไม่ดี เกิดแสงเรืองขึ้นบนท้องฟ้า และทำลายสุขภาพตา
แสงบางส่วนไปรบกวนอาคารบ้านเรือนและการนอน 

ความตระหนักด้านมลพิษทางแสงในประเทศไทย
ในประเทศไทย ยังไม่ค่อยเห็นว่ารัฐบาลหรือหน่วยงานใด ออกมาให้ความสำคัญในเรื่องมลพิษทางแสงนี้  อย่างเป็นจริงเป็นจังเท่าใดนัก แม้แต่ กรมควบคุมมลพิษ หรือ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ก็ยังไม่เห็นมีแผนและนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะอาจยังไม่เห็นว่า "แสงประดิษฐ์สามารถก่อให้เกิดมลพิษ และทำลายสิ่งแวดล้อมได้"  ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด

ตัวอย่าง โคมไฟถนนประเภทสิงสาราสัตว์ ที่ก่อให้เกิดมลพิษทางแสง
ที่บรรดา อบจ.,อบต.ในประเทศไทยนิยมติดตั้งกัน

แต่ก็ยังไม่หมดหวังเสียทีเดียว ยังมีหน่วยงานที่กำลังรณรงค์เรื่องนี้อยู่ คือ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งได้เสนอแนวคิดและได้เริ่มดำเนินโครงการ “เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky Place)" มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 แล้ว แต่ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก อ่านรายละเอียดเรื่องนี้ได้ใน https://darksky.narit.or.th/darkskyreserve/

กิจกรรมที่ IDA ขอให้ช่วยกันทำในสัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากล
IDA ขอความร่วมมือจากคนทั่วโลกให้ร่วมรณรงค์ทำกิจกรรมจำนวน 6 กิจกรรม ได้แก่
  1. สมัครเป็นนักวิทยาศาสตร์ชุมชน (community scientist) เข้าร่วม Globe at Night เป็นแคมเปญวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับผลกระทบของมลพิษทางแสง  โดยร่วมกันวัดและส่งการสังเกตการณ์ความสว่างของท้องฟ้ายามค่ำคืน ผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)
  2. จัดการแสงไฟในบ้านของคุณ (Inventory your home lighting) ให้เป็นมิตรกับชุมชน สิ่งแวดล้อม และท้องฟ้ายามค่ำคืน ตามหลักการ 5 ข้อ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)
  3. เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมเดินชมเมืองยามค่ำคืน (Host a night walk) เช่น พื้นที่ในเมือง หรือพื้นที่ที่มีมลพิษทางแสง แล้วอธิบายให้คนที่เข้าร่วมเหล่านั้นเห็นว่า แสงประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่เราสร้างขึ้น ก่อให้เกิดมลพิษทางแสงและทำลายสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร (ดาวโหลดคู่มือ)
  4. เข้าร่วมเครือข่ายผู้สนับสนุนท้องฟ้ามืดของ IDA (Join the Advocate Network)    สมัครเข้ารับการอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับมลพิษทางแสง สนับสนุนการออกกฏหมาย และทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลและอาสาสมัครในท้องถิ่น (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)
  5. เขื่อมต่อกับองค์กรอื่น ๆ (Partner with other orgs) เชิญชวนองค์กรที่เป็นพันธมิตรและบอกพวกเขาเกี่ยวกับความสำคัญของการลดมลพิษทางแสง อาจขอจัดกิจกรรมร่วมกับพวกเขาในบางโอกาส เพื่อแนะนำให้ผู้คนใหม่ ๆ หันมาเห็นคุณค่าของท้องฟ้าที่มืด
  6. เข้าร่วมเกมล่ามลพิษทางแสง (Join in the scavenger hunt) โดยออกล่าหาข้อมูลตามภาพด้านล่างให้ได้มากที่สุด แล้วส่งข้อมูลไปรับรางวัลสติ๊กเกอร์จาก IDA  (คลิกส่งข้อมูล)

ข้อมูลที่ต้องออกตามล่าหาใน  scavenger hunt (ตามภาพด้านบน)
  1. ข้อเท็จจริงใหม่เกี่ยวกับสิ่งที่มีชีวิตเวลากลางคืน
  2. ตัวอย่างของการจัดแสงที่ดี
  3. กลุ่มคนท้องถิ่นที่ร่วมรณรงค์ท้องฟ้ามืด
  4. ระบบแสงสว่างภายนอกรอบ ๆ บ้านของคุณ
  5. นโยบายลดมลพิษทางแสงในท้องถิ่นของคุณ
  6. สถานที่ท้องฟ้ามืดที่ใกล้บ้านของคุณที่สุด
  7. ลิงค์การเข้าร่วมเครือข่ายผู้สนับสนุนท้องฟ้ามืดของ IDA 
  8. ดาวเคราะห์ที่คุณเห็นในยามค่ำคืน
  9. รายชื่อเพื่อนที่คุณเล่าเรื่องมลพิษทางแสงให้ฟัง
  10. เสื้อผ้าเกี่ยวกับธีมท้องฟ้ามืด
  11. ผู้นำท้องถิ่นของคุณหันมาตัดสินใจให้ความสำคัญกับการที่มีท้องฟ้ามืด
  12. ตัวอย่างของการจัดแสงที่ไม่ดี
  13. ตัวอย่างโคมไฟของร้านค้าในพื้นที่ของคุณที่เป็นมิตรกับท้องฟ้ามืด
  14. ระดับมลพิษทางแสงในชุมชนของคุณ
  15. การอ่านหนังสือเกี่ยวกับมลพิษทางแสง
  16. การติดตาม IDA (@idadarksky) ทางโซเซียลมีเดีย
เราจะร่วมทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?
ในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบดูดาว และก็ชอบให้ท้องฟ้ามืดด้วย ก็น่าจะลองเข้าร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ดู เพื่อสนับสนุนสัปดาห์ท้องฟ้ามืดสากล ถึงแม้พวกเราก็จะเป็นคนกลุ่มน้อย ซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก อย่างน้อยก็ถือว่าได้ทำคุณประโยชน์ให้โลกและสิ่งที่เราชอบบ้าง  ลองช่วยกันรณรงค์และบอกต่อ ๆ กันไปนะครับ

"เวลาผีเสื้อหลาย ๆ ตัวขยับปีกพร้อมกัน มันอาจสะเทือนถึงดวงดาวก็ได้"

อ่านเพิ่มเติม
*********************
รวบรวมและเรียบเรียงโดย
ชมรมดาราศาสตร์ราชบุรี
3 เม.ย.2565

ที่มาข้อมูลและภาพ 

  • IDA. (2564). Light Pollution. [Online]. Available : https://www.darksky.org/light-pollution/. [2565 เมษายน 3].
  • IDA. (2564). International Dark Sky Week 2022.[Online]. Available : https://idsw.darksky.org/. [2565 เมษายน 3].  

ท้องฟ้ามืด! ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเมืองต้องมืดตามไปด้วย (Dark sky not dark ground)

ผมพยายามพูดคุยเรื่อง "ท้องฟ้ามืด" กับ "มลพิษทางแสง"  ให้คนรอบ ๆ   ตัวฟัง เขาก็ฟังตามมารยาท ไม่ค่อยให้ความสนใจและรู้สึก...