วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566

สงกรานต์หยุดยาว ชวนดูดาวที่บ้านเกิด

หลังจากที่หลายคนต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำมาหากินมาตลอดทั้งปี ในช่วงสงกรานต์ก็จะได้พักผ่อนหยุดยาว หลายคนเดินทางกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ และครอบครัวที่บ้านเกิด หลายคนก็หนีอากาศที่ร้อนอบอ้าวไปสัมผัสกับธรรมชาติ ตามขุนเขาลำเนาไพรต่าง ๆ เพื่อชาร์ตแบตเตอรี่ให้ตัวเอง  


เพราะว่าท้องฟ้าตามต่างจังหวัด ชานเมือง และชนบท จะค่อนข้างมืดปราศจากจากแสงไฟจากเมืองรบกวน ทำให้มองเห็นดาวได้ง่าย ดูแล้วน่าอภิรมย์ใจยิ่งนัก หากใครอยากจะเริ่มต้นหัดดูดาว ลองอ่านคำแนะนำนี้ดูนะครับ ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน 

ท้องฟ้าวันที่ 13-15 เม.ย.2566 มีอะไรให้ดูบ้าง
ช่วงหัวค่ำถึงเที่ยงคืน ทั้ง 3 คืน ดูดาวได้สบายมากเลยครับ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น (Beginner)  ท้องฟ้าปราศจากแสงจันทร์รบกวน เพราะดวงจันทร์จะขึ้นหลังเที่ยงคืนไปแล้ว 
  • ทั้ง 3 วัน ดวงอาทิตย์จะตกลับขอบฟ้าเวลา  18:31 น. 
  • ช่วงแสงสนธยา อยู่ระหว่าง 18:31-19:44 น. (ช่วงนี้จะเริ่มมองเห็นดาวศุกร์ ที่เขาเรียกว่า ดาวประจำเมือง)
  • หลังจากสิ้นแสงสนธยา 19 : 44 น. ก็เริ่มดูดาวได้เต็มที่เลยครับ หันหน้าไปทิศเดียวกับที่ดวงอาทิตย์ตก (ตะวันตก) พอเริ่มมืดก็จะปรากฏดาวตามภาพด้านล่างนี้เลยครับ

จากภาพด้านบน ดาวที่เราได้เห็นแน่ ๆ  คือ ดาวศุกร์  กลุ่มดาวลูกไก่ (ข้างดาวศุกร์) ดาวอังคาร ดาวตาวัว เข็มขัดนายพราน (ดาวไถ) ดาวโจร (ซิริอัส) และสามเหลี่ยมดูหนาว ฯลฯ กลุ่มดาวเหล่านี้ จะค่อย ๆ ตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกตามดวงอาทิตย์ไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โปรดอ่านบทความด้านล่างนี้ เพิ่มเติม ครับ 
กลุ่มดาวที่แนะนำให้ดูในหัวค่ำ 13-15 เม.ย.2566
จะเห็นภาพเช่นนี้

ทางช้างเผือกก็มีให้ดูครับ
สำหรับท่านใดที่นอนดึก หรือสังสรรค์กันติดลม ถ้าอยากดูทางช้างเผือกให้เห็นเป็นบุญตาสักครั้ง ได้เลยครับ ทางช้างเผือก (Milky way) จะขึ้นให้เห็นในแต่ละวัน ดังนี้
  • วันที่ 14 เม.ย.2566 เวลาประมาณ 00:30 น.เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงเวลา 01:27 น.ดวงจันทร์จะเริ่มขึ้น แสงดวงจันทร์อาจทำให้มองเห็นทางช้างเผือกได้ยาก
  • วันที่ 15 เม.ย.2566 เวลาประมาณ 01:00 น.เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงเวลา 02:20 น.ดวงจันทร์จะเริ่มขึ้น แสงดวงจันทร์อาจทำให้มองเห็นทางช้างเผือกได้ยาก
การค้นหาทางช้างเผือก เมื่อถึงเวลาให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ (SE) หากลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ให้พบ เพราะถ้ามองเห็นเขา ก็จะเห็น "ทางช้างเผือก" แน่นอน เพราะช้างจะถูกหางแมงป่องเกี่ยวอยู่นั่นเอง (ดูภาพด้านล่าง)


พยายามสังเกตดาวยักษ์ใหญ่สีแดง ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวแมงป่อง คือ ดาวแอนทาเรส หรือ ดาวปาริชาติ  ซึ่งเขาเรียกว่า หัวใจแมงป่อง 


จากภาพด้านบนจะเห็นว่า ทางช้างเผือกที่เป็นคล้าย ๆ เมฆสีดำ ๆ พาดผ่านท้องฟ้า จะถูกหางของแมงป่องเกี่ยวไว้  ในการสังเกต ถ้าท้องฟ้าไม่มืดก็จะเห็นคล้าย ๆ กลุ่มเมฆสีขาวจาง ๆ แต่ถ้าท้องฟ้ามืดก็จะเห็นได้ชัดเจน

ภาพนี้เห็นกลุ่มดาวแมงป่องชัดเจน
แต่ท้องฟ้ามีแสงรบกวนมาก หากสังเกตไม่ดี ก็จะไม่เห็นทางช้างเผือก

ลองดูนะครับ หากว่างเว้นจากกิจกรรมรดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์แล้ว ช่วงหัวค่ำ ลองชวนกันปลีกเวลามาดูดาวกันสักชั่วโมง แล้วให้ธรรมชาติเป็นตัวช่วยบำบัดจิตใจของเราให้ผ่อนคลาย  การดูดาวจะทำให้เรารู้สึกว่า 
  • เรื่องราวที่เรารู้นั้นน้อยเหลือเกิน ยังมีเรื่องราวที่เรายังไม่รู้อีกมากมายเหลือคณานับ  
  • เรื่องราวของเราที่รู้สึกหนักอกหนักใจหรือเป็นทุกข์ มันช่างเป็นเรื่องขี้ประติวเสียเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของเอกภพ
**********************************
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
10 เม.ย.2566


วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2566

24 มี.ค.2566 อย่าพลาดชมปรากฏการณ์ "ดวงจันทร์บังดาวศุกร์" มีเวลาถ่ายภาพช็อตเด็ดเพียง 5 นาที

วันศุกร์ที่ 24 มี.ค.2566 จะเกิดปรากฏการณ์ "ดวงจันทร์บังดาวศุกร์" โดยในวันนั้น จะเป็น "ดวงจันทร์เสี้ยว ขึ้น 3 ค่ำ" หลังดวงอาทิตย์ตกดิน ดวงจันทร์จะปรากฏให้เห็นทางทิศตะวันตก ด้วยมุมเงย 32°
 

เนื้อหา
  • ตารางเวลาการเกิดปรากฏการณ์
  • มีเวลาถ่ายภาพช็อตเด็ดเพียง 5 นาที
  • การถ่ายด้วย Smart Phone
  • ไม่มีกฏตายตัว
  • ซ้อมถ่ายก่อนก็ดี
  • ปัจฉิมลิขิต
ตารางเวลาการเกิดปรากฏการณ์
(เป็นเวลาสำหรับผู้สังเกตการณ์ในพื้นที่ จ.ราชบุรี พื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทยอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย)
  • เวลา 18:32 น.ดวงอาทิตย์ตก เริ่มเข้าสู่แสงสนธยาทางการ (Civil Twilight) 
  • วลา 18:36 น.ดวงจันทร์เริ่มบังดาวศุกร์ (น่าจะมองไม่เห็น เนื่องจากแสงของดวงอาทิตย์ยังมีอิทธิพลอยู่ )
  • เวลา 18:41 น.ดาวศุกร์ถูกบังหมดดวง
  • เวลา 18:53 น.เริ่มเข้าสู่แสงสนธยาเดินเรือ (Nautical Twilight)
  • เวลา 19:18 น.เริ่มเข้าสู่แสงสนธยาดาราศาสตร์ (Astronomical Twilight) (น่าจะเริ่มมองเห็นดวงจันทร์และดาวศุกร์ หากท้องฟ้าโปร่ง ไร้เมฆไร้ฝุ่น)
  • เวลา 19:41 น.ดาวศุกร์เริ่มโผล่จากดวงจันทร์
  • เวลา 19:43 น.สิ้นสุดแสงสนธยาดาราศาสตร์ เริ่มมืด
  • เวลา 19:46 น.ดาวศุกร์โผล่พ้นดวงจันทร์ทั้งดวง 


คลิบวิดีโอจำลองดาวศุกร์บังดวงจันทร์
จัดทำจาก #Stellarium

มีเวลาถ่ายภาพช็อตเด็ดเพียง 5 นาที
ปรากฏการณ์แบบนี้ ใครมีกล้องระดับมืออาชีพ หรือใครจะถ่ายผ่านกล้องโทรทรรศน์ ก็ต้องคำนวณวางแผนเวลาและจังหวะให้พอดี ตอนดวงจันทร์เริ่มบังดาวศุกร์น่าจะถ่ายไม่ได้ เพราะมองไม่เห็น แสงดวงอาทิตย์ยังคงมีอิทธิพลอยู่ 

จังหวะที่น่าจะมองเห็นและถ่ายภาพได้ดีที่สุด คือ ตอนดาวศุกร์เริ่มโผล่พ้นดวงจันทร์จนหลุดพ้นทั้งดวง (เวลา 19:41-19:46 น.) ช่วงนี้แหละครับ ตั้งกล้องเตรียมได้เลยครับ กดชัตเตอร์รัว ๆ หรือ ใครจะถ่ายเป็นคลิบวิดีโอก็จะได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น เป็นคลิบวิดีโอประวัติศาสตร์ได้เลย 

การถ่ายด้วย Smart Phone
ใครมีแต่โทรศัพท์มือถือ แต่อยากถ่ายรูปเก็บไว้ในแกลอรี่ ถ่ายได้เช่นกันครับ โทรศัพท์มือถือเดี๋ยวนี้ มีฟีเจอร์ในการถ่ายภาพที่สุดยอดครับ  แต่ละยี่ห้ออาจมีโหมดที่แตกต่างกันไป แต่ไม่ว่าโทรศัพท์รุ่นใด ให้ยึดหลักการสำคัญ ไว้ดังนี้
  1. ให้ถ่ายรูปโดยใช้โหมดแสงน้อย หรือ โหมดถ่ายภาพในตอนกลางคืน  เช่น Night Mode, Supermoon, Master AI เป็นต้น
  2. หากโทรศัพท์เครื่องใดไม่มีโหมดดังกล่าวให้เลือกโหมดตั้งค่าถ่ายเอง (Manual Setting หรือ Pro mode)
  3. การ Zoom ให้ใช้ตามความสามารถของโทรศัพท์แต่ละรุ่นได้เลย หากกล้องมือถือรุ่นใดที่มี Optical Zoom หรือ Space Zoom ยิ่งดี (ไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ)
  4. การปรับโฟกัส ให้ใช้การปรับด้วยมือ (MF) โดยเลือกจุดโฟกัสไปที่ดวงจันทร์ 
  5. การใช้โหมดตั้งค่าเอง ให้คำนึง 3 ค่าหลัก ได้แก่ ISO, ความเร็วชัตเตอร์ (SS) และ WB (ประมาณ 3500K-4500K ขึ้นกับสภาพแสงของท้องฟ้าขณะนั้น)
  6. ใช้ขาตั้งกล้องในการถ่าย
  7. การกดชัตเตอร์ถ่ายภาพให้ใช้ระบบคำสั่งเสียง ระบบตั้งเวลา หรือรีโมทชัตเตอร์ (เซลฟี่) หลีกเหลี่ยงการแตะที่ตัวโทรศัพท์
  8. เลือกถ่ายภาพความละเอียดสูงสุด (ถ้าเป็นมืออาชีพจะเซฟเป็นไฟล์ RAW ด้วย)

ไม่มีกฏตายตัว
การถ่ายภาพดวงจันทร์และดวงดาวในยามค่ำคืนด้วย Smart Phone ไม่มีกฏตายตัว เพราะแสงของวัตถุที่ถ่ายในแต่ละครั้ง แต่ละเวลา แต่ละสถานที่ไม่เท่ากัน ขอให้ผู้ถ่ายยึดหลักการที่กล่าวมาไว้เป็นสำคัญ ลองผิดลองถูก ลองปรับค่าต่าง ๆ ถ่ายหลาย ๆ ภาพ แล้วมาเปรียบเทียบกัน จนกว่าจะได้ภาพที่เราพอใจที่สุด วิธีการปรับค่า ผมขอแนะนำให้เตรียมวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ไม่อย่างนั้นเวลาถ่ายจะสับสน เช่น 1)ปรับโฟกัสให้เรียบร้อย 2)ตั้งค่า WB ไว้ที่ 4500K แล้ว
  • แผน A ตั้งค่า ISO เป็นหลัก แล้วปรับความเร็วชัตเตอร์ (SS) ตาม เช่น ตั้ง ISO400 เป็นหลัก แล้วถ่ายด้วย SS 1วินาที, 5วินาที, 10วินาที, 15วินาที เป็นต้น
  • แผน B ตั้งค่า ความเร็วชัตเตอร์เป็นหลัก (SS) และปรับ ISO ตาม เช่น ตั้ง SS20วินาที เป็นหลัก แล้วถ่ายด้วย ISO100, 200, 400, 800, 1600 เป็นต้น
หลักสำคัญ คือ ถ่ายภาพ ---> ดูภาพ --->วิเคราะห์ --->ปรับค่าใหม่ --->ถ่ายภาพ ---> ดูภาพ ทำแบบนี้ เป็นวงรอบไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ภาพที่เราพอใจและเห็นว่าดีที่สุด

ซ้อมถ่ายก่อนก็ดี
หากให้ดีลองซ้อมถ่ายค่ำวันที่ 23 มี.ค.2566 ก่อนก็ได้ ลองถ่ายดวงจันทร์เสี้ยวขึ้น 2 ค่ำ พร้อมกับดาวศุกร์ดู อย่าลืมว่าแสงดวงจันทร์ไม่มาก และไม่สว่างเหมือนจันทร์เต็มดวง ดังนั้นการปรับตั้งค่าต่าง ๆ จึงต้องลองปรับกันดู พอวันถ่ายจริงมีเวลาเพียง 5 นาที จะได้ตั้งค่าประมาณนี้ได้เลย อาจมีการปรับค่าใหม่ก็เพียงเล็กน้อย ซ้อมดีมีชัยไปกว่าครึ่งครับ

ภาพจำลองค่ำวันที่ 23 มี.ค.2566 เวลา 19:15 น. จาก Stellarium
"ดวงจันทร์ขึ้น 2 ค่ำ กับ ดาวศุกร์"

ปัจฉิมลิขิต 
อย่าพลาดชมนะครับ เพราะกว่าจะได้ชมอีกครั้ง อีก 3 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว (14 ก.ย.2569)


******************************
จัดทำโดย
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
23 มี.ค.2566



วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2566

บันทึกไว้ในปูม "มหกรรมท่องเที่ยวดูดาวครั้งแรกไทยของประเทศไทย"

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม 2566 มีการจัด "Dark Sky Star Party" มหกรรมท่องเที่ยวดูดาวครั้งแรกของประเทศไทย ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี นับเป็นก้าวสำคัญของวงการดาราศาสตร์ไทยที่น่าชื่นชมยินดียิ่งนัก และอยู่ในสมัยเรา ถึงแม้ผมจะไม่ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมวาระแห่งประวัติศาสตร์นี้ ก็ขอแอบเก็บข้อมูลบันทึกไว้ในปูม เผื่อจะได้มีโอกาสนำรูปแบบมาจัดสเกลเล็ก ๆ  ที่ จ.ราชบุรีบ้านของผมบ้าง


สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NARIT) ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัด มหกรรมท่องเที่ยวดูดาว ครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย “Dark Sky Star Party” ประเดิมครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ณ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม (อุทยานท้องฟ้ามืดในประเทศไทย)  จ.อุบลราชธานี  เป็นโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของท้องฟ้ายามค่ำคืน ในเขตอุทยานท้องฟ้ามืดที่มีทัศนวิสัยท้องฟ้าดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย โดยจัดในค่ำคืนวันเสาร์ที่ 18 มี.ค.2566 เวลา 17:00-23:00 น.


เนื้อหา
  • ผังการจัดงาน
  • มีกิจกรรมอะไรบ้าง
  • Glow in the dark wisdom forest 
  • คาราวานกล้องโทรทรรศน์
  • การสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องสองตา
  • ถ่ายภาพกับกลุ่มดาวและวาดภาพด้วยแสง
  • Night Nature Walk
  • กิจกรรมพิเศษ
  • กิจกรรมประกอบอื่น ๆ 
  • สรุปท้ายเรื่อง
ผังการจัดงาน
ภาพรวมการจัดงาน ก็จะประกอบไปด้วยลานกางเต็นท์ จำนวน 3 แห่ง ที่จอดรถ จุดที่เป็น Landmark ได้แก่ เสาเฉลียง ผาหมอน และผาแต้ม  ลานจัดกิจกรรมหลักอยู่บริเวณผาแต้ม


มีกิจกรรมอะไรบ้าง
ในงานมหกรรมท่องเที่ยวดูดาวในครั้งนี้ จัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่
  • Zone 1 : Glow in the dark wisdom forest 
  • Zone 2 : คาราวานกล้องโทรทรรศน์
  • Zone 3 : การสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องสองตา
  • Zone 4 : ถ่ายภาพกับกลุ่มดาวและวาดภาพด้วยแสง
  • Zone 5 : Night Nature Walk
  • กิจกรรมพิเศษ 
    • เทคนิคการดูดาวด้วยตาเปล่า
    • Workshop เทคนิคการถ่ายภาพดาราศาสตร์เบื้องต้น

Glow in the dark wisdom forest 
เป็นกิจกรรมเรียนรู้เรื่องราวป่าไม้อันเป็นพื้นฐานของชีวิตและภูมิปัญญา ชมนิทรรศการภูมิปัญญาจากผืนป่าในบรรยากาศป่าเรืองแสง เข้าร่วมพิธีชงชา (Herbal tea ceremony) เพื่อเชื่อมต่อพลังธรรมชาติ และภูมิปัญาบรรพบุรุษเข้าสู่ตัวคุณ







คาราวานกล้องโทรทรรศน์
สัมผัสประสบการณ์ดูดาวผ่านกล้องโทรทรรศน์นานาชนิด จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โรงเรียนเครือข่าย และนักดาราศาสตร์สมัครเล่น


กล้องโทรทรรศน์กว่า 30 ตัวกำลังชี้ไปที่ดาวศุกร์






การสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องสองตา
สนุกกับการดูดาวและวัตถุท้องฟ้านานาขนิดด้วยตัวเอง ผ่านแอพพลิเคชั่นดูดาว และอุปกรณ์พื้นฐานทางดาราศาสตร์ 





ถ่ายภาพกับกลุ่มดาวและวาดภาพด้วยแสง
สรรค์สร้างภาพเขียนแสงไฟยามค่ำคืน พร้อมดาวน์โหลดภาพกลับบ้านได้เลย



Night Nature Walk
สำรวจภาพเขียนสีและความงามของธรรมชาติยามค่ำคืน โดยแบ่งเป็น 2 รอบ คือ 19:00 น. และ 21:00 น.



กิจกรรมพิเศษ
เทคนิคการดูดาวด้วยตาเปล่า และ  Workshop เทคนิคการถ่ายภาพดาราศาสตร์เบื้องต้น





กิจกรรมประกอบอื่น ๆ 
  • บรรยากาศ red market ในงาน : ตลาด food truck วินเทจ สุดแสนอบอุ่น ภายใต้เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด ทุกร้านพร้อมใจกันตกแต่งด้วยหลอดไฟสีแดง ซึ่งเป็นสีที่รบกวนสายตา และระบบนิเวศน้อยที่สุด เป็นตลาดที่ชิค ชิล และอาหารอร่อยมาก



สรุปท้ายเรื่อง
การจัดมหกรรมท่องเที่ยวดูดาวครั้งยิ่งใหญ่  “Dark Sky Star Party” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย จากการแสดงความคิดเห็นในโซเซียลมีเดียต่าง ๆ ล้วนชื่นชมว่า จัดได้ดีมาก ทำให้เรื่องดาราศาสตร์เป็นเรื่องที่น่าสนใจ  หลายท่านก็โพสต์เสียดายว่าไม่ได้ไปร่วมเพราะอยู่ไกล อยากให้มีจัดกิจกรรมอย่างนี้ ในภาคอื่น ๆ บ้าง 

สำหรับเรื่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไขก็คือ พื้นที่กางเต็นท์ มีห้องอาบน้ำและห้องสุขา ให้บริการน้อยไปหน่อย ไม่เพียงพอที่จะรับนักท่องเที่ยวสายแคมป์คราวเดียวกันจำนวนมากได้ 


งานนี้ ถือว่าเป็นความสำเร็จของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NARIT) ที่สามารถผลักดันให้คนไทยหันมาสนใจดาราศาสตร์และทำให้ผู้คนได้รู้จักและรับรู้ ความสำคัญของเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด ที่จะช่วยลดมลพิษทางแสง ได้สำเร็จ และเช่นเดียวกัน ย่อมเป็นความสำเร็จของหน่วยงานสนับสนุนสำคัญด้วย ก็คือ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 

นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญของวงการดาราศาสตร์ของประเทศไทยสืบต่อไป

********************
รวบรวมและเรียบเรียงโดย
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
20 มี.ค.2566

ที่มาข้อมูล
  • อุทยานแห่งชาติผาแต้ม Phataem National Park. (19 มี.ค.2566). เฟสบุ๊คบุคคลสาธารณะ. [Online]. Available : https://www.facebook.com/pt074. [2566 มีนาคม 20].
  • Wirati Keeratikanchai. (19 มี.ค.2566). เฟสบุ๊คส่วนตัว. [Online]. Available : https://www.facebook.com/wirati. [2566 มีนาคม 20].
  • NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ. (19 มี.ค.2566). เพจเฟสบุ๊ค. [Online]. Available : https://www.facebook.com/NARITpage. [2566 มีนาคม 20].
  • NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ. (24 ก.พ.2566). เพจเฟสบุ๊ค. [Online]. Available : https://www.facebook.com/NARITpage. [2566 มีนาคม 20].

ท้องฟ้ามืด! ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเมืองต้องมืดตามไปด้วย (Dark sky not dark ground)

ผมพยายามพูดคุยเรื่อง "ท้องฟ้ามืด" กับ "มลพิษทางแสง"  ให้คนรอบ ๆ   ตัวฟัง เขาก็ฟังตามมารยาท ไม่ค่อยให้ความสนใจและรู้สึก...