วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566

18 กล้องโทรทรรศน์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น

18 กล้องโทรทรรศน์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นนี้ ผมอ่านพบใน BBC Sky at Night Magazine เขียนโดย Iain Todd ซึ่งเป็นบรรณาธิการด้านเนื้อหาของแมกกาซีน ผมเห็นว่า น่าสนใจครับ และน่าจะทำให้พวกเรามีความรูู้เรื่องกล้องโทรทรรศน์เพิ่มมากขึ้น   เลยนำมาเขียนลงในบล็อกนี้ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับท่านที่สนใจ เผื่อจะหาซื้อมาเป็นกล้องคู่ใจสำหรับตัวเอง

Credit: Mark Garlick / Science Photo Library

กล้องทั้ง 18 ตัวที่ Iain Todd แนะนำ
1.กล้องโทรทรรศน์ตั้งโต๊ะ Skymax-127 Virtuoso GTi  
เป็นกล้องโทรทรรศน์แบบตั้งโต๊ะ เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้เริ่มต้น เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและติดตั้งง่าย เพียงวางไว้บนโต๊ะหรือพื้นผิวที่แข็งแรง พวกเขาก็พร้อมใช้งานแล้ว 

Sky-Watcher Skymax-127 Virtuoso GTi เป็นกล้องโทรทรรศน์ขนาดกะทัดรัดที่มีตัวยึด Go-To ที่ควบคุม Wi-Fi ได้ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถสังเกตเป้าหมายที่เลือกได้เพียงกดปุ่ม ทางยาวโฟกัสที่ยาว ทำให้เหมาะสำหรับการสังเกตดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ และดาวฤกษ์คู่ รวมถึงวัตถุในห้วงอวกาศลึก


2.Celestron StarSense Explorer DX 130AZ 5.1 นิ้ว 
กล้องโทรทรรศน์นี้ DX 130AZ ให้เลนส์ใกล้ตาขนาด 1.25 นิ้ว สองตัวคือ  25 มม. และ 10 มม. ซึ่งให้กำลัง 26x และ 65x ตามลำดับ ใช้ประกอบ แอพ StarSense Explorer ของ Celestron ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการค้นหาดาวและวัตถุในท้องฟ้า

แอป StarSense ยังมีรายการต่าง ๆ เช่น 'tonight’s best objects' ซึ่งแต่ละรายการมีป้ายกำกับ 'City Viewable' หรือ 'Dark Sky Viewable' ซึ่งช่วยให้ผู้เริ่มต้น สะดวกในการจัดการ


3.Sky-Watcher StarQuest 130P Newtonian reflector
Sky-Watcher StarQuest 130P Newtonian นั้นมีขนาดสั้น ซึ่งทำให้ง่ายสำหรับเก็บรักษาและเคลื่อนย้าย แถมยังมีน้ำหนักเพียง 8 กก. และประกอบง่าย จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักดาราศาสตร์หน้าใหม่ 

StarQuest 130P Newtonian ใช้งานง่ายและออกแบบมาอย่างดี ด้วยเหตุนี้ มันจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักดูดาวครั้งแรก อาจไม่ใช่กล้องโทรทรรศน์สำหรับถ่ายภาพ แต่สามารถติดตั้งอะแดปเตอร์สมาร์ทโฟนเข้ากับช่องมองภาพขนาด 25 มม. และสามารถใช้โทรศัพท์มือถือของเราถ่ายภาพดวงจันทร์ได้


4.กล้องโทรทรรศน์ Acuter Voyager MAK80
MAK80 มีขนาดกะทัดรัดและเหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงการดูนกและดาราศาสตร์เชิงปฏิบัติ ตัวกล้องมีความยาวเพียง 270 มม. และทางยาวโฟกัสของกล้องโทรทรรศน์คือ 800 มม. ซึ่งให้อัตราส่วนโฟกัสที่ f/10 จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสังเกตดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ และดาวฤกษ์คู่

MAK80 มาในกล่องพร้อมกระเป๋าพกพาแบบอ่อน ไฟน์เดอร์สโคป 8x 21 มม. และเลนส์ใกล้ตา 2 อัน 20 มม. และ 10 มม. ให้กำลังขยาย 40x และ 80x รวมไปถึงเส้นทแยงมุมรูปดาวปริซึมหลังคาแบบเคลือบเฟส 90 องศา และที่วางสมาร์ทโฟน หากคุณต้องการถ่ายภาพสิ่งที่คุณสังเกตและแชร์บนโซเชียลมีเดีย


5.กล้องหักเหแสงของ Celestron StarSense Explorer LT 70AZ
แท่นวางโทรศัพท์ StarSense Explorer ซึ่งประกอบด้วยที่วางสมาร์ทโฟนและกระจกเงา ทำให้กล้องโทรทรรศน์ธรรมดาแบบแมนนวลที่เรียบง่ายนี้ กลายเป็นกล้องโทรทรรศน์ที่สามารถค้นหาวัตถุได้อย่างง่ายดายผ่านโทรศัพท์หน้าจอสัมผัส และแอป StarSense นี่คือ กล้องชนิดหักเหแสงที่ทนทานและเชื่อถือได้ ซึ่งคุ้มค่าสำหรับผู้ที่เริ่มต้นการผจญภัยในวงการดาราศาสตร์สมัครเล่น

6.Sky-Watcher Heritage 100P Dobsonian แบบตั้งโต๊ะ
กล้องส่องทางไกลขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบานี้ จัดเก็บง่ายและสะดวกในการหยิบออกมาทันที เมื่อเมฆปลอดโปร่ง สามารถวางกล้องไว้บนโต๊ะนอกบ้านที่แข็งแรงระหว่างการสังเกตได้อีกด้วย ที่สำคัญยังให้มุมมองของภาพที่ดีเกี่ยวกับ วัตถุบนท้องฟ้าต่างๆ โดยเฉพาะดาวเคราะห์ กล้องโทรทรรศน์ตัวนี้ เหมาะสำหรับเป็นกล้องตัวแรกในอุดมคติ ของนักดาราศาสตร์ที่เริ่มใหม่


7.Celestron Omni XLT AZ 102 กล้องหักเหแสง/Basic Mount
กล้องส่องทางไกลนี้ มาพร้อมกับไฟน์เดอร์สโคป เลนส์แนวทแยง เลนส์ใกล้ตา และเมาท์ที่มีระบบควบคุมสโลว์โมชั่น การตั้งค่าทำได้ค่อนข้างรวดเร็วและง่ายดายเนื่องจากมีเมาท์ และขาตั้งกล้องมาประกอบไว้ล่วงหน้า สิ่งที่คุณต้องทำคือ ติดกล้องโทรทรรศน์เข้ากับเมาท์ เพิ่ม diagonal และช่องมองภาพ เท่านี้ก็พร้อมใช้งานแล้ว ให้มุมมองที่คมชัดของดวงดาวและกาแล็กซี และด้วยน้ำหนักเพียง 6.2 กก. สามารถเคลื่อนย้ายไปรอบ ๆ จุดชมวิวของคุณหรือเดินทางไปยังสถานที่ที่มีท้องฟ้ามืดได้อย่างง่ายดาย


8.กล้องโทรทรรศน์ Bresser Messier AR-80/640 AZ NANO
กล้องโทรทรรศน์ขนาด 3 นิ้วนี้ ช่วยให้สามารถสังเกตวัตถุท้องฟ้าได้หลากหลาย และมาพร้อมกับแท่นยึดอัลตาซที่ใช้งานง่าย แพคเกจทั้งหมดเป็นสิ่งที่ต้องตั้งค่า แผงบังน้ำค้างอะลูมิเนียม จะตัดแสงที่ไม่ต้องการและกันน้ำค้าง ในขณะที่ตัวค้นหาจุดสีแดงที่ให้มา ทำให้การค้นหาวัตถุท้องฟ้าที่สว่างเป็นเรื่องง่าย เน้นที่วัสดุน้ำหนักเบา ทำให้เป็นอุปกรณ์ที่ "หยิบใช้ได้เลย" ผู้เริ่มต้นสามารถทิ้งมลภาวะทางแสงไว้เบื้องหลัง และมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่มีท้องฟ้ามืดมิดได้อย่างรวดเร็ว


9.ตัวหักเห Celestron Inspire 100AZ
กลุ่มผลิตภัณฑ์กล้องหักเหของ Celestron Inspire ส่วนใหญ่สร้างขึ้นโดยคำนึงถึงผู้เริ่มต้น แต่รุ่น 100 มม. คือ สิ่งที่เราเลือก มีรูรับแสงที่ดี ทางยาวโฟกัส 660 มม. และคุณสมบัติมากมาย คุญสมบัตินี้จะดึงดูดนักดาราศาสตร์รุ่นเยาว์ เนื่องจากมีราคาไม่แพงและได้รับการออกแบบอย่างน่าดึงดูด มาพร้อมกับขาตั้งกล้อง, เลนส์ใกล้ตา 2 ชิ้น, diagonal และไฟฉาย LED แสงสีแดง ข้อดีประการหนึ่งคือ อะแดปเตอร์สำหรับสมาร์ทโฟน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มต้นถ่ายภาพดาราศาสตร์หรือแชร์ข้อสังเกตของคุณบนโซเชียลมีเดีย

10.Meade Lightbridge Mini 130 Dobsonian
กล้องโทรทรรศน์แบบตั้งโต๊ะ เป็นตัวเลือกที่ชัดเจนสำหรับรายการกล้องส่องทางไกลสำหรับผู้เริ่มต้น และด้วย Lightbridge Mini 130 คุณสามารถดูได้ภายในไม่กี่นาที ไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ตัวยึด เพียงวางไว้บนโต๊ะในสนามที่มั่นคง หรือแม้แต่บนรถเข็นล้อเลื่อน ยิ่งไปกว่านั้น กล้องนี้ยังมาพร้อมกับเลนส์ใกล้ตาสองชิ้นที่ให้มุมมองที่กว้างเพื่อการสังเกตที่น่าพอใจของวัตถุต่าง ๆ 


11.Sky-Watcher EVOSTAR-90 (AZ PRONTO) Basic scope/mount
มีสุภาษิตในดาราศาสตร์สมัครเล่นว่า กล้องโทรทรรศน์ชนิดที่ดีที่สุด คือ กล้องโทรทรรศน์ที่คุณสามารถใช้ได้จริง Evostar-90 AZ ประกอบง่าย และด้วยน้ำหนักรวม 6.25 กก. จึงเบาพอที่จะยกได้ ระบบเมาท์ และขาตั้งกล้อง AZ Pronto ใช้งานง่าย  สามารถคลายแคลมป์ล็อคเพื่อเคลื่อนย้ายได้ด้วยตนเอง และมีตัวควบคุมสโลว์โมชั่นเพื่อช่วยให้คุณปรับเป้าหมายได้อย่างละเอียด ขาตั้งกล้องมีช่วงความสูงที่ปรับได้ระหว่าง 78.5-150 ซม. และมีความทนทาน ช่วยหลีกเลี่ยงการสั่นสะเทือนมากเกินไป

12. Sky-Watcher SkyHawk 1145P SynScan altaz Go-To Newtonian
กล้องสะท้อนแสงของ Newtonian เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่เริ่มต้นในสาขาดาราศาสตร์มาโดยตลอด โดยให้รูรับแสงที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับการออกแบบด้านออพติคอลใด ๆ SkyHawk 1145P ของ Sky-Watcher เป็นกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงซึ่งมีกระจกหลักแบบพาราโบลาในราคาที่แข่งขันได้


13. กล้องโทรทรรศน์คอมพิวเตอร์ Celestron 114LCM
114LCM ของ Celestron ผสมผสานเลนส์ที่เหมาะสมเข้ากับเมาท์ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้เริ่มต้นได้สัมผัสรสชาติที่ท้าทายของสิ่งที่เห็นในจักรวาล ประกอบได้อย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา เนื่องจากมีเพียงสามส่วนหลัก: ท่อ ฐาน และขาตั้งกล้อง 

14.Sky-Watcher Heritage 150P Flextube Dobsonian
กล้องโทรทรรศน์ Sky-Watcher's Heritage สามารถพกพาได้และติดตั้งได้ง่าย และสามารถวางบนโต๊ะเพื่อสังเกตท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ทันที คุณสามารถดูดาวได้ภายในไม่กี่นาที โดยไม่ต้องยุ่งยากกับระบบที่ซับซ้อน  

Heritage 150P Flextube มีน้ำหนักเบา เพียง 7.5 กก. จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำออกมาจับภาพช่องว่างบนก้อนเมฆ หรือถูกพาไปยังจุดที่มีท้องฟ้ามืดมิดอย่างง่ายดาย เคลื่อนย้ายได้ง่ายและติดตั้งอย่างรวดเร็วในท้องฟ้าที่มืดมิด 


15.กล้องโทรทรรศน์ Sky-Watcher Star Discovery P150i Wi-Fi
สามารถตั้งค่า Wi-Fi Star Discovery P150i และสังเกตท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ภายในเวลาประมาณ 15 นาที การติดตั้งต้องใช้แบตเตอรี่ AA 8 ก้อนหรือแทงค์ไฟ 12V ที่เสียบเข้ากับพอร์ตจ่ายไฟ และมีเลนส์ใกล้ตา 2 อันที่มีความยาวโฟกัส 25 มม. และ 10 มม. ให้มา สิ่งเหล่านี้ ทำให้ได้ภาพที่สวยงามของวัตถุในห้วงอวกาศลึก และดวงจันทร์


16.Starbase 80 refractor and mount package
Starbase 80 เป็นกล้องโทรทรรศน์ที่มีคุณภาพเหมาะสำหรับระดับเริ่มต้น มันตั้งอยู่บนเมาท์ altaz แบบพกพาที่ใช้งานง่ายและได้มีเลนส์ที่ดี การประกอบทำได้ง่ายด้วยส่วนยึดและขาตั้งกล้องในส่วนเดียว คุณเพียงแค่ต้องติดท่อและวงแหวน จากนั้นเพิ่มส่วนควบคุมสโลว์โมชั่นและแคลมป์ระดับความสูง

สามารถค้นหาเป้าหมายที่สว่างในท้องฟ้าลึก เช่น เนบิวลานายพรานและดาวลูกไก่ และเรายังสามารถพบส่วนนูนตรงกลางที่พร่ามัวของดาราจักรแอนโดรเมดาและดาวฤกษ์คู่สว่างหลายดวง หากเราเปลี่ยน Starbase 80 ดูไปยังดวงจันทร์ และภาพจะคมชัดในเลนส์ใกล้ตาที่ให้มาทั้ง 14 มม. และ 6 มม.


17.Sky-Watcher Explorer 130P AZ GO-2
Sky-Watcher Explorer 130P AZ GO-2 มีขนาดกะทัดรัดพอที่จะพกพาได้ แต่ทรงพลังพอที่จะให้มุมมองที่ยอดเยี่ยมของวัตถุในท้องฟ้าลึก และการติดตั้งที่เปิดใช้งาน Wi-Fi ช่วยให้ผู้สังเกตการณ์สามารถค้นหาเป้าหมายบนท้องฟ้าได้โดยใช้สมาร์ทโฟนเป็นตัวควบคุม


18.กล้องโทรทรรศน์ Unistellar eVscope eQuinox
คนส่วนใหญ่ที่ตั้งใจจะซื้อกล้องโทรทรรศน์ตัวแรกจะไม่อยากจ่ายเงินเกิน 100,000 ปอนด์ แต่ถ้างบประมาณของคุณสูงถึงขนาดนั้น และคุณกำลังมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากกล้องโทรทรรศน์ 'ธรรมดา' อย่างสิ้นเชิง คุณ อาจพิจารณา Unistellar eVscope eQuinox ตัวนี้เลย ด้วยกล้องสะท้อนแสงขนาด 4.5 นิ้ว f/4 พร้อมเซนเซอร์กล้องในตัวที่ติดตามและซ้อนภาพแบบเรียลไทม์เพื่อสร้างภาพวัตถุในท้องฟ้าลึกที่สวยงาม


ราคาของกล้องโทรทรรศน์และการใช้งานของแต่ละรุ่นนั้น สามารถค้นหาได้จากเว็บขายของออนไลน์ชั้นนำ เช่น Amazon eBay Shopee Lazada PicStop เป็นต้น แต่ถ้าอยากรู้ว่า กล้องโทรทรรศน์รุ่นไหนจะเหมาะกับเรา หากเป็นมือใหม่จริง ๆ ผมขอแนะนำว่า ควรไปร่วมกิจกรรมดาราศาสตร์ที่มีอยู่ใกล้ ๆ ตัวเสียก่อน เพื่อหาความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูดาว และการใช้กล้องโทรทรรศน์ 

หากเรามีเงินไม่มาก กล้องโทรทรรศน์ที่จะซื้อ ก็ควรเป็นกล้องที่ใช้งานได้ตามที่เราต้องการจริง บางครั้งแพงเกินไป ก็เกินความจำเป็น

*********************************
รวบรวมและเรียบเรียง โดย
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี



ที่มาข้อมูล

  • Iain Todd. (2023). 18 best telescopes for astronomy beginners, 2023. [Online]. Available : https://www.skyatnightmagazine.com/top-astronomy-kit/best-telescopes-beginners. [2566 กันยายน 28].

วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ทำไม? ฉันจึงมองไม่เห็นทางช้างเผือก

Milky Way หรือ ทางช้างเผือก จะมีลักษณะเหมือนฝ้า หรือเมฆจางๆ สีขาวขุ่นพาดผ่านเป็นทางสว่างข้ามขอบฟ้า ซึ่งมักจะเห็นได้ในสถานที่ที่ท้องฟ้ามืด ปราศจากแสงจันทร์ และไร้แสงไฟรบกวน ยิ่งหากท้องฟ้าแจ่มใส ไร้เมฆ ไร้ฝุ่นละออง ยิ่งเห็นได้ชัด ดังนั้น คนทั่วไปที่มีชีวิตอยู่ในเขตเมือง จึงมองไม่เห็นทางช้างเผือก เพราะในเมืองมีมลภาวะทางแสงรบกวนมาก


เนื้อหา
  • ทำความรู้จักกับทางช้างเผือก
  • วิธีค้นหาทางช้างเผือกแบบง่าย ๆ
  • เริ่มต้นแกะรอยจากกลุ่มดาว
  • หาหัวใจแมงป่องให้เจอ
  • สามเหลี่ยมฤดูร้อน
  • ใจกลางทางช้างเผือก
  • สรุปท้ายเรื่อง
ทำความรู้จักกับทางช้างเผือก
Milky way Galaxy (ดาราจักรทางช้างเผือก) เปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยดาวฤกษ์นับแสน ๆ ล้านดวง มีเศษฝุ่น และกลุ่มแก๊สกระจัดกระจายรวมตัวกันอยู่ หมุนวนรอบใจกลางที่เป็นหลุมดำ (Supermassive Black Hole) เป็นรูปกังหัน ระบบสุริยะของเราเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในดาราจักร แห่งนี้


ดาราจักรแต่ละแห่งเปรียบคล้ายกับยากันยุง 1 ขด ดาราจักรทางช้างเผือกนับเป็นยากันยุง 1 ขดในดาราจักรหลายล้านขดของเอกภพ  ระบบสุริยะของเราตั้งอยู่ในระนาบเดียวกับตัวยากันยุง  ดังนั้นทางช้างเผือกที่เรามองเห็นจากโลกก็จะเป็นแค่ความหนาของยากันยุงนั่นเอง

วิธีค้นหาทางช้างเผือกแบบง่าย ๆ 
เอาแบบง่าย ๆ ที่สุด คือ จากแอปพลิเคชันแผนที่ดาวที่ติดตั้งได้ในโทรศัพท์มือถือ ที่มีอยู่หลายแอปฯ ให้เลือก เช่น Star Walk, Stellarium, SkyPortal ฯลฯ หลังจากนั้นก็เริ่มต้นแกะรอยจากกลุ่มดาวสว่างที่อยู่ใกล้กับแนวของทางช้างเผือก ควรใช้ปฏิทินการถ่ายภาพทางช้างเผือกในแต่ละปี (ที่มีผู้คำนวณไว้ให้แล้ว) ประกอบด้วย จะได้รู้ว่าทางช้างเผือกจะขึ้นวันไหน เดือนไหน เริ่มขึ้นเวลาเท่าไหร่บ้าง หากจะให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น ควรไปสังเกตในสถานที่ที่ท้องฟ้ามืด ไร้แสงรบกวน 

เริ่มต้นแกะรอยจากกลุ่มดาว 
ดวงดาวที่เราเห็นบนท้องฟ้ายามค่ำคืนทั้งหมดนั้น คือ ดวงดาวเฉพาะที่อยู่รอบ ๆ ระบบสุริยะของเราเท่านั้น  ในแถบของทางช้างเผือก จะมีกลุ่มดาวสว่างที่ควรรู้ไว้ อาทิ กลุ่มดาวแคสสิโอเปีย (ค้างคาว) เพอร์เซอุส สารถี คนคู่ กางเขนใต้ แมงป่อง คนยิงธนู นกอินทรี และกลุ่มดาวหงส์ (ดูภาพด้านล่างประกอบ) หากเราจะมองหาทางช้างเผือกซึ่งมันมองหายากมาก จึงต้องเริ่มต้นด้วยการแกะรอยจากกลุ่มดาว เหล่านี้เสียก่อน ซึ่งสามารถหาได้จากแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือทั่วไป ตามที่กล่าวไปแล้ว

กลุ่มดาวตามแถบทางช้างเผือก

หาหัวใจแมงป่องให้เจอ
เริ่มต้นด้วยการค้นหา กลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มดาวจักรราศี (Zodiac) ในนามของ "กลุ่มดาวราศีพิจิก"  กลุ่มดาวแมงป่องนี้ จะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีดาวสว่างดวงหนึ่งที่ชื่อว่า แอนทาเรส (Antares) หรือที่คนไทยรู้จักในนามของ ดาวปาริชาต เป็นดาวยักษ์ใหญ่สีแดงมีความสว่างเห็นได้ชัด ง่ายต่อการสังเกต เราต้องค้นหาดาวดวงนี้ให้พบ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของแมงป่อง 


เมื่อพบหัวใจแมงป่องแล้ว เริ่มมองดูอย่างละเอียด จะมีดาวเรียงกันทางด้านบน  3 ดวงเด่นชัดเป็นส่วนก้ามของแมงป่อง และมีดาวเรียงต่อลงมาเป็นส่วนหางที่คดงอ ส่วนหางนี้เองที่ทำหน้าที่เกี่ยวแถบทางช้างเผือก แล้วพาขึ้นมาให้เราชม (ดูภาพด้านบนประกอบ)

กลุ่มดาวแมงป่อง 

จากภาพด้านบน พบกลุ่มดาวแมงป่องแล้ว ซึ่งพออนุมานได้ว่า แนวแถบทางช้างเผือกอยู่ตรงไหน เพราะหางมันจะเกี่ยวอยู่ แต่แสงไฟในภาพนี้รบกวนมาก จึงมองแถบทางช้างเผือกไม่ชัดเจน

สามเหลี่ยมฤดูร้อน 
ต่อมาลองสังเกตดาวสว่างสามดวง ซึ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในซีกโลกเหนือช่วงฤดูร้อน (หลังวันครีษมายัน 21 มิ.ย.2566 ที่ผ่านมา) ซึ่งหากเราลากเส้นสมมติระหว่างดาวทั้งสามดวง จะเกิดเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก ซึ่งเราเรียกสามเหลี่ยมนี้ว่า "สามเหลี่ยมฤดูร้อน" (Summer Triangle) ดาวสามดวงนั้น ได้แก่
  1. ดาวเวกา (Vega) อยู่ใน กลุ่มดาวพิณ (Lyra) 
  2. ดาวเดเนบ (Deneb) อยุ่ใน กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus) 
  3. ดาวอัลแทร์ (Altair) อยู่ใน กลุ่มดาวนกอินทรี (Aquila)
สามเหลี่ยมฤดูร้อน
ที่มาของภาพ ปรับปรุงจาก (มติพล ตั้งมติธรรม.2559)

สามเหลี่ยมฤดูร้อนจัดเป็น "ดาวเรียงเด่น" (asterism) สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย แม้ในเมืองที่เต็มไปด้วยมลภาวะทางแสง แถบทางช้างเผือกจะพาดตรงกลางผ่านระหว่างดาวเวกา และดาวอัลแทร์ ทาบทับไปยังดาวเดเนบ (ดูรูปภาพด้านบนประกอบ) ดังนั้น ถ้าเราหาสามเหลี่ยมฤดูร้อนเจอ เราก็จะเจอทางช้างเผือก ด้วยเช่นกัน

เรื่องการปรากฏของสามเหลี่ยมฤดูร้อนและทางช้างเผือกนี้  ก่อให้เกิดประเพณีวันที่ 7 เดือน 7 ของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ เทศกาลทานาบาตะ (Tanabata / たなばた) ในญี่ปุ่น, เทศกาลชีซี่ (Qixi) ในจีน, เทศกาล ชิลซ็อก (Chilseok / 칠석) ในเกาหลี และเทศกาล เทิ้ตถิก (Thất Tịch)ในเวียดนาม เป็นต้น



ใจกลางทางช้างเผือก
ใจกลางทางช้างเผือก (Galactic Center) อยู่ระหว่าง กลุ่มดาวคนยิงธนู (Sagittarius) และกลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ดังนั้น หากสามารถระบุตำแหน่งของกลุ่มดาวทั้งสองได้แล้ว ก็จะทราบว่าใจกลางดาราจักรทางช้างเผือก อยู่ตรงไหน 

ที่มาของภาพ (John Dvorak.2561)

ในใจกลางทางช้างเผือกจะมีแถบมืดที่เรียกว่า Great Rift ซึ่งแสงจากดาวฤกษ์บริเวณนั้นถูกฝุ่นระหว่างดาวฤกษ์บดบัง จึงเป็นบริเวณที่ลึกลับที่สุดแห่งหนึ่งในเอกภพ บริเวณใจกลางทางช้างเผือกมีวัตถุที่เรียกว่า Sagittarius A* ซึ่งมันก็คือ หลุมดำมวลยิ่งยวด ซึ่งมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ราว ๆ 4 พันล้านเท่า 

Sagittarius A* : The Milky Way's Supermassive Black Hole
ที่มาของภาพ (Matt Williams. 2566)

สรุปท้ายเรื่อง
หากเราได้ยลโฉมทางช้างเผือกด้วยตาตัวเองแล้ว จะทำให้รู้สึกว่า เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรานี้มันช่างเล็กกระจิดริดเสียเหลือเกิน หากเทียบกับความยิ่งใหญ่ของดาราจักร (Galaxy) จำนวนหลายแสนล้านดาราจักรในเอกภพ (COSMOS) ที่กว้างใหญ่ไพศาลจนไม่รู้ว่ามันมีขอบเขตแค่ไหน  มนุษย์เรียนรู้เรื่องดวงดาวมากว่า 5,000 ปีแล้ว แต่ยังมีเรื่องราวที่ลึกลับดำมืดอีกมากมายที่ยังไม่รู้และอธิบายไม่ได้ ปัจจุบัน มนุษย์เราเพิ่งเดินทางไปได้แค่ดวงจันทร์เท่านั้นเอง เราเชื่อหรือว่าในเอกภพนี้ มีเพียงเราที่เป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพียงเผ่าพันธ์เดียวเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม
เราเป็นเผ่าพันธ์ที่ทรงภูมิปัญญาแล้วจริงหรือ
หรือเราเป็นเพียงแค่มดตัวเล็ก ๆ ในเอกภพที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้

*********************************
รวบรวมและเรียบเรียงโดย
พลตรี ดร.สุชาต  จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี



ที่มาข้อมูล
  • มติพล ตั้งมติธรรม. (2559). สามเหลี่ยมฤดูร้อน. [Online]. Available : https://www.facebook.com/photo/?fbid=469218763288335&set=pcb.469227559954122. [2566 มิถุนายน 25].
  • อาจวรงค์ ป๋องแป๋ง จันทมาศ. (2560). การสังเกตการณ์ทางช้างเผือก.  [Online]. Available :https://www.facebook.com/ardwarong/photos/a.409698355818015/1334430696678105/?type=3. [2566 มิถุนายน 25].
  • John Dvorak. (2561). Secrets Of The Strange Stars That Circle Our Supermassive Black Hole. [Online]. Available : https://www.discovermagazine.com/the-sciences/secrets-of-the-strange-stars-that-circle-our-supermassive-black-hole. [2566  มิถุนายน 25].
  • พิสิฏฐ นิธิยานันท์. (2565). "เทศกาลราตรีแห่งเลขเจ็ด" เทศกาลตามประเพณีร่วมของจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และเวียดนาม. [Online]. Available : https://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/1955-seven-festival. [2566  มิถุนายน 25].
  • Matt Williams. (2566). A Very Young Star is Forming Near the Milky Way's Supermassive Black Hole. [Online]. Available : https://www.universetoday.com/160376/a-very-young-star-is-forming-near-the-milky-ways-supermassive-black-hole/. [2566  มิถุนายน 26].

วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566

สงกรานต์หยุดยาว ชวนดูดาวที่บ้านเกิด

หลังจากที่หลายคนต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำมาหากินมาตลอดทั้งปี ในช่วงสงกรานต์ก็จะได้พักผ่อนหยุดยาว หลายคนเดินทางกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ และครอบครัวที่บ้านเกิด หลายคนก็หนีอากาศที่ร้อนอบอ้าวไปสัมผัสกับธรรมชาติ ตามขุนเขาลำเนาไพรต่าง ๆ เพื่อชาร์ตแบตเตอรี่ให้ตัวเอง  


เพราะว่าท้องฟ้าตามต่างจังหวัด ชานเมือง และชนบท จะค่อนข้างมืดปราศจากจากแสงไฟจากเมืองรบกวน ทำให้มองเห็นดาวได้ง่าย ดูแล้วน่าอภิรมย์ใจยิ่งนัก หากใครอยากจะเริ่มต้นหัดดูดาว ลองอ่านคำแนะนำนี้ดูนะครับ ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน 

ท้องฟ้าวันที่ 13-15 เม.ย.2566 มีอะไรให้ดูบ้าง
ช่วงหัวค่ำถึงเที่ยงคืน ทั้ง 3 คืน ดูดาวได้สบายมากเลยครับ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น (Beginner)  ท้องฟ้าปราศจากแสงจันทร์รบกวน เพราะดวงจันทร์จะขึ้นหลังเที่ยงคืนไปแล้ว 
  • ทั้ง 3 วัน ดวงอาทิตย์จะตกลับขอบฟ้าเวลา  18:31 น. 
  • ช่วงแสงสนธยา อยู่ระหว่าง 18:31-19:44 น. (ช่วงนี้จะเริ่มมองเห็นดาวศุกร์ ที่เขาเรียกว่า ดาวประจำเมือง)
  • หลังจากสิ้นแสงสนธยา 19 : 44 น. ก็เริ่มดูดาวได้เต็มที่เลยครับ หันหน้าไปทิศเดียวกับที่ดวงอาทิตย์ตก (ตะวันตก) พอเริ่มมืดก็จะปรากฏดาวตามภาพด้านล่างนี้เลยครับ

จากภาพด้านบน ดาวที่เราได้เห็นแน่ ๆ  คือ ดาวศุกร์  กลุ่มดาวลูกไก่ (ข้างดาวศุกร์) ดาวอังคาร ดาวตาวัว เข็มขัดนายพราน (ดาวไถ) ดาวโจร (ซิริอัส) และสามเหลี่ยมดูหนาว ฯลฯ กลุ่มดาวเหล่านี้ จะค่อย ๆ ตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกตามดวงอาทิตย์ไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โปรดอ่านบทความด้านล่างนี้ เพิ่มเติม ครับ 
กลุ่มดาวที่แนะนำให้ดูในหัวค่ำ 13-15 เม.ย.2566
จะเห็นภาพเช่นนี้

ทางช้างเผือกก็มีให้ดูครับ
สำหรับท่านใดที่นอนดึก หรือสังสรรค์กันติดลม ถ้าอยากดูทางช้างเผือกให้เห็นเป็นบุญตาสักครั้ง ได้เลยครับ ทางช้างเผือก (Milky way) จะขึ้นให้เห็นในแต่ละวัน ดังนี้
  • วันที่ 14 เม.ย.2566 เวลาประมาณ 00:30 น.เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงเวลา 01:27 น.ดวงจันทร์จะเริ่มขึ้น แสงดวงจันทร์อาจทำให้มองเห็นทางช้างเผือกได้ยาก
  • วันที่ 15 เม.ย.2566 เวลาประมาณ 01:00 น.เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงเวลา 02:20 น.ดวงจันทร์จะเริ่มขึ้น แสงดวงจันทร์อาจทำให้มองเห็นทางช้างเผือกได้ยาก
การค้นหาทางช้างเผือก เมื่อถึงเวลาให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ (SE) หากลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ให้พบ เพราะถ้ามองเห็นเขา ก็จะเห็น "ทางช้างเผือก" แน่นอน เพราะช้างจะถูกหางแมงป่องเกี่ยวอยู่นั่นเอง (ดูภาพด้านล่าง)


พยายามสังเกตดาวยักษ์ใหญ่สีแดง ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวแมงป่อง คือ ดาวแอนทาเรส หรือ ดาวปาริชาติ  ซึ่งเขาเรียกว่า หัวใจแมงป่อง 


จากภาพด้านบนจะเห็นว่า ทางช้างเผือกที่เป็นคล้าย ๆ เมฆสีดำ ๆ พาดผ่านท้องฟ้า จะถูกหางของแมงป่องเกี่ยวไว้  ในการสังเกต ถ้าท้องฟ้าไม่มืดก็จะเห็นคล้าย ๆ กลุ่มเมฆสีขาวจาง ๆ แต่ถ้าท้องฟ้ามืดก็จะเห็นได้ชัดเจน

ภาพนี้เห็นกลุ่มดาวแมงป่องชัดเจน
แต่ท้องฟ้ามีแสงรบกวนมาก หากสังเกตไม่ดี ก็จะไม่เห็นทางช้างเผือก

ลองดูนะครับ หากว่างเว้นจากกิจกรรมรดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์แล้ว ช่วงหัวค่ำ ลองชวนกันปลีกเวลามาดูดาวกันสักชั่วโมง แล้วให้ธรรมชาติเป็นตัวช่วยบำบัดจิตใจของเราให้ผ่อนคลาย  การดูดาวจะทำให้เรารู้สึกว่า 
  • เรื่องราวที่เรารู้นั้นน้อยเหลือเกิน ยังมีเรื่องราวที่เรายังไม่รู้อีกมากมายเหลือคณานับ  
  • เรื่องราวของเราที่รู้สึกหนักอกหนักใจหรือเป็นทุกข์ มันช่างเป็นเรื่องขี้ประติวเสียเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของเอกภพ
**********************************
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
10 เม.ย.2566


ท้องฟ้ามืด! ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเมืองต้องมืดตามไปด้วย (Dark sky not dark ground)

ผมพยายามพูดคุยเรื่อง "ท้องฟ้ามืด" กับ "มลพิษทางแสง"  ให้คนรอบ ๆ   ตัวฟัง เขาก็ฟังตามมารยาท ไม่ค่อยให้ความสนใจและรู้สึก...