วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ดาวปีศาจแห่งฤดูหนาว

ในช่วงฤดูหนาวนี้ จะมีดาวดวงหนึ่งที่เปล่งแสงวููบวาบดูคล้ายกับดวงตาของปีศาจ จะปรากฏโฉมให้พวกเราเห็นตั้งแต่หัวค่ำ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในกลุ่มดาวเพอร์ซีอุส ดาวดวงนี้มีตำนานมากมายที่เล่าขานสืบต่อกันมา


ดาวปีศาจดวงนี้ ขื่อว่า อัลกอล (Algol) อยู่ในกลุ่มดาวเพอร์ซีอุส (Perseus) ซึ่งเป็นกลุ่มดาวขนาดใหญ่เป็นลำดับ 24 ในซีกโลกเหนือ มีดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุด 20 ดวง จากทั้งหมด 161 ดวง ดาวที่มีความสว่างมากที่สุดคือ ดาว Mirfak มีวัตถุท้องฟ้าในห้วงอวกาศลึก (DSO) จากแคตตาล็อกของ Messier, New General Catalog (NGC) และ Index Catalog (IC ) ที่สว่างพอสังเกตได้อย่างน้อย 20 แห่ง จาก 152 แห่ง 


เรื่องราวของกลุ่มดาวเพอร์ซีอูสตามตำนานเทพปกรณัมกรีก น่าสนุกและมีมุมมองให้ชวนคิด เช่น เมดูซ่า เป็นปีศาจร้ายหรือเหยื่อ เพอร์ซีอุสเป็นวีรบุรุษจริงหรือ แล้วทำไม "อัลกอล" ต้องกลายเป็นดาวปีศาจ น่าจะเป็นดาวแห่งความอยุติธรรมเสียมากกว่า ตำนานเรื่องเล่าต่าง ๆ บางครั้งก็ตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง 
  

ภาพจินตนาการกลุ่มดาวเพอร์ซีอุส ของชาวกรีกเป็นภาพที่โหดร้าย เป็นภาพที่ เพอร์ซีอุสถือดาบมือขวา (บางภาพก็ถือโล่) มือซ้ายหิ้วหัวของปีศาจร้ายเมดูซ่า และดาวอัลกอ (Algol) ก็คือ ตำแหน่งตาข้างขวาของเมดูซ่า นั่นเอง ดาวอัลกอ จึงได้ฉายาว่า ดาวปีศาจ (Demon Star) และด้วยแสงที่วูบวาบของมันก็จะดูคล้ายกับปีศาจกำลังกระพริบตา

ดาวอัลกอ (Algol) ก็คือ ตำแหน่งตาข้างขวาของหัวปีศาจเมดูซ่า

เมดูซ่า เป็นปีศาจหรือเหยื่อ
หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของ เมดูซ่า (Medusa) มาบ้างว่า เป็นปีศาจที่น่ากลัวที่มีผมเป็นงู ถ้าใครมองหน้าเธอจะกลายเป็นหินในทันที จริง ๆ แล้วก่อนที่เธอจะเป็นเช่นนั้น ขอนำเรื่องเล่าย่อ ๆ ที่รวบรวมมาให้อ่าน ดังนี้ 

Medusa
ที่มาของภาพ (Plook Magazine. 2564)

กอร์กอน  เป็นอสูรกายน่าเกลียดน่ากลัว มีผมเป็นงู มีด้วยกันสามพี่น้อง ได้แก่  เมดูซ่า สเธโน และยูริอาลี เป็นลูกสาวของเทพแห่งท้องทะเลฟอซิส และนางซีโต เกิดที่ใต้ภูเขาโอลิมปัส เดิมทีทั้งสามคนเป็นเทพธิดารูปงามและอ่อนโยน มีเส้นผมที่สวยงามดุจเส้นไหมทอง มีความบริสุทธิ์เป็นพรหมจารีย์ เป็นหญิงรับใช้ในวิหาร อะธีน่า (Athena) เทพีแห่งสติปัญญาและสงคราม บุตรีของเทพซูส (Zeus) 

ต่อมาเมดูซ่าถูก โพไซดอน (Poseidon) เทพแห่งท้องทะเล บุกเข้าไปข่มขืนเธอในวิหารศักดิ์สิทธิ์ของอะธีน่า ด้วยความที่อะธีน่าเกลียดชังและอิจฉาในความสวยของเมดูซ่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อะธีน่าจึงประกาศให้ทุกคนในเมืองรู้ว่า "เมดูซ่าถูกขโมยพรหมจรรย์ที่กลางวิหารศักดิ์สิทธิ์ของเธอ"

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้เมดูซ่าไม่สามารถอยู่ในวิหารได้อีกต่อไป เธอยังถูกขับไล่ให้ออกจากเมือง ก่อนออกจากเมือง เทพีอะธีน่าได้สาปเธอให้กลายเป็นปีศาจครึ่งคนครึ่งงู จากผิวพรรณที่ขาวเนียน กลับกลายเป็นผิวแห้งเหี่ยว และมีเกล็ดขึ้นคล้ายกับงู หน้าตาตกสะเก็ด มีเขี้ยวออกมาคล้ายงู แต่สิ่งที่น่าสงสารที่สุดก็คือ "ผมของเธอที่เคยสวยราวกับเส้นไหมทอง กลายเป็นงูนับพันเลื้อยยั้วเยี้ยเต็มหัว และหากใครมองไปที่ใบหน้าของเมดูซ่าแล้วจ้องไปที่ดวงตาของเธอ คนนั้นก็จะถูกสาปให้กลายเป็นหิน ! ทันที"

เมดูซ่าทั้งโศกเศร้า อับอาย และน้อยใจในความอยุติธรรม เธอตั้งใจรักษาพรหมจารีย์ แต่กลับถูกข่มขืนย่ำยีโดยเทพผู้ชาย ความอับอายกลายเป็นความแค้นและความเกลียดชัง จนเมดูซ่าทำลายทุกชีวิตที่ขวางหน้า ทุกคนที่มองหน้านางก็จะกลายเป็นหินไปหมด เมดูซ่าได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นอสูรกายที่ร้ายกาจที่สุดในตำนานกรีก 

เพอร์ซีอุส เป็นวีรบุรุษ จริงหรือ
เพอร์ซีอุส (Perseus) ซึ่งลูกครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ของเทพซุส และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเทพีอะธีน่า รับอาสาจะฆ่าเมดูซ่าอสูรร้าย และตัดหัวไปมอบเป็นของขวัญแด่กษัตริย์ Polydectes แห่ง Seriphos จึง
ได้เดินทางมาขออาวุธจากเหล่าทวยเทพ เพื่อไปฆ่าเมดูซ่า
 
เหล่าทวยเทพช่วยเพอร์ซีอุส โดย เทพีอะธีน่า มอบโล่ทองสัมฤทธิ์ที่ส่องประกายราวกับกระจก เฮเฟสตัสมอบดาบเพชร เฮอร์มีส (Mercury) มอบรองเท้าแตะมีปีก ส่วนฮาเดส (Pluto) มอบหมวกแห่งความมืดเพื่อให้เพอร์ซีอุสสวมใส่ ซึ่งจะทำให้เมดูซ่ามองไม่เห็นเขา 

เพอรืซีอุส เดินทางไปยังเกาะอันไกลโพ้นที่เมดูซ่าอาศัยอยู่ ในที่สุดเพอร์ซีอุส ก็สามารถฆ่าและตัดหัวของเมดูซ่า นำกลับมาได้สำเร็จ หัวของเธอยังถูกใช้นำไปสาปผู้คนอีกหลายชีวิตที่เป็นศัตรูกับทวยเทพให้กลายเป็นหิน สุดท้ายเพอร์ซีอุส ก็มอบหัวเมดูซ่าให้เทพีอะธีน่า ประดับไว้บนโล่ของเธอเอง เพื่อความน่าเกรงขาม และเป็นการบ่งบอกว่า เธอเป็นคนช่วยให้เพอร์ซีอุสฆ่าเมดูซ่าได้สำเร็จ 

อะธีน่า (Athena) เทพีแห่งสติปัญญาและสงคราม

Algol ดาวปีศาจ
อัลกอลเป็นดาวฤกษ์ระบบดาว 3 ดวง (อัลกอล A,B และ C) เป็นดาวแปรแสงรูปร่างทรงกลม ที่ได้รับความนิยม บนท้องฟ้ายามค่ำคืนสำหรับนักดาราศาสตร์สมัครเล่นจำนวนมาก ในภาษาอาหรับ อัลกอล แปลว่า หัวปีศาจ


ดาวอัลกอล เป็นดาวแปรแสง มีความสว่างปรากฏ (Mag) ระหว่าง 2.12-3.5 เป็นดาวต้นแบบในกลุ่มดาวฤกษ์คราสคู่  (eclipsing binary stars) ที่เรียกว่า '‘Algol Variables"  การมีความสว่างขึ้นและสลัวลง นี้ ทำให้นักดูดาวในยุคแรก ๆ ที่เห็นพฤติกรรมแปลก ๆ ของมัน ก็จินตนาการว่าเป็นการกระพริบตาของปีศาจ ประกอบกับตำนานของเทพเจ้ากรีกก็มีเรื่องราวของปีศาจเมดูซ่าที่ถูกตัดหัวโดยเพอร์ซีอุส ดาวดวงนี้ จึงกลายเป็นส่วนหัวของปีศาจเมดูซ่าไป  และใครที่เป็นแฟนหนังแบทแมน ก็จะเคยรู้จัก Ra's al Ghul ศัตรูตัวร้ายที่เป็นหัวหน้าปีศาจ ซึ่ง Al Ghul มีรากศัพท์มาจาก Algol นี่เอง

ดาวอัลกอล A และ B หมุนรอบกัน
เวลาดูจากโลกจะเหมือนดวงตาปีศาจวูบวาบ

ดาวแห่งการวิงวอน 
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเมดูซ่า สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการข่มขืนที่เกิดขึ้นในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่  ผู้หญิงซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำมักจะถูกมองว่าเป็นฝ่ายผิด  แต่ในสมัยปัจจุบันเริ่มมีกระแสแนวคิดเกี่ยวกับสตรีนิยม (Feminist) เริ่มพูดถึงเรื่องนี้กันมากขึ้น  โดยยกกรณีของเมดูซ่าขึ้นมาเป็นตัวอย่าง ว่ามันเป็นความไม่ยุติธรรม เธอเป็นเหยื่อของความไม่เท่าเทียมทางเพศ  ต่อมาจึงเริ่มมีการสร้างรูปปั้น "เมดูซ่าหิ้วหัวเพอร์ซีอุส" ขึ้นมาเพื่อต้องการแสดงถึงความเท่าเทียมทางเพศของผู้หญิงและผู้ชาย 

รูปปั้นเมดูซ่าหิ้วหัวเพอร์ซีอุส (ภาพขวา)
ที่ถูกปั้นขึ้นมาแสดงความเท่าเทียมทางเพศ
รูปปั้นเพอร์ซีอุสหิ้วหัวเมดูซ่า (ภาพซ้าย)

ดาวปีศาจ ดวงนี้ ในความเห็นส่วนตัวแล้วน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น "ดาวแห่งการวิงวอน"  ที่ส่องแสงวูบวาบเหมือนสัญญาณเตือนเพื่อร้องขอความยุติธรรมต่อสังคมที่กล่าวหาว่า เมดูซ่าเป็นปีศาจ พยายามสร้างตำนานขานไขให้เธอเป็นอสูรชั่วร้าย แถมเอาศีรษะของเธอหิ้วประจานไว้บนท้องฟ้าให้คนทั้งโลกได้เห็น ดวงตาปีศาจคู่นั้น มันคือดวงตาแห่งการวิงวอน มากกว่าดวงตาแห่งความชั่วร้าย

การหาดาว Algol  
ในฤดูหนาวนี้ ดาว Algol จะขึ้นตั้งแต่หัวค่ำทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ในกลุ่มดาว Perseus หากโทรศัพท์มือถือของใครที่มีแอปพลิเคชั่นแผนที่ดาวแล้วก็พิมพ์ว่า Algol แล้วค้นหาตำแหน่งได้เลย 

ในภาพด้านบนเป็นเวลา 19:39 น. ของวันที่ 10 พ.ย.2566 เริ่มสังเกตจากกลุ่มดาวลูกไก่ ในกลุ่มดาววัว ไปทางซ้ายบน  จะพบดาวสว่าง 3 ดวงในกลุ่มดาวเพอร์ซีอุส คือ ดาว Mirfak (ดาวสว่างที่สุดในกลุ่ม) และ ดาว Algol (ตาข้างขวา) กับ ดาว Gorgonea Terti (ตาข้างซ้าย) ของเมดูซ่า

ขอให้สนุกกับการดูดาวปีศาจแห่งฤดูหนาวนะครับ

*****************************
รวบรวม เรียบเรียง และแปล โดย
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
10 พ.ย.2566

ที่มาข้อมูล
  • Brian ventrudo. (2561). Algol, the “Demon Star”. [Online]. Available : https://cosmicpursuits.com/2270/algol-demon-star/. [2566 พฤศจิกายน 9].
  • Plook Magazine. (2564). "เมดูซ่า" เหยื่อของอำนาจทางเพศที่ถูกมองข้าม. [Online]. Available : https://www.trueplookpanya.com/plookfriends/blog/  content/detail/88639. [2566 พฤศจิกายน 8].
  • The Planets. (2566). The Algol Star – Features and Facts About The Demon Star. [Online]. Available : https://theplanets.org/stars/the-algol-star/.    [2566 พฤศจิกายน 9].
  • Bruce McClure. (2566). Algol the Demon Star of Perseus. [Online]. Available : https://earthsky.org/brightest-stars/algol-the-demon-star/.          [2566 พฤศจิกายน 9].
  • Richard J.Kerk-Hecker. (2566). The People's Guide To The Cosmos. [Online]. Available : https://www.peoplesguidetothecosmos.com/ constellations/perseus.htm. [2566 พฤศจิกายน 10].

วันพุธที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ภาพชุดแรกของ Euclid : จากขอบจักรวาลอันไกลโพ้น

วันนี้ (7 พ.ย.2566) องค์กรอวกาศของยุโรป (European Space Agency : ESA) เผยแพร่ภาพชุดแรกของภารกิจ Euclid space เป็นภาพสีเต็มรูปแบบจากจักรวาลอันไกลโพ้น ซึ่งยังไม่เคยมีกล้องโทรทรรศน์ชนิดใดจะสามารถสร้างภาพได้ชัดเจนและมีรายละเอียดขนาดนี้มาก่อน และในภาพยังสามารถมองลึกลงไปยังห้วงจักรวาลได้ไกลมาก ภาพทั้ง 5 ภาพนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Euclid  ว่าเขาจะเป็นกล้องโทรทรรศน์ สำหรับสร้างแผนที่จักรวาล 3 มิติ ที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยมีมา เพื่อพยายามเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ในจักรวาล

ดำดิ่งสู่จักรวาลผ่านดวงตาของ Euclid
กระจุกกาแล็กซีเพอร์ซีอูส
The Perseus Cluster of galaxies


ภาพถ่ายนี้เป็นการปฏิวัติทางดาราศาสตร์ ในภาพแสดงกาแล็กซี 1,000 แห่งที่อยู่ในกระจุกกาแล็กซีเพอร์ซีอุส และลึกเข้าไปในภาพ ยังมีกาแล็กซีอื่น ๆ อีกกว่า 100,000 แห่งที่อยู่ด้านหลัง กาแล็กซีจาง ๆ เหล่านี้หลายแห่งไม่เคยถูกพบเห็นมาก่อน บางส่วนอยู่ห่างไกลมาก แสงของพวกเขาต้องใช้เวลาเดินทางถึงหมื่นล้านปี กว่าจะมาถึงเรา 

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ภาพขนาดใหญ่ของกระจุกกาแล็กซีเพอร์ซีอุส Euclid ช่วยให้เราสามารถจับภาพกาแล็กซีจำนวนมากได้โดยมีรายละเอียดสูง กระจุกกาแล็กซีเพอร์ซีอุสเป็นหนึ่งในโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลที่เรารู้จัก อยู่ห่างจากโลกเพียง 240 ล้านปีแสง

กาแล็กซีกังหัน IC 342
Spiral galaxy IC 342


IC 342 หรือ Caldwell 5 เป็นกาแล็กซีที่่ซ่อนอยู่ ห่างจากโลกประมาณ 11 ล้านปีแสง ใกล้กับกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา มีขนาดใหญ่เท่ากับดวงจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า เป็นกาแล็กซีชนิดกังหันเหมือนกับทางช้างเผือกของเรา ทำให้เราสามารถใช้ IC 342 เป็นตัวอย่างในการศึกษาทางช้างเผือกของเราได้ (เหตุที่เราศึกษาทางช้างเผือกของเราได้ยาก เพราะเราอยู่ภายใน ไม่สามารถมองไม่เห็นกาแล็กซีของเราเองในภาพรวมได้) 

Irregular galaxy NGC 6822


ในการสร้างแผนที่จักรวาล 3 มิติ Euclid จะสำรวจแสงจากกาแล็กซีออกไปไกลถึง 1 หมื่นล้านปีแสง กาแล็กซียุคแรก ๆ ส่วนใหญ่ในเอกภพ จะมีลักษณะไม่เหมือนกับกังหัน ไม่มีก้นหอยที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีลักษณะไม่ปกติและมีขนาดเล็ก แต่พวกมันเป็นส่วนประกอบสำคัญของกาแล็กซีขนาดใหญ่ อย่างทางช้างเผือกของเรา และเรายังสามารถพบกาแล็กซีประเภทนี้ได้ บางแห่งค่อนข้างอยู่ใกล้กับเรา  กาแล็กซีแคระแห่งแรกที่ผิดปกติ ที่ Euclid สังเกตเห็นคือภาพนี้ เรียกว่า NGC 6822 อยู่ห่างจากโลกเพียง 1.6 ล้านปีแสง

Globular cluster NGC 6397


ภาพถ่ายระยิบระยับนี้ แสดงมุมมองของ Euclid บนกระจุกดาวทรงกลมที่เรียกว่า NGC 6397 ซึ่งเป็น กระจุกดาวทรงกลมที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุดเป็นอันดับสอง อยู่ห่างจากโลกประมาณ 7,800 ปีแสง กระจุกดาวทรงกลมเป็นกลุ่มดาวฤกษ์นับแสนดวงที่รวมตัวกันด้วยแรงโน้มถ่วง ในปัจจุบัน ไม่มีกล้องโทรทรรศน์อื่นใดนอกจาก Euclid เท่านั้นที่สามารถสังเกตกระจุกดาวทรงกลมทั้งหมดได้ในการสังเกตการณ์เพียงครั้งเดียว และในขณะเดียวกันก็สามารถแยกแยะดาวฤกษ์จำนวนมากในกระจุกดาวนั้นได้ด้วย ดาวจาง ๆ เหล่านี้ บอกให้เราทราบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของทางช้างเผือกและที่ตั้งของสสารมืด

เนบิวลาหัวม้า
The Horsehead Nebula


Euclid แสดงให้เราเห็นมุมมองแบบพาโนรามาและมองเห็นรายละเอียดอันตระการตาของเนบิวลาหัวม้า หรือที่รู้จักในชื่อ Barnard 33 สถานที่ที่เป็นแหล่งอนุบาลดาวฤกษ์เกิดใหม่ และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวนายพราน (Orion)

เกี่ยวกับ Euclid
Euclid เป็นภารกิจสำรวจจักรวาลวิทยาขององค์กรอวกาศยุโรป (European Space Agency : ESA) ออกแบบมาเพื่อสำรวจองค์ประกอบและวิวัฒนาการของจักรวาลอันมืดมิด เพื่อสร้างแผนที่สามมิติของจักรวาล (โดยมีเวลาเป็นมิติที่สาม) โดยจะสังเกตกาแล็กซีหลายพันล้านแห่งในระยะ 10 พันล้านปีแสง เพื่อตอบคำถามที่สำคัญ ได้แก่ โครงสร้างและประวัติของเครือข่ายจักรวาลคืออะไร? ลักษณะของสสารมืดคืออะไร? การขยายตัวของจักรวาลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป? ลักษณะของพลังงานมืดคืออะไร? และความเข้าใจเรื่องแรงโน้มถ่วงของเราถูกต้องหรือไม่?


ยานอวกาศ Euclid มีความสูงประมาณ 4.7 ม. และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.7 ม. ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักสองส่วน: โมดูลบริการและโมดูลน้ำหนักบรรทุก

โมดูลน้ำหนักบรรทุก ประกอบด้วยกล้องโทรทรรศน์เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 ม. และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ 2 ชิ้น ได้แก่ กล้องความยาวคลื่นที่มองเห็นได้ (อุปกรณ์ VISible, VIS) และกล้อง/สเปกโตรมิเตอร์ใกล้อินฟราเรด (Near-Infrared Spectrometer and Photometer, NISP) ส่วนโมดูลบริการประกอบด้วยระบบดาวเทียม ได้แก่ การผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า การควบคุมทัศนคติ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการประมวลผลข้อมูล ระบบขับเคลื่อน คำสั่งโทรคมนาคมและการวัดระยะไกล และการควบคุมความร้อน

Euclid อออกเดินทางจากแหลมคานาเวอรัล ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อ 1 กรกฎาคม 2566 โดย  SpaceX Falcon 9 วงโคจรปฏิบัติการเป็นรัศมีรอบจุดดวงอาทิตย์-โลก Lagrange point 2 (L2) ห่างจากโลก 1.5 ล้านกิโลเมตรเหนือวงจรโลก ระยะเวลาทำภารกิจ 6 ปี

*****************************
รวบรวม เรียบเรียง และแปล โดย
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
8 พ.ย.2566




ที่มาข้อมูล
  • ESA. (2023). Euclid's first images: the dazzling edge of darkness. [Online]. Available : https://www.esa.int/Science_Exploration/Space_ Science/ Euclid/Euclid_s_first_images_the_dazzling_edge_of_darkness.        [2566 พฤศจิกายน 8].
  • ESA. (2023). Euclid overview. [Online]. Available : https://www.esa.int/Science_Exploration/Space_Science/Euclid_overview.    [2566 พฤศจิกายน 8].

วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ความรู้พื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นดู DSO

บนท้องฟ้ายามค่ำคืน นอกจากจะมีดวงดาวที่สวยงามให้ชมแล้ว ยังมีวัตถุที่แลดูลึกลับเต็มไปด้วยแสงสีตระการตา จึงอยากชวนให้มาลองชมกัน ก็คือ Deep Sky Objects (DSO) แปลเป็นไทยว่า "วัตถุท้องฟ้าในห้วงอวกาศลึก" หมายถึง วัตถุในทางดาราศาสตร์ที่อยู่นอกระบบสุริยะของเรา ที่ไม่ใช่ดาวฤกษ์ ได้แก่ กาแล็กซี  เนบิวลา ดาวเคราะห์ และกระจุกดาว


จะหา DSO ได้อย่างไร?
DSO นี้ ดูยากกว่าดาว ยิ่งถ้าท้องฟ้าไม่มืด ฟ้าไม่กระจ่างใส บาง DSO ก็มองไม่เห็น ยิ่งการค้นหาตำแหน่งก็ยาก วิธีที่ง่ายที่สุดในการค้นหา DSO ก็คือการใช้แอปพลิเคชันแผนที่ดาว เช่น Sky Tonight หรือ StarWalk 2 หรือแอปฯ อื่น ๆ ที่แต่ละคนถนัด สิ่งสำคัญ คือต้องจำชื่อภาษาอังกฤษ หรือชื่อตามแคตตาล็อกของ DSO นั้นให้ได้เพื่อใช้ในการค้นหา  เช่น  กระจุกดาวลูกไก่ ชื่อภาษาอังกฤษ Pleiades ชื่อตามแคตตาล็อก M45 เมื่อได้ชื่อแล้วก็พิมพ์ในช่องค้นหาเลย หลังจากนั้นแอปฯ ก็จะนำทางไปยังตำแหน่ง DSO ที่ต้องการ

ประเภทของ DSO
เริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักและเข้าใจประเภทของ DSO เสียก่อน เพราะเวลาดูรูปภาพต่าง ๆ ที่นักล่า DSO โพสต์ไว้ จะได้พอเข้าใจได้เป็นเบื้องต้น ประเภทของ DSO ที่ดูและถ่ายภาพกันอยู่ แบ่งได้ง่าย ๆ เป็น 6 ประเภท ดังนี้
  1. เนบิวลาเปล่งแสง (Emission nebula) คือ มีแสงสว่างในตัวเอง ถ่ายภาพได้ง่าย
  2. เนบิวลาสะท้อนแสง (Reflection nebula) คือ มีแสงสว่างในตัวเองเหมือนกัน แต่แสงนั้นเกิดจากการกระเจิงของแสงจากดาวฤกษ์ที่อยู้ใกล้ ๆ แสงไม่ร้อนมากพอที่จะทำให้เขาเปล่งแสงได้เอง เนบิวลาชนิดนี้ มักจะมีสีฟ้า การถ่ายภาพจะใข้เวลานาน
  3. เนบิวลามืด (Dark nebula) คือ ไม่มีแหล่งกำเนิดแสงอยู่ภายในหรือใกล้ ๆ จึงไม่มีแสงใด ๆ เลย จะถ่ายภาพเนบิวลามืดได้ ก็ต้องมีเนบิวลาสว่างหรือดาวฤกษ์จำนวนมากเป็นฉากหลัง 
  4. เนบิวลาดาวเคราะห์ (Planetary nebula) คือ จริง ๆ มันไม่ได้เป็นดาวเคราะห์ มันเป็นส่วนที่เคยเป็นแก๊สและฝุ่นผงชั้นผิวนอกของดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อย  พอดาวฤกษ์ดวงนั้นใกล้จุดจบก็จะเปลี่ยนสภาพเป็นดาวยักษ์แดง และเมื่อปล่อยพลังไฮโดรเจนหมดแล้วก็จะยุบตัวกลายเป็นดาวแคระขาวต่อไป 
  5. กาแล็กซี (Galaxy) คือ วัตถุท้องฟ้าที่ประกอบด้วยดาวฤกษ์นับแสนล้านดวง กระจุกดาว แก๊ส ฝุ่นและสสารมืด รวมทั้งดาวเคราะห์ เนบิวลา อยู่รวมกันด้วยแรงดึงดูดจากความโน้มถ่วง
  6. กระจุกดาว (Star Cluster) คือ กลุ่มของดาวฤกษ์ที่อยู่รวมกันด้วยแรงดึงดูดจากความโน้มถ่วง สามารถแบ่งได้เป็น กระจุกดาวทรงกลม และ กระจุกดาวเปิด 
DSO ที่น่าสังเกตในฤดูหนาว 
เริ่มต้นง่าย ๆ จากกลุ่มดาวยอดนิยมก่อน คือ บริเวณ กลุ่มดาวนายพราน (Orion) และกลุ่มดาววัว (Taurus) ก็จะมีเนบิวลาให้ชมกันแล้ว ลองฝึกสังเกตในบริเวณ 2 กลุ่มดาวนี้ กันก่อน


กระจุกดาวสามเหลี่ยมหน้าวัว (Hyades star cluster)
ชื่อแคตตาล็อก : Caldwell 41, Cr 50, Mel 25
ความสว่างปรากฏ (Apparent magnitude) : 0.5


Hyades เป็นกระจุกดาวเปิดที่ตั้งชื่อตามห้าสาวพี่น้องลูกครึ่งของกระจุกดาวลูกไก่ (Pleiades) เป็นดาวเคราะห์น้อยรวมตัวกันเป็นกระจุกเรียกว่า "ประตูทองแห่งสุริยุปราคา" (The Golden Gate of the Ecliptic)  อยู่ใกล้กับระบบสุริยะมากที่สุด (ประมาณ 150 ปีแสง) มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (mag 0.5) และเป็นกลุ่มดาวสว่างที่เป็นส่วนหนึ่งของรูปตัว V ในกลุ่มดาววัว (taurus)

กระจุกดาวลูกไก่ (Pleiades star cluster)
ชื่อแคตตาล็อก : Seven Sisters, M45, Cr 42, Mel 22
ความสว่างปรากฏ (Apparent magnitude) : 1.2


กระจุกดาวลูกไก่ที่อยู่ในกลุ่มดาววัว อยู่ห่างจากโลกของเราประมาณ 444 ปีแสง เป็นหนึ่งในกระจุกดาวที่อยู่ใกล้โลกที่สุด และสว่างพอที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (mag 1.2) ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดมิด  เราจะสามารถมองเห็นดาวอย่างน้อย 6 ดวง นักดูดาวที่มีตาเหยี่ยว สามารถเห็นดาวได้มากถึง 14 ดวง กล้องส่องทางไกลหรือกล้องโทรทรรศน์จะช่วยให้มองเห็นดาวที่จางกว่าได้

กาแล็กซีแอนโดรเมดา (Andromeda galaxy)
ชื่อแคตตาล็อก : NGC 224, M31, UGC 454
ความสว่างปรากฏ (Apparent magnitude) : 3.44


กาแล็กซีแอนโดรเมดาเป็นกาแล็กซีดาราจักรชนิดก้นหอยมีคาน และเป็นกาแล็กซีที่ใกล้ที่สุดกับ กาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา เดิมมีชื่อว่า เนบิวลาแอนโดรเมดา มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 152,000 ปีแสง  และอยู่ห่างจากโลก 2.5 ล้านปีแสง  ชื่อของกาแล็กซีนี้มาจากพื้นที่บนท้องฟ้าของโลกที่มันปรากฏ นั่นคือ กลุ่มดาวแอนโดรเมดา ซึ่งตั้งชื่อตามเจ้าหญิงผู้เป็นภรรยาของเพอร์ซีอุส ในตำนานเทพเจ้ากรีก

เนบิวลานายพราน (Orion Nebula)
ชื่อแคตตาล็อก : NGC 1976, M42, LBN 974, Sharpless 281
ความสว่างปรากฏ (Apparent magnitude) : 4.0


เนบิวลานายพราน ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าเนบิวลานายพรานใหญ่  (The Great Orion Nebula) ที่นี่เหมือนแหล่งอนุบาลดาวฤกษ์ ซึ่งหมายความว่าเป็นบริเวณที่เกิดดาวดวงใหม่ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมสำหรับนักดาราศาสตร์ในการศึกษาการกำเนิดดาวฤกษ์ นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายการถ่ายภาพดาราศาสตร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกด้วย ความสว่างที่ปรากฏ mag 4.0 มองด้วยตาเปล่า จะดูเหมือนพร่ามัว การใช้กล้องส่องทางไกลจะชัดขึ้น และหากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ จะเห็นดาวที่สว่างที่สุดสี่ดวง หรือที่เรียกว่า กระจุกดาวสี่เหลี่ยมคางหมู (The Trapezium cluster)

กาแล็กซีสามเหลี่ยม (Triangulum galaxy)
ชื่อแคตตาล็อก : M33, NGC 0598, UGC 1117, PGC 5818
ความสว่างปรากฏ (Apparent magnitude) : 5.7


แต่กาแล็กซีสามเหลี่ยมมีรูปทรงก้นหอย ชื่อของมันมาจากกลุ่มดาวสามเหลี่ยมซึ่งสามารถมองเห็นได้ เป็นกาแล็กซีที่ใหญ่เป็นอันดับสาม ในกลุ่มกาแลคซีท้องถิ่น รองจากกาแล็กซีแอนโดรเมดา และทางช้างเผือก กาแล็กซีสามเหลี่ยมมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของทางช้างเผือกของเรา และมีดาวฤกษ์ประมาณ 4 หมื่นล้านดวง หากเทียบกับทางช้างเผือกที่มี 4 แสนล้านดวงและ 1 ล้านล้านดวงสำหรับดาราจักรแอนโดรเมดา

กาแล็กซีสามเหลี่ยมเป็นหนึ่งในวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุดที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (mag 5.7) ในสภาพเงื่อนไขการสังเกตที่เหมาะสม และสายตาที่แหลมคม การดูผ่านกล้องส่องทางไกลหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก จะเห็นได้ง่ายกว่า

กระจุกดาวทรงกลม เมสสิเออร์ 92  (M92 star cluster)
ชื่อแคตตาล็อก : NGC 6341, Mel 168
ความสว่างปรากฏ (Apparent magnitude) : 6.4


กระจุกดาว M92 อยู่ในกลุ่มดาวเฮอร์คิวลิส เป็นกระจุกดาวทรงกลม เป็นหนึ่งในกระจุกดาวทรงกลมที่เก่าแก่ และสว่างที่สุดในทางช้างเผือก และมีดาวฤกษ์ประมาณ 330,000 ดวง ด้วย mag 6.4 ทำให้ M92 สามารถมองเห็นได้ง่ายด้วยกล้องส่องทางไกลหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก และหากอยู่ในสภาวะการสังเกตที่เหมาะสม ก็จะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่นกัน

เนบิวลาหัวใจ (Heart Nebula)
ชื่อแคตตาล็อก : IC1805, Sh2-190
ความสว่างปรากฏ (Apparent magnitude) : 6.5


เนบิวลาหัวใจเป็นเนบิวลาเปล่งแสงที่อยู่ในกลุ่มดาวแคสสิโอเปีย ซึ่งอยู่ห่างจากโลก 7,500 ปีแสง (mag 6.5)  เนื่องจากมีรูปร่างที่โดดเด่นจึงเป็น DSO ยอดนิยม เนบิวลาหัวใจค่อนข้างจางทำให้ยากต่อการสังเกต การถ่ายภาพต้องใช้แบบเปิดรับแสงนาน หรือกล้องโทรทรรศน์ที่มีรูรับแสงกว้าง นักถ่ายภาพดาราศาสตร์ มักชอบที่จะถ่ายภาพเนบิวลาหัวใจ ร่วมกับ เนบิวลาวิญญาณ (Soul  Nebula) (IC1848) มักเรียกรวมกันว่า "เนบิวลาหัวใจและจิตวิญญาณ" (Heart and Soul  Nebula)

Heart and Soul Nebulae
ที่มาของภาพ (astroworldcreations.2564)


เนบิวลาดัมบ์เบลล์ (Dumbbell Nebula)
ชื่อแคตตาล็อก : M27, NGC 6853
ความสว่างปรากฏ (Apparent magnitude) : 7.4


เนบิวลาดาวเคราะห์ดวงแรกที่เคยค้นพบ ซึ่งอยู่ในกลุ่มดาววัลเปคูลา (Vulpecula) มีรูปร่างเป็นทรงกลมที่ไม่ปกติ ซึ่งมีบริเวณที่สว่างกว่าดูเหมือนแอปเปิ้ลที่กินไปครึ่งหนึ่ง  ด้วยเหตุนี้ บางครั้ง จึงเรียกว่า Apple Core Nebula เนบิวลาดัมเบลล์เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์สมัครเล่น ซึ่งคุณสามารถมองเห็นเนบิวลา ด้วยกล้องส่องทางไกล ในสภาพของท้องฟ้าที่มืดสนิท

เนบิวลาวงแหวน (Ring Nebula)
ชื่อแคตตาล็อก : M57, NGC 6720, PGC 3517795
ความสว่างปรากฏ (Apparent magnitude) : 8.7


เนบิวลาวงแหวนเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ลำดับที่สองที่เคยค้นพบ ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวพิณ (Lyra) ทางใต้ของดาวสว่างเวก้า รูปทรงทรงกลมอันโดดเด่นของเนบิวลาวงแหวนชวนให้นึกถึง วงแหวน หรือขนมปังโดนัท เนบิวลานี้ยังค่อนข้างสว่าง (mag 8.7) จึงเป็นเป้าหมายยอดนิยมสำหรับนักดาราศาสตร์สมัครเล่น มองไม่เห็นด้วยกล้องส่องทางไกล ต้องใช้กล้องโทรทัศน์ในการสังเกต

กาแล็คซี NGC 891 (NGC 891 galaxy)
ชื่อแคตตาล็อก : C 23, PGC 9031, UGC 1831
ความสว่างปรากฏ (Apparent magnitude) : 10.0


กาแล็กซี NGC 891 ที่อยู่ในกลุ่มดาวแอนโดรเมดา (Andromeda) รูปร่างที่ยาวของมันนั้นมีลักษณะคล้ายกับทางช้างเผือก (Milky way) เป็นอย่างมากเมื่อมองจากโลก เป็นดาราจักรชนิดก้นหอยเช่นเดียวกับของเรา และมีขนาดและความส่องสว่างใกล้เคียงกัน ด้วย mag 10.0 จึงสามารถมองเห็นได้ผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กหรือขนาดกลาง

DSO ยอดนิยมในกลุ่มดาวนายพราน
มีอีก 2 เนบิวลาในกลุ่มดาวนายพรานที่นักดาราศาสตร์มักชอบถ่ายภาพคู่กัน คือ
  • เนบิวลาหัวม้า (Horsehead) ชื่อแคตตาล็อก บาร์นาร์ด 33, LDN 1630, IC 434, NGC 2023  เป็นเนบิวลามืดในกลุ่มดาวนายพราน ห่างจากโลกเรา 1,375 ปีแสง ความกว้างบริเวณคอม้านั้นใหญ่กว่าระบบสุริยะของเรามาก
  • เนบิวลาเปลวเพลิง (Flame Nebula) ชื่อแคตตาล็อก NGC 2024 and Sh2-277 (mag 10) เป็นเนบิวลาเปล่งแสงในกลุ่มดาวนายพราน อยู่ห่างออกไป ประมาณ 900 ถึง 1,500 ปีแสง
เนบิวลาเปลวเพลิง (ซ้าย) เนบิวลาหัวม้า (ขวา)
ที่มาของภาพ (master darks.2564)

เนบิวลานกอินทรี (Eagle Nebula)
ชื่อแคตตาล็อก : NGC6611, M16
ความสว่างปรากฏ (Apparent magnitude) : 6.0

เนบิวลานกอินทรี
ที่มาของภาพ (Shawn Nielsen. 2564)

เป็นเนบิวลาเปล่งแสงขนาดใหญ่ หนึ่งในเนบิวลาที่สวยงามที่สุดบนท้องฟ้า งดงามโดดเด่นที่สุดในกลุ่มดาวงู (Serpens) อยู่บริเวณส่วนหาง (Serpens Cauda) ห่างจากโลกประมาณ 7,000 ปีแสง มีอันดับความสว่าง 6.0 ขนาดกว้างใหญ่ประมาณ 70 x 55 ปีแสง หากสังเกตการณ์ด้วยกล้องโทรทรรศน์ขนาดกลางและเล็กจะเห็นกระจุกดาว ซึ่งมีดาวฤกษ์ประมาณ 20 ดวง ในสภาพท้องฟ้าที่มืดสนิทจะสามารถมองเห็นเนบิวลาที่ล้อมรอบกระจุกดาวอีกด้วย 

ในเนบิวลานกอินทรี นี้ ตรงกลางจะมีลักษณะเหมือนเสา 3 ต้น ซึ่งเรียกว่า  Pillar of Creation แปลเป็นไทยเรียกว่า เสาแห่งการก่อกำเนิด บ้าง หรือ เสาหลักแห่งการสร้างสรรค์ บ้าง โครงสร้างเสาทั้งสามต้นประกอบไปด้วยก๊าซและฝุ่นละอองที่มีความหนาแน่นมาก ก่อกำเนิดมาจากการเคลื่อนไหวของลมดาวฤกษ์จากดาวยักษ์ 

เสาแห่งการก่อกำเนิด (Pillar of Creation) 
ที่มาของภาพ (hubblesite. 2558)

สรุปท้ายเรื่อง
การดู DSO ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้การฝึกฝนพอสมควร การเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์จะทำให้สามารถดู DSO ได้รวดเร็วขึ้น เริ่มต้นด้วยการฝึกหาตำแหน่ง ฝึกการดูด้วยตาปล่าว ดูด้วยกล้องส่องทางไกล ดูด้วยกล้องโทรทรรศน์  จนเกิดความชำนาญและทักษะ เรื่องสภาพความมืดของท้องฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญ การดู DSO ต้องดูในสภาพท้องฟ้าที่ค่อนข้างมืด และมีความกระจ่างใส

หลังจากดู DSO เป็นแล้ว ใครสนใจจะขยับขึ้นไปถึงขั้นการถ่ายภาพ DSO ก็ได้เลยครับ ซึ่งต้องใช้ทักษะ เทคนิค อุปกรณ์ และเทคโนโลยีขั้นเทพกันเลยทีเดียว กว่าจะได้ภาพสวย ๆ อย่างที่หลายท่านโพสต์มาให้ชม 

*****************************
รวบรวม เรียบเรียง และแปล โดย
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
7 พ.ย.2566



ที่มาข้อมูล
  • Vito Technology, Inc. (2023). Best Deep Sky Objects by Month: November 2023. [Online]. Available : https://starwalk.space/en/news/november-deep-sky-objects?utm_source=starwalk2-google&utm_medium=nov-dso&utm_campaign=share. [2566 พฤศจิกายน 6].
  • AstroShop. (2564). สิ่งควรรู้ก่อนออกไปสู่ถ่าย Deep Sky Objects (ตอนที่ 1). [Online]. Available : http://www.astrook.com/article/1/สิ่งควรรู้ก่อนออกไปสู่ถ่าย-deep-sky-objects-ตอนที่-1. [2566 พฤศจิกายน 7].
  • astroworldcreations. (2564). IC1848 - Heart and Soul Nebulae. [Online]. Available : https://www.astroworldcreations.com/image-details/heart-and-soul. [2566 พฤศจิกายน 7].
  • master darks. (2560). NGC 2023 - Horsehead and Flame Region in Orion. [Online]. Available : https://masterdarks.com/ngc-2023-horsehead-and-flame-region-in-orion/. [2566 พฤศจิกายน 7].
  • hubblesite. (2558). Eagle Nebula 'Pillars of Creation'. [Online]. Available : https://hubblesite.org/contents/media/images/3862-Image?keyword=m16. [2566 พฤศจิกายน 7].
  • Shawn Nielsen. (2564). M16 THE EAGLE NEBULA AND PILLARS OF CREATION. [Online]. Available : https://telescope.live/gallery/m16-eagle-nebula-and-pillars-creation. [2566 พฤศจิกายน 7].

ท้องฟ้ามืด! ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเมืองต้องมืดตามไปด้วย (Dark sky not dark ground)

ผมพยายามพูดคุยเรื่อง "ท้องฟ้ามืด" กับ "มลพิษทางแสง"  ให้คนรอบ ๆ   ตัวฟัง เขาก็ฟังตามมารยาท ไม่ค่อยให้ความสนใจและรู้สึก...