แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การดูดาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การดูดาว แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566

การหาตำแหน่งดาวด้วยมือของเราเอง

การดูดาวในยามค่ำคืน พื้นฐานเรื่อง "ทิศกับมุมต่าง ๆ" ยังเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทุกคนควรศึกษาให้เข้าใจ ซึ่งจะทำให้การดูดาวและการหาตำแหน่งดาวต่าง ๆ นั้นง่ายขึ้น

ที่มาของภาพ ปรับปรุงจาก (Christopher Witt .2562)

เนื้อหา
  • มุมทิศ (Azimuth)
  • มุมทิศและมุมเงย
  • การหามุมทิศและมุมเงยของดาว
  • การหาทิศเหนือในพื้นที่ดูดาว
  • การหาตำแหน่งดาวด้วยมือ
  • การคำนวณตำแหน่งดาว ด้วยสูตร 15°
  • สรุปท้ายเรือง

มุมทิศ (Azimuth)
เริ่มจากภาพด้านบน ขอให้ทำความเข้าใจมุมทิศ (Azimuth) บนพื้นดินที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราเสียก่อน มุมทิศรอบตัวเรามีทั้งหมด 360° หมุ่นตามเข็มนาฬิกา เริ่มต้นจาก
  • ทิศเหนือ (N) = 0°/360°
  • ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (NE) = 45°
  • ทิศตะวันออก (E) = 90°
  • ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (SE) = 135°
  • ทิศใต้ (S) = 180°
  • ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (SW) = 225°
  • ทิศตะวันตก (W) = 270°
  • ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (NW) = 315°
วิธีหาทิศง่าย ๆ หันหาไปทางทิศเหนือ
แขนขวา คือ ทิตะวันออก แขนซ้าย คือ ทิศตะวันตก
ด้านหลัง คือ ทิศใต้

มุมทิศและมุมเงย
การหาตำแหน่งดาวบนท้องฟ้า เราต้องใช้ มุมทิศ (Azimute) และมุมเงย (Altitude) ประกอบกัน (ดูภาพด้านล่าง) เช่น ตำแหน่งดาวดวงนี้ อยู่ที่มุมทิศ 300° มุมเงย 60° เป็นต้น มุมเงยจะมีค่าตั้งแต่  0°-90° เท่านั้น จุดที่อยู่เหนือหัวของเรา เรียกว่าจุดจอมฟ้า (Zenith)


การหามุมทิศและมุมเงยของดาว
การหามุมทิศและมุมเงย ของดาวที่เราต้องการดู ในสมัยก่อน (ก่อนที่จะมีแอปพลิเคชั่นดูดาว) เราจะหาจาก "แผนที่ดาว" (ตามภาพด้านล่าง) เมื่อเราหมุน วันที่และเดือน ตรงกับเวลาที่เราจะดู แล้วเราก็เลือกดาวที่เราจะดู เช่น หากเราดูดาวในวันที่ 9 ธ.ค.2566 เวลา 20:00 น. ตำแหน่งกลุ่มดาวนายพราน จะอยู่ที่มุมทิศ 90° และมุมเงย 30°
 
แผนที่ดาว สำหรับประเทศไทย ละติจูด 10-15-20 องศาเหนือ

แต่ในสมัยปัจจุบัน แผนที่ดาว ไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะมีแอปพลิเคชันดูดาวที่สามารถติดตั้งได้ในโทรศัพท์มือถือมาแทนที่  สะดวกและสามารถบอกมุมทิศและมุมเงยของดาวแต่ละดวงได้อย่างละเอียดเป็นเวลาจริง และสามารถส่องนำทางไปยังดาวดวงนั้น ๆ ได้ ในท้องฟ้าจริงที่ชมอยู่ในขณะนั้น 

แอปพลิเคชั่นดูดาว มาแทนที่แผนที่ดาว
ที่มาของภาพ (Trevor.2566)

การหาทิศเหนือในพื้นที่ดูดาว
เมื่อเราเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ดูดาว สิ่งแแรกที่ควรทำคือ การหาทิศเหนือ วิธีการหาทิศเหนือมีหลายวิธี เช่น
  • หาด้วยเข็มทิศจริง ๆ  หรือเข็มทิศที่ติดอยู่กับขาตั้งกล้อง หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ
  • หาด้วยแอปพลิเคชันเข็มทิศในโทรศัพท์มือถือ
  • หาด้วยแอปพลิเคชั่นดูดาว
  • หากไม่มีอุปกรณ์ที่กล่าวมา สามารถหาด้วยตำแหน่งของดาวเหนือ หรือดาวยอดนิยมต่าง ๆ ที่คุ้นเคยก็ได้
การหาดาวเหนือโดยอ้างอิงจาก กลุ่มดาวหมีใหญ่ กลุ่มดาวหมีเล็ก และกลุ่มดาวค้างคาว

การหาดาวเหนือ ในบางพื้นที่อาจจะหาลำบาก เพราะดาวเหนือไม่สว่างมากนัก และในประเทศไทยจะขึ้นสูงจากขอบฟ้าประมาณ 10°-15° หากท้องฟ้าไม่มืดหรือมีภูเขาสูงบดบังก็ไม่สามารถมองเห็นดาวเหนือได้

เมื่อเราได้ทิศเหนือแล้ว ก็จะรู้ทิศต่าง ๆ ตามมา ทำให้รู้แนวการโคจร การขึ้นและการตกของดวงดาว ช่วยทำให้การดูดาวง่ายขึ้น

การหาตำแหน่งดาวด้วยมือ
เมื่อเราทราบทิศรอบตัวเรา ทราบมุมทิศและมุมเงยของดาวที่เราต้องการดู เราสามารถใช้มือของเราวัดมุมหาตำแหน่งดวงดาวนั้น ๆ ได้เลย วิธีการวัดระยะเชิงมุมด้วยมือ เป็นไปตามภาพด้านล่าง


ยืดแขนตรงไปทางด้านที่ต้องการวัดระยะเชิงมุม ให้แขนตึง

การคำนวณตำแหน่งดาว ด้วยสูตร 15°
เพราะโลกเราหมุน ดังนั้นใน 1 ชม.ดาวจะเคลื่อนที่จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก 15°  ด้วยหลักการนี้เราสามารถคำนวณตำแหน่งของดาวอย่างง่าย ด้วยการวัดด้วยมือของเรานี่เอง ดังตัวอย่าง ต่อไปนี้ 

ภาพตัวอย่างที่ 1
ที่มาของภาพ (LESA.2553)

จากภาพตัวอย่างที่ 1 ขณะที่เรามองดวงอาทิตย์ตอนเวลา 09:00 น. หากเราก็ใช้มือของเราวัดมุม 15° (1 ชม.) ไปยังทิศตะวันตก จะได้ 9 ช่วง (9 ชม.) เราก็จะรู้ว่าดวงอาทิตย์จะตกตอนประมาณ 18:00 น. (9+9)

ภาพตัวอย่างที่ 2
ที่มาของภาพ (LESA.2553)

จากภาพตัวอย่างที่ 2 กลุ่มดาวนายพรานอยู่เหนือศรีษะเราเวลา 21:00 น. หากเราก็ใช้มือของเราวัดมุม 15° (1 ชม.) ไปยังทิศตะวันตก จะได้ 6 ช่วง (6 ชม.) เราก็จะรู้ว่ากลุ่มดาวนายพรานจะตกตอนประมาณ 03:00 น. (21+6) ของวันรุ่งขึ้น 

สรุปท้ายเรื่อง
การหาตำแหน่งดาวด้วยการวัดระยะเชิงมุมด้วยมือนั้น เป็นพื้นฐานเริ่มแรกของการดูดาวในสมัยก่อน มุมทิศและมุมเงยของตำแหน่งดาวแต่ละดวงล้วนได้มาจาก "แผนที่ดาว" ทั้งสิ้น แต่เดี๋ยวนี้ พวกเราใช้แอปพลิเคชันดูดาวแทนแล้ว ทำให้แผนที่ดาวดูจะขาดความจำเป็นลงไป 

แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ก็ยังมีความจำเป็นในการสอนอยู่ ในกรณีสอนให้นักเรียนหรือผู้ที่เริ่มดูดาวใหม่ ๆ ที่ยังใช้แอปพลิเคชันดูดาวไม่เป็น การใช้แผนที่ดาวและการวัดระยะเชิงมุมด้วยมือ จึงยังคงเป็นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับกลุ่มคนนี้อยู่ 

อย่าพึ่งทิ้งความรู้อันนี้ไปนะครับ

*********************************
โดย
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
7 ธ.ค.2566



ที่มาข้อมูล
  • นิพนธ์ ทรายเพชร. (2564). ทิศ. [Online]. Available : https://www.scimath.org/article-stem/item/12172-copy-2. [2566 ธันวาคม 7].
  • myhora. (2566). วิธีการวัดมุมดาวด้วยมือ. [Online]. Available : https://www.myhora.com/astronomy/planetary-positions.aspx. [2566 ธันวาคม 7].
  • Trevor. (2566). The 20 Best Astronomy Apps for Stargazing. [Online]. Available : https://astrobackyard.com/astronomy-apps-for-stargazing/. [2566 ธันวาคม 7].
  • Christopher Witt . (2562). Introduction to Stargazing. [Online]. Available : https://www.bhphotovideo.com/explora/outdoors/buying-guide/introduction-to-stargazing. [2566 ธันวาคม 7].
  • LESA. (2553). การคำนวณตำแหน่งดาวอย่างง่าย, ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์. [Online]. Available : https://www.pw.ac.th/emedia/media/science/lesa/1/celestial_sphere/sky_math/sky_math.html. [2566 ธันวาคม 7].

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

มีอะไรให้ชมบ้าง : ไกด์นำชมดาว 9 ธันวาคม 2566 @ สวนผึ้ง

ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี ได้จัดกิจกรรม "ชมทะเลดาวและทางช้างเผือก ครั้งที่ 2" ในวันที่ 9 ธ.ค.2566 ณ The Bee Camping อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ในคืนนั้นมีอะไรให้ชมกันบ้าง ลองอ่านดูกันนะครับ


กำหนดเวลาทางดาราศาสตร์ที่สำคัญ
  • ดวงอาทิตย์ตก เวลา 17:51 น.
  • แสงสนธยาช่วงเย็น เวลา 17:51-19:05 น.
  • คืนนี้ ไม่มีแสงดวงจันทร์รบกวนในการดูดาว ดวงจันทร์จะไปขึ้นในรุ่งเช้าของวันที่ 10 ธ.ค.2566 (แรม 13 ค่ำ ความสว่าง 9%) เวลา 03:48 น.
  • แสงสนธยาช่วงเช้า เวลา 05:05-06:18 น.
  • ดวงอาทิตย์ขึ้น เวลา 06:18 น.
ดาวฤกษ์สว่าง 25 ดวงบนท้องฟ้า
กลุ่มดาวยอดนิยม
ด้านทิศตะวันออก
  • ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) สว่างโดดเด่นอยู่กลางฟ้า
  • กลุ่มดาวนายพราน (Orion) จะเห็นดาวสามดวงเรียงกัน เรียกว่า เข็มขัดนายพราน (Orion's Belt) ในกลุ่มดาวนี้ จะมีดาวสว่างคือ ดาวไรเจล (Rigel) และดาวเบเทลจุส (Betelgeuse) และมี DSO ได้แก่ เนบิวลานายพราน (The Great Orion Nebula), เนบิวลาหัวม้า (Horsehead) และเนบิวลาเปลวเพลิง (Flame Nebula)
  • กลุ่มดาววัว (Taurus) หรือกลุ่มดาวราศีพฤษภ จะเห็นดาวเรียงกันเป็นรูปตัววี มีดาวสว่างคือ ดาวอัลเดบารัน (ดาวตาวัว) ส่วน DSO ก็คือ กระจุกดาวลูกไก่ (Pleiades star cluster), กระจุกดาวสามเหลี่ยมหน้าวัว (Hyades star cluster)
  • กลุ่มดาวสารถี (Auriga) ดาวสว่างคือ ดาวคาเพลลา (Capella)  
  • กลุ่มดาวหมาใหญ่ (Canis Major) ดาวสว่างคือ ดาวซิริอุส (Sirius) หรือดาวโจร เป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้า รองจากดวงอาทิตย์
  • กลุ่มดาวหมาเล็ก (Canis Minor) ดาวสว่างคือ ดาวโพรซิออน (Procyon)
  • กลุ่มดาวคนคู่ (Gemini) มีดาวสว่างฝาแฝดคือ ดาวพอลลักซ์ (Pollux) และดาวคาสเตอร์ (Castor)
  • สามเหลี่ยมฤดูหนาว คือ เส้นสมมติระหว่าง ดาวซิริอุส ↔ ดาวเบเทลจุส  ↔ ดาวโพรซิออน
  • หกเหลี่ยมฤดูหนาว คือ เส้นสมมติระหว่าง ดาวซิริอุส ↔ ดาวโพรซิออน ↔ ดาวพอลลักซ์ ↔ ดาวคาเพลลา ↔ ดาวอัลเดบารัน ↔ ดาวไรเจล

ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
  • กลุ่มดาวแอนโดรเมดา (Andromeda) ดาวสว่างคือ ดาวไมรา (Mirach) มี DSO คือ กาแล็กซีแอนโดรเมดา และตรงปลายเท้าเจ้าหญิงคือ กาแล็คซี NGC 891 
  • กลุ่มดาวเพอร์ซิอัส (Perseus) ดาวสว่างคือ ดาวอัลฟาเพอร์เซย์ (Mirfak) ดาวที่น่าสังเกตคือ ดาวปีศาจ (Algol) ดาวปีศาจนี้ เปรียบเป็นดวงตาของเมดูซ่า
  • กลุ่มดาวสามเหลี่ยม (Triangulum) มี DSO คือ กาแล็กซีสามเหลี่ยม (Triangulum galaxy)
  • กลุ่มดาวแกะ (Aries) หรือ กลุ่มดาวราศีเมษ
ด้านทิศเหนือ
  • กลุ่มดาวแคสซิโอเปีย (Cassiopeia) หรือกลุ่มดาวค้างคาว คล้ายอักษรภาษาอังกฤษ ตัว M หรือ W จะมี DSO ได้แก่ เนบิวลาหัวใจ (Heart Nebula) บริเวณปลายปีกค้างคาว
  • ดาวเหนือ (Polaris) เป็นดาวที่ไม่ขึ้นไม่ตก นิ่งอยู่กับที่ ที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ตำแหน่งดาวเหนือจะสูงเหนือขอบฟ้าประมาณ 13°
  • กลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major) หรือดาวจระเข้ หรือดาวกระบวย จะหมุนรอบดาวเหนือ จะขึ้นเต็มตัวเวลา 02:20 น.ของวันรุ่งขึ้น
  • กลุ่มดาวหมีเล็ก (Ursa Minor) หมุนรอบดาวเหนือ ปลายหางหมีคือดาวเหนือ  จะขึ้นเต็มตัวเวลา 02:30 น. ของวันรุ่งขึ้น
ด้านระหว่างทิศเหนือถึงทิศตะวันตก
  • กลุ่มดาวนกอินทรี (Aquila) ดาวสว่างคือ ดาวอัลแทร์ (Altair) หรือดาวตากนกอินทรี จะมี DSO เนบิวลาดัมบ์เบลล์ (Dumbbell Nebula) อยู่ระหว่างหัวนกอินทรี กับหัวหงส์
  • กลุ่มดาวพิณ (Lyra) ดาวสว่างคือ ดาวเวกา (Vega) และจะมี DSO คือ เนบิวลาวงแหวน (Ring Nebula) ในกลุ่มดาวนี้ 
  • กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus) ดาวสว่างคือ ดาวเดเนบ (Deneb) หรือ ดาวหางหงส์  ตัวหงส์ คือ แนวทางช้างเผือก จะพาดผ่านตรงกลางระหว่างดาวเวกา และดาวอัลแทร์
  • สามเหลี่ยมฤดูร้อน คือ เส้นสมมติระหว่าง ดาวเวกา ↔ ดาวเดเนบ ↔ ดาวอัลแทร์ 
ด้านทิศใต้
  • กลุ่มดาวแม่น้ำ (Eridanus) จะมีดาวสว่างคือ ดาวอะเคอร์น่า (Achernar) อยู่ในตำแหน่งปากแม่น้ำ แม่น้ำจะคดเคี้ยวไปยังต้นแม่น้ำ ซึ่งอยู่บริเวณดาวไรเจลในกลุ่มดาวนายพราน
  • กลุ่มดาวท้ายเรือ (Puppis) จะมีดาวสว่างคือ ดาวคาโนปัส (Canopus)
  • ดาวเสาร์ (Saturn) จะอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

ขอให้ท่านผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมในวันที่ 9 ธ.ค.2566 อ่านให้ผ่านตาไว้ก่อน เพื่อเป็นพื้นฐานในการดูดาว อาจจะงงกับทิศทาง กลุ่มดาว ชื่อดาว หรือ DSO  ต่าง ๆ ก็ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยววันจริงจะเข้าใจง่ายขึ้น และหากท่านใดติดตั้งแอปพลิเคชันดูดาวแล้ว ก็ลองจำลองภาพท้องฟ้าคืนวันนั้น ดูได้เลย  

อ่านเพิ่มเติม

วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ลองฟัง Bard แนะนำ "ทำอย่างไร ? ให้ครอบครัวและเพื่อน ๆ ชอบดูดาวเหมือนเรา"

หลังจากที่ผมเกษียณราชการมาได้ 2 ปีแล้ว จึงมีเวลาเพียงพอที่จะดูดาวในยามค่ำคืน มันรู้สึกดีจริง ๆ ครับ ก็เลยตั้งชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรีขึ้น มุ่งหวังเพื่อเชิญชวนผู้ที่สนใจใน จ.ราชบุรี และผู้ที่สนใจทั่วไป มาดูดาวด้วยกัน


หลังจากตั้งชมรมฯ ผมพยายามชักชวนผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวผม มาดูดาวกัน แต่พบว่า มีคนสนใจดูดาวจริง ๆ เพียง 1 คนจาก 20 คน ผมจึงสงสัยว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ชอบดูดาว? แต่ ทำไมบางคนจึงชอบ เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ ผมเลยลองใช้บริการ Google Bard (เวอร์ชันทดลอง) ซึ่งเป็น AI ของ Google ที่สามารถสื่อสารและสร้างข้อความที่เหมือนมนุษย์เพื่อตอบสนองต่อข้อความและคำถามที่หลากหลายได้ ลองอ่านที่ Google Bard ตอบดูนะครับ

ถาม Bard : เหตุผลที่คนไม่ชอบดูดาว
Bard ตอบ : อาจเกิดจากเหตุผลหลายประการ ดังนี้
  1. ความกลัว บางคนอาจรู้สึกกลัวความมืด หรือ ความยิ่งใหญ่ของจักรวาล ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเมื่อมองดูดาว บางคนอาจกลัวสัตว์ร้ายหรือสิ่งลี้ลับที่อยู่นอกโลก บางคนอาจกลัวว่าดวงดาวจะตกลงมาทับ
  2. ความไม่สนใจ บางคนอาจไม่สนใจเรื่องจักรวาลหรือวิทยาศาสตร์ ทำให้รู้สึกเฉย ๆ กับการดูดาว บางคนอาจรู้สึกว่าการดูดาวเป็นเรื่องน่าเบื่อ หรือไร้สาระ
  3. สภาพแวดล้อม บางคนอาจอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีมลภาวะทางแสง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นดวงดาวได้ชัดเจน หรือบางคนอาจไม่มีเวลาหรือโอกาสที่จะออกไปดูดาวในที่ที่มีทัศนวิสัยดี
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อความชอบในการดูดาว เช่น เพศ อายุ การศึกษา วัฒนธรรม เป็นต้น ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงมักมีความกลัวและความวิตกกังวลมากกว่าผู้ชาย ทำให้มีโอกาสที่จะไม่ชอบดูดาวมากกว่า นอกจากนี้ คนที่มีการศึกษาสูงมักมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจักรวาลมากกว่า ทำให้มีโอกาสที่จะชอบดูดาวมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนมากที่ชื่นชอบการดูดาว เพราะการดูดาวเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายและเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังช่วยให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับจักรวาลและธรรมชาติอันมหัศจรรย์ของโลกใบนี้


ถาม Bard : เหตุผลที่คนชอบดูดาว
Bard ตอบ
  1. ความงดงาม ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาวนับล้านดวง แสงระยิบระยับของดวงดาวเป็นภาพที่งดงามและน่าประทับใจ บางคนอาจรู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับการได้มองดูความสวยงามของท้องฟ้า
  2. ความมหัศจรรย์ จักรวาลเป็นสถานที่อันมหัศจรรย์และลึกลับ ดวงดาว กาแล็กซี และวัตถุอื่นๆ ในอวกาศล้วนมีที่มาและเรื่องราวที่น่าสนใจ บางคนอาจรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของจักรวาล
  3. ความท้าทาย การดูดาวเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความรู้และทักษะ ต้องใช้ความอดทนและความพยายามในการค้นหาวัตถุต่างๆ ในอวกาศ บางคนอาจรู้สึกท้าทายและสนุกกับการได้เรียนรู้และค้นหาสิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับจักรวาล
  4. การพักผ่อน การดูดาวเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายและลดความเครียด บางคนอาจรู้สึกสงบและสบายใจเมื่อได้มองดูท้องฟ้ายามค่ำคืน
นอกจากเหตุผลเหล่านี้แล้ว คนที่ชอบดูดาวอาจมีเหตุผลอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไป บางคนอาจชอบดูดาวเพราะได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์หรือหนังสือ บางคนอาจชอบดูดาวเพราะต้องการหาความสงบและผ่อนคลาย บางคนอาจชอบดูดาวเพราะต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับจักรวาล ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม การดูดาวเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์และน่าเพลิดเพลิน

*********************************
คำตอบทีี่ Google Bard ตอบนั้น ผม Copy และนำมาวางเลย ไม่ได้เรียบเรียงหรือแต่งเติมข้อความใด ๆ อ่านแล้ว Bard เขาตอบได้ดีนะครับ


ทำอย่างไร ให้คนชอบดูดาว
ยังไม่จบครับ ผมลองถาม Bard ต่อว่าแล้ว ทำอย่างไร? ให้คนชอบดูดาว
Bard ตอบว่า การทำให้ใครสักคนชอบดูดาวนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เขาไม่ชอบดูดาว ดังนี้
  • หากเกิดจากความชอบส่วนตัว เราสามารถลองหากิจกรรมอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน เช่น พาไปเดินเล่นชมธรรมชาติ พาไปดูพิพิธภัณฑ์หรือนิทรรศการเกี่ยวกับดาราศาสตร์ หรือพาไปดูภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับดาราศาสตร์ เป็นต้น เมื่อเขาเริ่มมีความสนใจในสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ก็อาจเริ่มสนใจการดูดาวไปด้วย
  • หากเกิดจากสภาพแวดล้อม หากเขาอาศัยอยู่ในเมืองหรือพื้นที่ที่มีแสงไฟส่องสว่างมาก เราสามารถพาเขาไปดูดาวในที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิท เช่น อุทยานแห่งชาติ ทะเล หรือสถานที่ห่างไกลจากเมือง ให้เขาได้สัมผัสกับความงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างเต็มที่
  • หากเกิดจากทัศนคติ เราสามารถลองเปลี่ยนทัศนคติของเขาให้ดูดาวเป็นเรื่องน่าสนใจและน่าตื่นเต้น เช่น เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับดาราศาสตร์หรือปรากฏการณ์ต่างๆ บนท้องฟ้าให้เขาฟัง หรือพาเขาไปดูดาวกับกลุ่มคนที่ชื่นชอบการดูดาวด้วยกัน เป็นต้น
นอกจากนี้ เรายังสามารถทำสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้เพื่อช่วยให้ใครสักคนชอบดูดาวมากขึ้น
  • เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปดูดาว แนะนำให้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดาราศาสตร์หรือปรากฏการณ์ต่างๆ บนท้องฟ้าคร่าวๆ เพื่อให้สามารถเข้าใจและมองเห็นสิ่งต่างๆ บนท้องฟ้าได้มากขึ้น
  • เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดูดาวคือช่วงเวลาที่ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีแสงรบกวน เช่น ช่วงกลางคืนหรือช่วงฤดูหนาว
  • เลือกสถานที่ที่เหมาะสม สถานที่ที่ดีที่สุดในการดูดาวคือสถานที่ที่ห่างไกลจากแสงไฟรบกวน เช่น อุทยานแห่งชาติ ทะเล หรือสถานที่ห่างไกลจากเมือง
  • พกอุปกรณ์ที่จำเป็น อุปกรณ์ที่จำเป็นในการดูดาว ได้แก่ กล้องส่องทางไกลหรือกล้องโทรทรรศน์ แผนที่ดาราศาสตร์ หรือแอปพลิเคชันดูดาว
  • พกอาหารและเครื่องดื่ม อย่าลืมพกอาหารและเครื่องดื่มไปรับประทานระหว่างดูดาว เพื่อป้องกันความหิวและกระหาย
หากเราทำสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง ก็อาจทำให้ใครสักคนชอบดูดาวมากขึ้นได้


AI นี้ เก่งจริง ๆ นะครับ ผมจะลองตามที่ Bard เขาแนะนำดู เผื่อได้เพื่อนมาดูดาวด้วยกัน
 
ส่วนใครที่ชอบดูดาว แต่ครอบครัวและเพื่อน ๆ ไม่ค่อยชอบ ก็ลองทำตามคำแนะนำของ Bard AI ดู เผื่อการดูดาวครั้งหน้า พวกเขาจะได้ไปด้วยกันกับเรา

**************************
เขียนโดย
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
13 พ.ย.2566





วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566

สงกรานต์หยุดยาว ชวนดูดาวที่บ้านเกิด

หลังจากที่หลายคนต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำมาหากินมาตลอดทั้งปี ในช่วงสงกรานต์ก็จะได้พักผ่อนหยุดยาว หลายคนเดินทางกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ และครอบครัวที่บ้านเกิด หลายคนก็หนีอากาศที่ร้อนอบอ้าวไปสัมผัสกับธรรมชาติ ตามขุนเขาลำเนาไพรต่าง ๆ เพื่อชาร์ตแบตเตอรี่ให้ตัวเอง  


เพราะว่าท้องฟ้าตามต่างจังหวัด ชานเมือง และชนบท จะค่อนข้างมืดปราศจากจากแสงไฟจากเมืองรบกวน ทำให้มองเห็นดาวได้ง่าย ดูแล้วน่าอภิรมย์ใจยิ่งนัก หากใครอยากจะเริ่มต้นหัดดูดาว ลองอ่านคำแนะนำนี้ดูนะครับ ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน 

ท้องฟ้าวันที่ 13-15 เม.ย.2566 มีอะไรให้ดูบ้าง
ช่วงหัวค่ำถึงเที่ยงคืน ทั้ง 3 คืน ดูดาวได้สบายมากเลยครับ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น (Beginner)  ท้องฟ้าปราศจากแสงจันทร์รบกวน เพราะดวงจันทร์จะขึ้นหลังเที่ยงคืนไปแล้ว 
  • ทั้ง 3 วัน ดวงอาทิตย์จะตกลับขอบฟ้าเวลา  18:31 น. 
  • ช่วงแสงสนธยา อยู่ระหว่าง 18:31-19:44 น. (ช่วงนี้จะเริ่มมองเห็นดาวศุกร์ ที่เขาเรียกว่า ดาวประจำเมือง)
  • หลังจากสิ้นแสงสนธยา 19 : 44 น. ก็เริ่มดูดาวได้เต็มที่เลยครับ หันหน้าไปทิศเดียวกับที่ดวงอาทิตย์ตก (ตะวันตก) พอเริ่มมืดก็จะปรากฏดาวตามภาพด้านล่างนี้เลยครับ

จากภาพด้านบน ดาวที่เราได้เห็นแน่ ๆ  คือ ดาวศุกร์  กลุ่มดาวลูกไก่ (ข้างดาวศุกร์) ดาวอังคาร ดาวตาวัว เข็มขัดนายพราน (ดาวไถ) ดาวโจร (ซิริอัส) และสามเหลี่ยมดูหนาว ฯลฯ กลุ่มดาวเหล่านี้ จะค่อย ๆ ตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกตามดวงอาทิตย์ไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โปรดอ่านบทความด้านล่างนี้ เพิ่มเติม ครับ 
กลุ่มดาวที่แนะนำให้ดูในหัวค่ำ 13-15 เม.ย.2566
จะเห็นภาพเช่นนี้

ทางช้างเผือกก็มีให้ดูครับ
สำหรับท่านใดที่นอนดึก หรือสังสรรค์กันติดลม ถ้าอยากดูทางช้างเผือกให้เห็นเป็นบุญตาสักครั้ง ได้เลยครับ ทางช้างเผือก (Milky way) จะขึ้นให้เห็นในแต่ละวัน ดังนี้
  • วันที่ 14 เม.ย.2566 เวลาประมาณ 00:30 น.เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงเวลา 01:27 น.ดวงจันทร์จะเริ่มขึ้น แสงดวงจันทร์อาจทำให้มองเห็นทางช้างเผือกได้ยาก
  • วันที่ 15 เม.ย.2566 เวลาประมาณ 01:00 น.เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงเวลา 02:20 น.ดวงจันทร์จะเริ่มขึ้น แสงดวงจันทร์อาจทำให้มองเห็นทางช้างเผือกได้ยาก
การค้นหาทางช้างเผือก เมื่อถึงเวลาให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ (SE) หากลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ให้พบ เพราะถ้ามองเห็นเขา ก็จะเห็น "ทางช้างเผือก" แน่นอน เพราะช้างจะถูกหางแมงป่องเกี่ยวอยู่นั่นเอง (ดูภาพด้านล่าง)


พยายามสังเกตดาวยักษ์ใหญ่สีแดง ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวแมงป่อง คือ ดาวแอนทาเรส หรือ ดาวปาริชาติ  ซึ่งเขาเรียกว่า หัวใจแมงป่อง 


จากภาพด้านบนจะเห็นว่า ทางช้างเผือกที่เป็นคล้าย ๆ เมฆสีดำ ๆ พาดผ่านท้องฟ้า จะถูกหางของแมงป่องเกี่ยวไว้  ในการสังเกต ถ้าท้องฟ้าไม่มืดก็จะเห็นคล้าย ๆ กลุ่มเมฆสีขาวจาง ๆ แต่ถ้าท้องฟ้ามืดก็จะเห็นได้ชัดเจน

ภาพนี้เห็นกลุ่มดาวแมงป่องชัดเจน
แต่ท้องฟ้ามีแสงรบกวนมาก หากสังเกตไม่ดี ก็จะไม่เห็นทางช้างเผือก

ลองดูนะครับ หากว่างเว้นจากกิจกรรมรดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์แล้ว ช่วงหัวค่ำ ลองชวนกันปลีกเวลามาดูดาวกันสักชั่วโมง แล้วให้ธรรมชาติเป็นตัวช่วยบำบัดจิตใจของเราให้ผ่อนคลาย  การดูดาวจะทำให้เรารู้สึกว่า 
  • เรื่องราวที่เรารู้นั้นน้อยเหลือเกิน ยังมีเรื่องราวที่เรายังไม่รู้อีกมากมายเหลือคณานับ  
  • เรื่องราวของเราที่รู้สึกหนักอกหนักใจหรือเป็นทุกข์ มันช่างเป็นเรื่องขี้ประติวเสียเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของเอกภพ
**********************************
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
10 เม.ย.2566


วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2566

บันทึกไว้ในปูม "มหกรรมท่องเที่ยวดูดาวครั้งแรกไทยของประเทศไทย"

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม 2566 มีการจัด "Dark Sky Star Party" มหกรรมท่องเที่ยวดูดาวครั้งแรกของประเทศไทย ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี นับเป็นก้าวสำคัญของวงการดาราศาสตร์ไทยที่น่าชื่นชมยินดียิ่งนัก และอยู่ในสมัยเรา ถึงแม้ผมจะไม่ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมวาระแห่งประวัติศาสตร์นี้ ก็ขอแอบเก็บข้อมูลบันทึกไว้ในปูม เผื่อจะได้มีโอกาสนำรูปแบบมาจัดสเกลเล็ก ๆ  ที่ จ.ราชบุรีบ้านของผมบ้าง


สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NARIT) ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัด มหกรรมท่องเที่ยวดูดาว ครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย “Dark Sky Star Party” ประเดิมครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ณ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม (อุทยานท้องฟ้ามืดในประเทศไทย)  จ.อุบลราชธานี  เป็นโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของท้องฟ้ายามค่ำคืน ในเขตอุทยานท้องฟ้ามืดที่มีทัศนวิสัยท้องฟ้าดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย โดยจัดในค่ำคืนวันเสาร์ที่ 18 มี.ค.2566 เวลา 17:00-23:00 น.


เนื้อหา
  • ผังการจัดงาน
  • มีกิจกรรมอะไรบ้าง
  • Glow in the dark wisdom forest 
  • คาราวานกล้องโทรทรรศน์
  • การสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องสองตา
  • ถ่ายภาพกับกลุ่มดาวและวาดภาพด้วยแสง
  • Night Nature Walk
  • กิจกรรมพิเศษ
  • กิจกรรมประกอบอื่น ๆ 
  • สรุปท้ายเรื่อง
ผังการจัดงาน
ภาพรวมการจัดงาน ก็จะประกอบไปด้วยลานกางเต็นท์ จำนวน 3 แห่ง ที่จอดรถ จุดที่เป็น Landmark ได้แก่ เสาเฉลียง ผาหมอน และผาแต้ม  ลานจัดกิจกรรมหลักอยู่บริเวณผาแต้ม


มีกิจกรรมอะไรบ้าง
ในงานมหกรรมท่องเที่ยวดูดาวในครั้งนี้ จัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่
  • Zone 1 : Glow in the dark wisdom forest 
  • Zone 2 : คาราวานกล้องโทรทรรศน์
  • Zone 3 : การสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องสองตา
  • Zone 4 : ถ่ายภาพกับกลุ่มดาวและวาดภาพด้วยแสง
  • Zone 5 : Night Nature Walk
  • กิจกรรมพิเศษ 
    • เทคนิคการดูดาวด้วยตาเปล่า
    • Workshop เทคนิคการถ่ายภาพดาราศาสตร์เบื้องต้น

Glow in the dark wisdom forest 
เป็นกิจกรรมเรียนรู้เรื่องราวป่าไม้อันเป็นพื้นฐานของชีวิตและภูมิปัญญา ชมนิทรรศการภูมิปัญญาจากผืนป่าในบรรยากาศป่าเรืองแสง เข้าร่วมพิธีชงชา (Herbal tea ceremony) เพื่อเชื่อมต่อพลังธรรมชาติ และภูมิปัญาบรรพบุรุษเข้าสู่ตัวคุณ







คาราวานกล้องโทรทรรศน์
สัมผัสประสบการณ์ดูดาวผ่านกล้องโทรทรรศน์นานาชนิด จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โรงเรียนเครือข่าย และนักดาราศาสตร์สมัครเล่น


กล้องโทรทรรศน์กว่า 30 ตัวกำลังชี้ไปที่ดาวศุกร์






การสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องสองตา
สนุกกับการดูดาวและวัตถุท้องฟ้านานาขนิดด้วยตัวเอง ผ่านแอพพลิเคชั่นดูดาว และอุปกรณ์พื้นฐานทางดาราศาสตร์ 





ถ่ายภาพกับกลุ่มดาวและวาดภาพด้วยแสง
สรรค์สร้างภาพเขียนแสงไฟยามค่ำคืน พร้อมดาวน์โหลดภาพกลับบ้านได้เลย



Night Nature Walk
สำรวจภาพเขียนสีและความงามของธรรมชาติยามค่ำคืน โดยแบ่งเป็น 2 รอบ คือ 19:00 น. และ 21:00 น.



กิจกรรมพิเศษ
เทคนิคการดูดาวด้วยตาเปล่า และ  Workshop เทคนิคการถ่ายภาพดาราศาสตร์เบื้องต้น





กิจกรรมประกอบอื่น ๆ 
  • บรรยากาศ red market ในงาน : ตลาด food truck วินเทจ สุดแสนอบอุ่น ภายใต้เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด ทุกร้านพร้อมใจกันตกแต่งด้วยหลอดไฟสีแดง ซึ่งเป็นสีที่รบกวนสายตา และระบบนิเวศน้อยที่สุด เป็นตลาดที่ชิค ชิล และอาหารอร่อยมาก



สรุปท้ายเรื่อง
การจัดมหกรรมท่องเที่ยวดูดาวครั้งยิ่งใหญ่  “Dark Sky Star Party” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย จากการแสดงความคิดเห็นในโซเซียลมีเดียต่าง ๆ ล้วนชื่นชมว่า จัดได้ดีมาก ทำให้เรื่องดาราศาสตร์เป็นเรื่องที่น่าสนใจ  หลายท่านก็โพสต์เสียดายว่าไม่ได้ไปร่วมเพราะอยู่ไกล อยากให้มีจัดกิจกรรมอย่างนี้ ในภาคอื่น ๆ บ้าง 

สำหรับเรื่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไขก็คือ พื้นที่กางเต็นท์ มีห้องอาบน้ำและห้องสุขา ให้บริการน้อยไปหน่อย ไม่เพียงพอที่จะรับนักท่องเที่ยวสายแคมป์คราวเดียวกันจำนวนมากได้ 


งานนี้ ถือว่าเป็นความสำเร็จของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NARIT) ที่สามารถผลักดันให้คนไทยหันมาสนใจดาราศาสตร์และทำให้ผู้คนได้รู้จักและรับรู้ ความสำคัญของเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด ที่จะช่วยลดมลพิษทางแสง ได้สำเร็จ และเช่นเดียวกัน ย่อมเป็นความสำเร็จของหน่วยงานสนับสนุนสำคัญด้วย ก็คือ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 

นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญของวงการดาราศาสตร์ของประเทศไทยสืบต่อไป

********************
รวบรวมและเรียบเรียงโดย
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
20 มี.ค.2566

ที่มาข้อมูล
  • อุทยานแห่งชาติผาแต้ม Phataem National Park. (19 มี.ค.2566). เฟสบุ๊คบุคคลสาธารณะ. [Online]. Available : https://www.facebook.com/pt074. [2566 มีนาคม 20].
  • Wirati Keeratikanchai. (19 มี.ค.2566). เฟสบุ๊คส่วนตัว. [Online]. Available : https://www.facebook.com/wirati. [2566 มีนาคม 20].
  • NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ. (19 มี.ค.2566). เพจเฟสบุ๊ค. [Online]. Available : https://www.facebook.com/NARITpage. [2566 มีนาคม 20].
  • NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ. (24 ก.พ.2566). เพจเฟสบุ๊ค. [Online]. Available : https://www.facebook.com/NARITpage. [2566 มีนาคม 20].

ท้องฟ้ามืด! ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเมืองต้องมืดตามไปด้วย (Dark sky not dark ground)

ผมพยายามพูดคุยเรื่อง "ท้องฟ้ามืด" กับ "มลพิษทางแสง"  ให้คนรอบ ๆ   ตัวฟัง เขาก็ฟังตามมารยาท ไม่ค่อยให้ความสนใจและรู้สึก...