วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ทำไม? ฉันจึงมองไม่เห็นทางช้างเผือก

Milky Way หรือ ทางช้างเผือก จะมีลักษณะเหมือนฝ้า หรือเมฆจางๆ สีขาวขุ่นพาดผ่านเป็นทางสว่างข้ามขอบฟ้า ซึ่งมักจะเห็นได้ในสถานที่ที่ท้องฟ้ามืด ปราศจากแสงจันทร์ และไร้แสงไฟรบกวน ยิ่งหากท้องฟ้าแจ่มใส ไร้เมฆ ไร้ฝุ่นละออง ยิ่งเห็นได้ชัด ดังนั้น คนทั่วไปที่มีชีวิตอยู่ในเขตเมือง จึงมองไม่เห็นทางช้างเผือก เพราะในเมืองมีมลภาวะทางแสงรบกวนมาก


เนื้อหา
  • ทำความรู้จักกับทางช้างเผือก
  • วิธีค้นหาทางช้างเผือกแบบง่าย ๆ
  • เริ่มต้นแกะรอยจากกลุ่มดาว
  • หาหัวใจแมงป่องให้เจอ
  • สามเหลี่ยมฤดูร้อน
  • ใจกลางทางช้างเผือก
  • สรุปท้ายเรื่อง
ทำความรู้จักกับทางช้างเผือก
Milky way Galaxy (ดาราจักรทางช้างเผือก) เปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยดาวฤกษ์นับแสน ๆ ล้านดวง มีเศษฝุ่น และกลุ่มแก๊สกระจัดกระจายรวมตัวกันอยู่ หมุนวนรอบใจกลางที่เป็นหลุมดำ (Supermassive Black Hole) เป็นรูปกังหัน ระบบสุริยะของเราเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในดาราจักร แห่งนี้


ดาราจักรแต่ละแห่งเปรียบคล้ายกับยากันยุง 1 ขด ดาราจักรทางช้างเผือกนับเป็นยากันยุง 1 ขดในดาราจักรหลายล้านขดของเอกภพ  ระบบสุริยะของเราตั้งอยู่ในระนาบเดียวกับตัวยากันยุง  ดังนั้นทางช้างเผือกที่เรามองเห็นจากโลกก็จะเป็นแค่ความหนาของยากันยุงนั่นเอง

วิธีค้นหาทางช้างเผือกแบบง่าย ๆ 
เอาแบบง่าย ๆ ที่สุด คือ จากแอปพลิเคชันแผนที่ดาวที่ติดตั้งได้ในโทรศัพท์มือถือ ที่มีอยู่หลายแอปฯ ให้เลือก เช่น Star Walk, Stellarium, SkyPortal ฯลฯ หลังจากนั้นก็เริ่มต้นแกะรอยจากกลุ่มดาวสว่างที่อยู่ใกล้กับแนวของทางช้างเผือก ควรใช้ปฏิทินการถ่ายภาพทางช้างเผือกในแต่ละปี (ที่มีผู้คำนวณไว้ให้แล้ว) ประกอบด้วย จะได้รู้ว่าทางช้างเผือกจะขึ้นวันไหน เดือนไหน เริ่มขึ้นเวลาเท่าไหร่บ้าง หากจะให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น ควรไปสังเกตในสถานที่ที่ท้องฟ้ามืด ไร้แสงรบกวน 

เริ่มต้นแกะรอยจากกลุ่มดาว 
ดวงดาวที่เราเห็นบนท้องฟ้ายามค่ำคืนทั้งหมดนั้น คือ ดวงดาวเฉพาะที่อยู่รอบ ๆ ระบบสุริยะของเราเท่านั้น  ในแถบของทางช้างเผือก จะมีกลุ่มดาวสว่างที่ควรรู้ไว้ อาทิ กลุ่มดาวแคสสิโอเปีย (ค้างคาว) เพอร์เซอุส สารถี คนคู่ กางเขนใต้ แมงป่อง คนยิงธนู นกอินทรี และกลุ่มดาวหงส์ (ดูภาพด้านล่างประกอบ) หากเราจะมองหาทางช้างเผือกซึ่งมันมองหายากมาก จึงต้องเริ่มต้นด้วยการแกะรอยจากกลุ่มดาว เหล่านี้เสียก่อน ซึ่งสามารถหาได้จากแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือทั่วไป ตามที่กล่าวไปแล้ว

กลุ่มดาวตามแถบทางช้างเผือก

หาหัวใจแมงป่องให้เจอ
เริ่มต้นด้วยการค้นหา กลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มดาวจักรราศี (Zodiac) ในนามของ "กลุ่มดาวราศีพิจิก"  กลุ่มดาวแมงป่องนี้ จะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีดาวสว่างดวงหนึ่งที่ชื่อว่า แอนทาเรส (Antares) หรือที่คนไทยรู้จักในนามของ ดาวปาริชาต เป็นดาวยักษ์ใหญ่สีแดงมีความสว่างเห็นได้ชัด ง่ายต่อการสังเกต เราต้องค้นหาดาวดวงนี้ให้พบ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของแมงป่อง 


เมื่อพบหัวใจแมงป่องแล้ว เริ่มมองดูอย่างละเอียด จะมีดาวเรียงกันทางด้านบน  3 ดวงเด่นชัดเป็นส่วนก้ามของแมงป่อง และมีดาวเรียงต่อลงมาเป็นส่วนหางที่คดงอ ส่วนหางนี้เองที่ทำหน้าที่เกี่ยวแถบทางช้างเผือก แล้วพาขึ้นมาให้เราชม (ดูภาพด้านบนประกอบ)

กลุ่มดาวแมงป่อง 

จากภาพด้านบน พบกลุ่มดาวแมงป่องแล้ว ซึ่งพออนุมานได้ว่า แนวแถบทางช้างเผือกอยู่ตรงไหน เพราะหางมันจะเกี่ยวอยู่ แต่แสงไฟในภาพนี้รบกวนมาก จึงมองแถบทางช้างเผือกไม่ชัดเจน

สามเหลี่ยมฤดูร้อน 
ต่อมาลองสังเกตดาวสว่างสามดวง ซึ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในซีกโลกเหนือช่วงฤดูร้อน (หลังวันครีษมายัน 21 มิ.ย.2566 ที่ผ่านมา) ซึ่งหากเราลากเส้นสมมติระหว่างดาวทั้งสามดวง จะเกิดเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก ซึ่งเราเรียกสามเหลี่ยมนี้ว่า "สามเหลี่ยมฤดูร้อน" (Summer Triangle) ดาวสามดวงนั้น ได้แก่
  1. ดาวเวกา (Vega) อยู่ใน กลุ่มดาวพิณ (Lyra) 
  2. ดาวเดเนบ (Deneb) อยุ่ใน กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus) 
  3. ดาวอัลแทร์ (Altair) อยู่ใน กลุ่มดาวนกอินทรี (Aquila)
สามเหลี่ยมฤดูร้อน
ที่มาของภาพ ปรับปรุงจาก (มติพล ตั้งมติธรรม.2559)

สามเหลี่ยมฤดูร้อนจัดเป็น "ดาวเรียงเด่น" (asterism) สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย แม้ในเมืองที่เต็มไปด้วยมลภาวะทางแสง แถบทางช้างเผือกจะพาดตรงกลางผ่านระหว่างดาวเวกา และดาวอัลแทร์ ทาบทับไปยังดาวเดเนบ (ดูรูปภาพด้านบนประกอบ) ดังนั้น ถ้าเราหาสามเหลี่ยมฤดูร้อนเจอ เราก็จะเจอทางช้างเผือก ด้วยเช่นกัน

เรื่องการปรากฏของสามเหลี่ยมฤดูร้อนและทางช้างเผือกนี้  ก่อให้เกิดประเพณีวันที่ 7 เดือน 7 ของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ เทศกาลทานาบาตะ (Tanabata / たなばた) ในญี่ปุ่น, เทศกาลชีซี่ (Qixi) ในจีน, เทศกาล ชิลซ็อก (Chilseok / 칠석) ในเกาหลี และเทศกาล เทิ้ตถิก (Thất Tịch)ในเวียดนาม เป็นต้น



ใจกลางทางช้างเผือก
ใจกลางทางช้างเผือก (Galactic Center) อยู่ระหว่าง กลุ่มดาวคนยิงธนู (Sagittarius) และกลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ดังนั้น หากสามารถระบุตำแหน่งของกลุ่มดาวทั้งสองได้แล้ว ก็จะทราบว่าใจกลางดาราจักรทางช้างเผือก อยู่ตรงไหน 

ที่มาของภาพ (John Dvorak.2561)

ในใจกลางทางช้างเผือกจะมีแถบมืดที่เรียกว่า Great Rift ซึ่งแสงจากดาวฤกษ์บริเวณนั้นถูกฝุ่นระหว่างดาวฤกษ์บดบัง จึงเป็นบริเวณที่ลึกลับที่สุดแห่งหนึ่งในเอกภพ บริเวณใจกลางทางช้างเผือกมีวัตถุที่เรียกว่า Sagittarius A* ซึ่งมันก็คือ หลุมดำมวลยิ่งยวด ซึ่งมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ราว ๆ 4 พันล้านเท่า 

Sagittarius A* : The Milky Way's Supermassive Black Hole
ที่มาของภาพ (Matt Williams. 2566)

สรุปท้ายเรื่อง
หากเราได้ยลโฉมทางช้างเผือกด้วยตาตัวเองแล้ว จะทำให้รู้สึกว่า เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรานี้มันช่างเล็กกระจิดริดเสียเหลือเกิน หากเทียบกับความยิ่งใหญ่ของดาราจักร (Galaxy) จำนวนหลายแสนล้านดาราจักรในเอกภพ (COSMOS) ที่กว้างใหญ่ไพศาลจนไม่รู้ว่ามันมีขอบเขตแค่ไหน  มนุษย์เรียนรู้เรื่องดวงดาวมากว่า 5,000 ปีแล้ว แต่ยังมีเรื่องราวที่ลึกลับดำมืดอีกมากมายที่ยังไม่รู้และอธิบายไม่ได้ ปัจจุบัน มนุษย์เราเพิ่งเดินทางไปได้แค่ดวงจันทร์เท่านั้นเอง เราเชื่อหรือว่าในเอกภพนี้ มีเพียงเราที่เป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพียงเผ่าพันธ์เดียวเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม
เราเป็นเผ่าพันธ์ที่ทรงภูมิปัญญาแล้วจริงหรือ
หรือเราเป็นเพียงแค่มดตัวเล็ก ๆ ในเอกภพที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้

*********************************
รวบรวมและเรียบเรียงโดย
พลตรี ดร.สุชาต  จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี



ที่มาข้อมูล
  • มติพล ตั้งมติธรรม. (2559). สามเหลี่ยมฤดูร้อน. [Online]. Available : https://www.facebook.com/photo/?fbid=469218763288335&set=pcb.469227559954122. [2566 มิถุนายน 25].
  • อาจวรงค์ ป๋องแป๋ง จันทมาศ. (2560). การสังเกตการณ์ทางช้างเผือก.  [Online]. Available :https://www.facebook.com/ardwarong/photos/a.409698355818015/1334430696678105/?type=3. [2566 มิถุนายน 25].
  • John Dvorak. (2561). Secrets Of The Strange Stars That Circle Our Supermassive Black Hole. [Online]. Available : https://www.discovermagazine.com/the-sciences/secrets-of-the-strange-stars-that-circle-our-supermassive-black-hole. [2566  มิถุนายน 25].
  • พิสิฏฐ นิธิยานันท์. (2565). "เทศกาลราตรีแห่งเลขเจ็ด" เทศกาลตามประเพณีร่วมของจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และเวียดนาม. [Online]. Available : https://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/1955-seven-festival. [2566  มิถุนายน 25].
  • Matt Williams. (2566). A Very Young Star is Forming Near the Milky Way's Supermassive Black Hole. [Online]. Available : https://www.universetoday.com/160376/a-very-young-star-is-forming-near-the-milky-ways-supermassive-black-hole/. [2566  มิถุนายน 26].

วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566

สงกรานต์หยุดยาว ชวนดูดาวที่บ้านเกิด

หลังจากที่หลายคนต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำมาหากินมาตลอดทั้งปี ในช่วงสงกรานต์ก็จะได้พักผ่อนหยุดยาว หลายคนเดินทางกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ และครอบครัวที่บ้านเกิด หลายคนก็หนีอากาศที่ร้อนอบอ้าวไปสัมผัสกับธรรมชาติ ตามขุนเขาลำเนาไพรต่าง ๆ เพื่อชาร์ตแบตเตอรี่ให้ตัวเอง  


เพราะว่าท้องฟ้าตามต่างจังหวัด ชานเมือง และชนบท จะค่อนข้างมืดปราศจากจากแสงไฟจากเมืองรบกวน ทำให้มองเห็นดาวได้ง่าย ดูแล้วน่าอภิรมย์ใจยิ่งนัก หากใครอยากจะเริ่มต้นหัดดูดาว ลองอ่านคำแนะนำนี้ดูนะครับ ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน 

ท้องฟ้าวันที่ 13-15 เม.ย.2566 มีอะไรให้ดูบ้าง
ช่วงหัวค่ำถึงเที่ยงคืน ทั้ง 3 คืน ดูดาวได้สบายมากเลยครับ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น (Beginner)  ท้องฟ้าปราศจากแสงจันทร์รบกวน เพราะดวงจันทร์จะขึ้นหลังเที่ยงคืนไปแล้ว 
  • ทั้ง 3 วัน ดวงอาทิตย์จะตกลับขอบฟ้าเวลา  18:31 น. 
  • ช่วงแสงสนธยา อยู่ระหว่าง 18:31-19:44 น. (ช่วงนี้จะเริ่มมองเห็นดาวศุกร์ ที่เขาเรียกว่า ดาวประจำเมือง)
  • หลังจากสิ้นแสงสนธยา 19 : 44 น. ก็เริ่มดูดาวได้เต็มที่เลยครับ หันหน้าไปทิศเดียวกับที่ดวงอาทิตย์ตก (ตะวันตก) พอเริ่มมืดก็จะปรากฏดาวตามภาพด้านล่างนี้เลยครับ

จากภาพด้านบน ดาวที่เราได้เห็นแน่ ๆ  คือ ดาวศุกร์  กลุ่มดาวลูกไก่ (ข้างดาวศุกร์) ดาวอังคาร ดาวตาวัว เข็มขัดนายพราน (ดาวไถ) ดาวโจร (ซิริอัส) และสามเหลี่ยมดูหนาว ฯลฯ กลุ่มดาวเหล่านี้ จะค่อย ๆ ตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกตามดวงอาทิตย์ไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โปรดอ่านบทความด้านล่างนี้ เพิ่มเติม ครับ 
กลุ่มดาวที่แนะนำให้ดูในหัวค่ำ 13-15 เม.ย.2566
จะเห็นภาพเช่นนี้

ทางช้างเผือกก็มีให้ดูครับ
สำหรับท่านใดที่นอนดึก หรือสังสรรค์กันติดลม ถ้าอยากดูทางช้างเผือกให้เห็นเป็นบุญตาสักครั้ง ได้เลยครับ ทางช้างเผือก (Milky way) จะขึ้นให้เห็นในแต่ละวัน ดังนี้
  • วันที่ 14 เม.ย.2566 เวลาประมาณ 00:30 น.เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงเวลา 01:27 น.ดวงจันทร์จะเริ่มขึ้น แสงดวงจันทร์อาจทำให้มองเห็นทางช้างเผือกได้ยาก
  • วันที่ 15 เม.ย.2566 เวลาประมาณ 01:00 น.เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงเวลา 02:20 น.ดวงจันทร์จะเริ่มขึ้น แสงดวงจันทร์อาจทำให้มองเห็นทางช้างเผือกได้ยาก
การค้นหาทางช้างเผือก เมื่อถึงเวลาให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ (SE) หากลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ให้พบ เพราะถ้ามองเห็นเขา ก็จะเห็น "ทางช้างเผือก" แน่นอน เพราะช้างจะถูกหางแมงป่องเกี่ยวอยู่นั่นเอง (ดูภาพด้านล่าง)


พยายามสังเกตดาวยักษ์ใหญ่สีแดง ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวแมงป่อง คือ ดาวแอนทาเรส หรือ ดาวปาริชาติ  ซึ่งเขาเรียกว่า หัวใจแมงป่อง 


จากภาพด้านบนจะเห็นว่า ทางช้างเผือกที่เป็นคล้าย ๆ เมฆสีดำ ๆ พาดผ่านท้องฟ้า จะถูกหางของแมงป่องเกี่ยวไว้  ในการสังเกต ถ้าท้องฟ้าไม่มืดก็จะเห็นคล้าย ๆ กลุ่มเมฆสีขาวจาง ๆ แต่ถ้าท้องฟ้ามืดก็จะเห็นได้ชัดเจน

ภาพนี้เห็นกลุ่มดาวแมงป่องชัดเจน
แต่ท้องฟ้ามีแสงรบกวนมาก หากสังเกตไม่ดี ก็จะไม่เห็นทางช้างเผือก

ลองดูนะครับ หากว่างเว้นจากกิจกรรมรดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์แล้ว ช่วงหัวค่ำ ลองชวนกันปลีกเวลามาดูดาวกันสักชั่วโมง แล้วให้ธรรมชาติเป็นตัวช่วยบำบัดจิตใจของเราให้ผ่อนคลาย  การดูดาวจะทำให้เรารู้สึกว่า 
  • เรื่องราวที่เรารู้นั้นน้อยเหลือเกิน ยังมีเรื่องราวที่เรายังไม่รู้อีกมากมายเหลือคณานับ  
  • เรื่องราวของเราที่รู้สึกหนักอกหนักใจหรือเป็นทุกข์ มันช่างเป็นเรื่องขี้ประติวเสียเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของเอกภพ
**********************************
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
10 เม.ย.2566


วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2566

24 มี.ค.2566 อย่าพลาดชมปรากฏการณ์ "ดวงจันทร์บังดาวศุกร์" มีเวลาถ่ายภาพช็อตเด็ดเพียง 5 นาที

วันศุกร์ที่ 24 มี.ค.2566 จะเกิดปรากฏการณ์ "ดวงจันทร์บังดาวศุกร์" โดยในวันนั้น จะเป็น "ดวงจันทร์เสี้ยว ขึ้น 3 ค่ำ" หลังดวงอาทิตย์ตกดิน ดวงจันทร์จะปรากฏให้เห็นทางทิศตะวันตก ด้วยมุมเงย 32°
 

เนื้อหา
  • ตารางเวลาการเกิดปรากฏการณ์
  • มีเวลาถ่ายภาพช็อตเด็ดเพียง 5 นาที
  • การถ่ายด้วย Smart Phone
  • ไม่มีกฏตายตัว
  • ซ้อมถ่ายก่อนก็ดี
  • ปัจฉิมลิขิต
ตารางเวลาการเกิดปรากฏการณ์
(เป็นเวลาสำหรับผู้สังเกตการณ์ในพื้นที่ จ.ราชบุรี พื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทยอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย)
  • เวลา 18:32 น.ดวงอาทิตย์ตก เริ่มเข้าสู่แสงสนธยาทางการ (Civil Twilight) 
  • วลา 18:36 น.ดวงจันทร์เริ่มบังดาวศุกร์ (น่าจะมองไม่เห็น เนื่องจากแสงของดวงอาทิตย์ยังมีอิทธิพลอยู่ )
  • เวลา 18:41 น.ดาวศุกร์ถูกบังหมดดวง
  • เวลา 18:53 น.เริ่มเข้าสู่แสงสนธยาเดินเรือ (Nautical Twilight)
  • เวลา 19:18 น.เริ่มเข้าสู่แสงสนธยาดาราศาสตร์ (Astronomical Twilight) (น่าจะเริ่มมองเห็นดวงจันทร์และดาวศุกร์ หากท้องฟ้าโปร่ง ไร้เมฆไร้ฝุ่น)
  • เวลา 19:41 น.ดาวศุกร์เริ่มโผล่จากดวงจันทร์
  • เวลา 19:43 น.สิ้นสุดแสงสนธยาดาราศาสตร์ เริ่มมืด
  • เวลา 19:46 น.ดาวศุกร์โผล่พ้นดวงจันทร์ทั้งดวง 


คลิบวิดีโอจำลองดาวศุกร์บังดวงจันทร์
จัดทำจาก #Stellarium

มีเวลาถ่ายภาพช็อตเด็ดเพียง 5 นาที
ปรากฏการณ์แบบนี้ ใครมีกล้องระดับมืออาชีพ หรือใครจะถ่ายผ่านกล้องโทรทรรศน์ ก็ต้องคำนวณวางแผนเวลาและจังหวะให้พอดี ตอนดวงจันทร์เริ่มบังดาวศุกร์น่าจะถ่ายไม่ได้ เพราะมองไม่เห็น แสงดวงอาทิตย์ยังคงมีอิทธิพลอยู่ 

จังหวะที่น่าจะมองเห็นและถ่ายภาพได้ดีที่สุด คือ ตอนดาวศุกร์เริ่มโผล่พ้นดวงจันทร์จนหลุดพ้นทั้งดวง (เวลา 19:41-19:46 น.) ช่วงนี้แหละครับ ตั้งกล้องเตรียมได้เลยครับ กดชัตเตอร์รัว ๆ หรือ ใครจะถ่ายเป็นคลิบวิดีโอก็จะได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น เป็นคลิบวิดีโอประวัติศาสตร์ได้เลย 

การถ่ายด้วย Smart Phone
ใครมีแต่โทรศัพท์มือถือ แต่อยากถ่ายรูปเก็บไว้ในแกลอรี่ ถ่ายได้เช่นกันครับ โทรศัพท์มือถือเดี๋ยวนี้ มีฟีเจอร์ในการถ่ายภาพที่สุดยอดครับ  แต่ละยี่ห้ออาจมีโหมดที่แตกต่างกันไป แต่ไม่ว่าโทรศัพท์รุ่นใด ให้ยึดหลักการสำคัญ ไว้ดังนี้
  1. ให้ถ่ายรูปโดยใช้โหมดแสงน้อย หรือ โหมดถ่ายภาพในตอนกลางคืน  เช่น Night Mode, Supermoon, Master AI เป็นต้น
  2. หากโทรศัพท์เครื่องใดไม่มีโหมดดังกล่าวให้เลือกโหมดตั้งค่าถ่ายเอง (Manual Setting หรือ Pro mode)
  3. การ Zoom ให้ใช้ตามความสามารถของโทรศัพท์แต่ละรุ่นได้เลย หากกล้องมือถือรุ่นใดที่มี Optical Zoom หรือ Space Zoom ยิ่งดี (ไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ)
  4. การปรับโฟกัส ให้ใช้การปรับด้วยมือ (MF) โดยเลือกจุดโฟกัสไปที่ดวงจันทร์ 
  5. การใช้โหมดตั้งค่าเอง ให้คำนึง 3 ค่าหลัก ได้แก่ ISO, ความเร็วชัตเตอร์ (SS) และ WB (ประมาณ 3500K-4500K ขึ้นกับสภาพแสงของท้องฟ้าขณะนั้น)
  6. ใช้ขาตั้งกล้องในการถ่าย
  7. การกดชัตเตอร์ถ่ายภาพให้ใช้ระบบคำสั่งเสียง ระบบตั้งเวลา หรือรีโมทชัตเตอร์ (เซลฟี่) หลีกเหลี่ยงการแตะที่ตัวโทรศัพท์
  8. เลือกถ่ายภาพความละเอียดสูงสุด (ถ้าเป็นมืออาชีพจะเซฟเป็นไฟล์ RAW ด้วย)

ไม่มีกฏตายตัว
การถ่ายภาพดวงจันทร์และดวงดาวในยามค่ำคืนด้วย Smart Phone ไม่มีกฏตายตัว เพราะแสงของวัตถุที่ถ่ายในแต่ละครั้ง แต่ละเวลา แต่ละสถานที่ไม่เท่ากัน ขอให้ผู้ถ่ายยึดหลักการที่กล่าวมาไว้เป็นสำคัญ ลองผิดลองถูก ลองปรับค่าต่าง ๆ ถ่ายหลาย ๆ ภาพ แล้วมาเปรียบเทียบกัน จนกว่าจะได้ภาพที่เราพอใจที่สุด วิธีการปรับค่า ผมขอแนะนำให้เตรียมวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ไม่อย่างนั้นเวลาถ่ายจะสับสน เช่น 1)ปรับโฟกัสให้เรียบร้อย 2)ตั้งค่า WB ไว้ที่ 4500K แล้ว
  • แผน A ตั้งค่า ISO เป็นหลัก แล้วปรับความเร็วชัตเตอร์ (SS) ตาม เช่น ตั้ง ISO400 เป็นหลัก แล้วถ่ายด้วย SS 1วินาที, 5วินาที, 10วินาที, 15วินาที เป็นต้น
  • แผน B ตั้งค่า ความเร็วชัตเตอร์เป็นหลัก (SS) และปรับ ISO ตาม เช่น ตั้ง SS20วินาที เป็นหลัก แล้วถ่ายด้วย ISO100, 200, 400, 800, 1600 เป็นต้น
หลักสำคัญ คือ ถ่ายภาพ ---> ดูภาพ --->วิเคราะห์ --->ปรับค่าใหม่ --->ถ่ายภาพ ---> ดูภาพ ทำแบบนี้ เป็นวงรอบไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ภาพที่เราพอใจและเห็นว่าดีที่สุด

ซ้อมถ่ายก่อนก็ดี
หากให้ดีลองซ้อมถ่ายค่ำวันที่ 23 มี.ค.2566 ก่อนก็ได้ ลองถ่ายดวงจันทร์เสี้ยวขึ้น 2 ค่ำ พร้อมกับดาวศุกร์ดู อย่าลืมว่าแสงดวงจันทร์ไม่มาก และไม่สว่างเหมือนจันทร์เต็มดวง ดังนั้นการปรับตั้งค่าต่าง ๆ จึงต้องลองปรับกันดู พอวันถ่ายจริงมีเวลาเพียง 5 นาที จะได้ตั้งค่าประมาณนี้ได้เลย อาจมีการปรับค่าใหม่ก็เพียงเล็กน้อย ซ้อมดีมีชัยไปกว่าครึ่งครับ

ภาพจำลองค่ำวันที่ 23 มี.ค.2566 เวลา 19:15 น. จาก Stellarium
"ดวงจันทร์ขึ้น 2 ค่ำ กับ ดาวศุกร์"

ปัจฉิมลิขิต 
อย่าพลาดชมนะครับ เพราะกว่าจะได้ชมอีกครั้ง อีก 3 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว (14 ก.ย.2569)


******************************
จัดทำโดย
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
23 มี.ค.2566



ท้องฟ้ามืด! ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเมืองต้องมืดตามไปด้วย (Dark sky not dark ground)

ผมพยายามพูดคุยเรื่อง "ท้องฟ้ามืด" กับ "มลพิษทางแสง"  ให้คนรอบ ๆ   ตัวฟัง เขาก็ฟังตามมารยาท ไม่ค่อยให้ความสนใจและรู้สึก...