วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

เสน่ห์ฤดูหนาว ชมทะเลดาวที่สวนผึ้ง

ใครที่มาเยี่ยมเยือน อ.สวนผึ้ง ราชบุรี ในช่วงฤดูหนาว นอกจากจะได้สัมผัสกับ ไอหนาว หมอกขาว และป่าเขียว ๆ ดิบ ๆ แห่งขุนเขาตะนาวศรีแล้ว เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของสวนผึ้ง ก็คือ การได้ชมทะเลดาวที่สวยงามระยิบระยับเต็มท้องฟ้า

ที่มาของภาพ : ปรับปรุงจาก (Nikki Salter. 2561).

ดาวมันอยู่บนฟ้า อยู่ที่ไหนก็น่าจะมองเห็น
หลายคนอาจสงสัยว่า ดวงดาวมันก็อยู่บนฟ้า อยู่ที่ไหนก็น่าจะมองเห็นได้ จริง ๆ แล้วถูกต้องเลยครับ แต่อาจเป็นเมื่อ 2-3,000 ปีก่อน แต่ตอนนี้ พ.ศ.2566 น่าจะไม่จริงแล้ว เพราะมนุษย์พวกเราประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าขึ้นมา ทำให้โลกเราสว่างไสวในยามค่ำคืน ที่ไหนคนอยู่มาก แสงไฟก็มากตาม การใช้แสงไฟมากเกินไปโดยไม่มีการควบคุม มันก็เลยเกิด มลภาวะทางแสง (Light pollution)  ส่งผลกระทบมากมายต่อชีวิตสรรพสัตว์บนโลก สุขภาพของเรา สิ้นเปลืองเงิน พลังงาน ทรัพยากร และที่สำคัญปิดกั้นระหว่างเรากับดวงดาว

ที่มา (แอปพลิเคชั่น light pollution map. 2566)

มลภาวะทางแสง
แผนที่แสดงมลภาวะทางแสงด้านบน พื้นที่ที่เป็นสีขาวอมม่วง เช่น กรุงเทพฯ จะมีแสงสว่างเรืองขึ้นท้องฟ้าจำนวนมาก ถัดมาก็จะเป็นพื้นที่สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว จะมีแสงจากเมืองเรืองขึ้นท้องฟ้า ลดหลั่นกันมาตามลำดับ ส่วนสีฟ้า และสีน้ำเงิน จะมีแสงเรืองจากเมืองน้อยมาก พื้นที่เหล่านี้ ท้องฟ้าจะมืด ทำให้เห็นดวงดาวได้ชัดเจน 


การวัดค่าความสว่างท้องฟ้า ที่นิยมใช้กันส่วนใหญ่จะใช้มาตราบอร์เทิล (Bortle scale) ในการสื่อสาร โดยท้องฟ้าจะมีค่าตั้งแต่ Class 1-9  ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น (ดูแผนที่แสดงมลภาวะทางแสงด้านบนประกอบ)
  • กรุงเทพมหานคร ท้องฟ้าจะอยู่ใน Class 9 (Inner-City Sky) 
  • เมืองนครปฐม ท้องฟ้าจะอยู่ใน Class 8 (City Sky) 
  • เมืองราชบุรี ท้องฟ้าจะอยู่ใน Class 6 (Bright suburban sky)
  • พื้นที่ อ.สวนผึ้ง ท้องฟ้าจะอยู่ใน Class 2 (Typical truly dark site)
  • พื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า สันเขาตะนาวศรี ท้องฟ้าจะอยู่ใน Class 1 (Excellent dark-sky site) 
พื้นที่ อ.สวนผึ้ง และ อ.บ้านคา จ.ราชบุรี
มีสภาพท้องฟ้ามืดเหมาะแก่การดูดาวมาก

ชมทะเลดาวที่สวนผึ้ง
อ.สวนผึ้ง มี บ้านพัก รีสอร์ท โฮมสเตย์  ลานกางเต็นท์ ให้บริการอยู่จำนวนมาก มีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานครบถ้วน ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา สัญญาณโทรศัพท์ และร้านสะดวกซื้อ การเดินทางถึงแหล่งที่พักสามารถเดินทางถึงด้วยรถยนต์ธรรมดาไม่ต้องออฟโรด (ยกเว้นขึ้นจุดชมวิวบนยอดเขาต่าง ๆ) 

อ.สวนผึ้ง อยู่ใม่ไกลจากกรุงเทพฯ ในฤดูหนาวก็ไม่หนาวมากจนเกินไป  อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20℃ อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 30℃ ในพื้นที่ไม่มีกิจกรรมกลางคืนสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวสังสรรค์กันเองภายในกลุ่ม 

ทางช้างเผือก หมู่บ้านห้วยกระวาน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
ที่มาของภาพ (มงคลบารมี ระยอง. 2566)

การดูดาว หรือดูปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ จึงเป็นกิจกรรมทางเลือกหนึ่งในยามค่ำคืนสำหรับผู้ที่สนใจ เพราะท้องฟ้าของ อ.สวนผึ้งอยู่ในระดับ Class 2 ซึ่งเหมาะแก่การสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง 

อย่าลืมนะครับ หนาวนี้ มาชมทะเลดาวที่ อ.สวนผึ้งกัน

อ่านเพิ่มเติม
*****************************
เขียนโดย
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
15 พ.ย.2566



ที่มาข้อมูล
  • Nikki Salter. (2561). Summer Sky-Watching. [Online]. Available : https://pissouribay.com/summer-sky-watching/. [2566 พฤศจิกายน 15].
  • มงคลบารมี ระยอง. (2566). หมู่บ้านห้วยกระวาน สวนผึ้ง ราชบุรี . [Online]. Available : https://www.facebook.com/photo/?fbid=9339330689473048&set=g.811264558922837. [2566 พฤศจิกายน 15].

วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ลองฟัง Bard แนะนำ "ทำอย่างไร ? ให้ครอบครัวและเพื่อน ๆ ชอบดูดาวเหมือนเรา"

หลังจากที่ผมเกษียณราชการมาได้ 2 ปีแล้ว จึงมีเวลาเพียงพอที่จะดูดาวในยามค่ำคืน มันรู้สึกดีจริง ๆ ครับ ก็เลยตั้งชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรีขึ้น มุ่งหวังเพื่อเชิญชวนผู้ที่สนใจใน จ.ราชบุรี และผู้ที่สนใจทั่วไป มาดูดาวด้วยกัน


หลังจากตั้งชมรมฯ ผมพยายามชักชวนผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวผม มาดูดาวกัน แต่พบว่า มีคนสนใจดูดาวจริง ๆ เพียง 1 คนจาก 20 คน ผมจึงสงสัยว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ชอบดูดาว? แต่ ทำไมบางคนจึงชอบ เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ ผมเลยลองใช้บริการ Google Bard (เวอร์ชันทดลอง) ซึ่งเป็น AI ของ Google ที่สามารถสื่อสารและสร้างข้อความที่เหมือนมนุษย์เพื่อตอบสนองต่อข้อความและคำถามที่หลากหลายได้ ลองอ่านที่ Google Bard ตอบดูนะครับ

ถาม Bard : เหตุผลที่คนไม่ชอบดูดาว
Bard ตอบ : อาจเกิดจากเหตุผลหลายประการ ดังนี้
  1. ความกลัว บางคนอาจรู้สึกกลัวความมืด หรือ ความยิ่งใหญ่ของจักรวาล ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเมื่อมองดูดาว บางคนอาจกลัวสัตว์ร้ายหรือสิ่งลี้ลับที่อยู่นอกโลก บางคนอาจกลัวว่าดวงดาวจะตกลงมาทับ
  2. ความไม่สนใจ บางคนอาจไม่สนใจเรื่องจักรวาลหรือวิทยาศาสตร์ ทำให้รู้สึกเฉย ๆ กับการดูดาว บางคนอาจรู้สึกว่าการดูดาวเป็นเรื่องน่าเบื่อ หรือไร้สาระ
  3. สภาพแวดล้อม บางคนอาจอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีมลภาวะทางแสง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นดวงดาวได้ชัดเจน หรือบางคนอาจไม่มีเวลาหรือโอกาสที่จะออกไปดูดาวในที่ที่มีทัศนวิสัยดี
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อความชอบในการดูดาว เช่น เพศ อายุ การศึกษา วัฒนธรรม เป็นต้น ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงมักมีความกลัวและความวิตกกังวลมากกว่าผู้ชาย ทำให้มีโอกาสที่จะไม่ชอบดูดาวมากกว่า นอกจากนี้ คนที่มีการศึกษาสูงมักมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจักรวาลมากกว่า ทำให้มีโอกาสที่จะชอบดูดาวมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนมากที่ชื่นชอบการดูดาว เพราะการดูดาวเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายและเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังช่วยให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับจักรวาลและธรรมชาติอันมหัศจรรย์ของโลกใบนี้


ถาม Bard : เหตุผลที่คนชอบดูดาว
Bard ตอบ
  1. ความงดงาม ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาวนับล้านดวง แสงระยิบระยับของดวงดาวเป็นภาพที่งดงามและน่าประทับใจ บางคนอาจรู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับการได้มองดูความสวยงามของท้องฟ้า
  2. ความมหัศจรรย์ จักรวาลเป็นสถานที่อันมหัศจรรย์และลึกลับ ดวงดาว กาแล็กซี และวัตถุอื่นๆ ในอวกาศล้วนมีที่มาและเรื่องราวที่น่าสนใจ บางคนอาจรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของจักรวาล
  3. ความท้าทาย การดูดาวเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความรู้และทักษะ ต้องใช้ความอดทนและความพยายามในการค้นหาวัตถุต่างๆ ในอวกาศ บางคนอาจรู้สึกท้าทายและสนุกกับการได้เรียนรู้และค้นหาสิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับจักรวาล
  4. การพักผ่อน การดูดาวเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายและลดความเครียด บางคนอาจรู้สึกสงบและสบายใจเมื่อได้มองดูท้องฟ้ายามค่ำคืน
นอกจากเหตุผลเหล่านี้แล้ว คนที่ชอบดูดาวอาจมีเหตุผลอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไป บางคนอาจชอบดูดาวเพราะได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์หรือหนังสือ บางคนอาจชอบดูดาวเพราะต้องการหาความสงบและผ่อนคลาย บางคนอาจชอบดูดาวเพราะต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับจักรวาล ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม การดูดาวเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์และน่าเพลิดเพลิน

*********************************
คำตอบทีี่ Google Bard ตอบนั้น ผม Copy และนำมาวางเลย ไม่ได้เรียบเรียงหรือแต่งเติมข้อความใด ๆ อ่านแล้ว Bard เขาตอบได้ดีนะครับ


ทำอย่างไร ให้คนชอบดูดาว
ยังไม่จบครับ ผมลองถาม Bard ต่อว่าแล้ว ทำอย่างไร? ให้คนชอบดูดาว
Bard ตอบว่า การทำให้ใครสักคนชอบดูดาวนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เขาไม่ชอบดูดาว ดังนี้
  • หากเกิดจากความชอบส่วนตัว เราสามารถลองหากิจกรรมอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน เช่น พาไปเดินเล่นชมธรรมชาติ พาไปดูพิพิธภัณฑ์หรือนิทรรศการเกี่ยวกับดาราศาสตร์ หรือพาไปดูภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับดาราศาสตร์ เป็นต้น เมื่อเขาเริ่มมีความสนใจในสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ก็อาจเริ่มสนใจการดูดาวไปด้วย
  • หากเกิดจากสภาพแวดล้อม หากเขาอาศัยอยู่ในเมืองหรือพื้นที่ที่มีแสงไฟส่องสว่างมาก เราสามารถพาเขาไปดูดาวในที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิท เช่น อุทยานแห่งชาติ ทะเล หรือสถานที่ห่างไกลจากเมือง ให้เขาได้สัมผัสกับความงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างเต็มที่
  • หากเกิดจากทัศนคติ เราสามารถลองเปลี่ยนทัศนคติของเขาให้ดูดาวเป็นเรื่องน่าสนใจและน่าตื่นเต้น เช่น เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับดาราศาสตร์หรือปรากฏการณ์ต่างๆ บนท้องฟ้าให้เขาฟัง หรือพาเขาไปดูดาวกับกลุ่มคนที่ชื่นชอบการดูดาวด้วยกัน เป็นต้น
นอกจากนี้ เรายังสามารถทำสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้เพื่อช่วยให้ใครสักคนชอบดูดาวมากขึ้น
  • เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปดูดาว แนะนำให้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดาราศาสตร์หรือปรากฏการณ์ต่างๆ บนท้องฟ้าคร่าวๆ เพื่อให้สามารถเข้าใจและมองเห็นสิ่งต่างๆ บนท้องฟ้าได้มากขึ้น
  • เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดูดาวคือช่วงเวลาที่ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีแสงรบกวน เช่น ช่วงกลางคืนหรือช่วงฤดูหนาว
  • เลือกสถานที่ที่เหมาะสม สถานที่ที่ดีที่สุดในการดูดาวคือสถานที่ที่ห่างไกลจากแสงไฟรบกวน เช่น อุทยานแห่งชาติ ทะเล หรือสถานที่ห่างไกลจากเมือง
  • พกอุปกรณ์ที่จำเป็น อุปกรณ์ที่จำเป็นในการดูดาว ได้แก่ กล้องส่องทางไกลหรือกล้องโทรทรรศน์ แผนที่ดาราศาสตร์ หรือแอปพลิเคชันดูดาว
  • พกอาหารและเครื่องดื่ม อย่าลืมพกอาหารและเครื่องดื่มไปรับประทานระหว่างดูดาว เพื่อป้องกันความหิวและกระหาย
หากเราทำสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง ก็อาจทำให้ใครสักคนชอบดูดาวมากขึ้นได้


AI นี้ เก่งจริง ๆ นะครับ ผมจะลองตามที่ Bard เขาแนะนำดู เผื่อได้เพื่อนมาดูดาวด้วยกัน
 
ส่วนใครที่ชอบดูดาว แต่ครอบครัวและเพื่อน ๆ ไม่ค่อยชอบ ก็ลองทำตามคำแนะนำของ Bard AI ดู เผื่อการดูดาวครั้งหน้า พวกเขาจะได้ไปด้วยกันกับเรา

**************************
เขียนโดย
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
13 พ.ย.2566





วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ดาวปีศาจแห่งฤดูหนาว

ในช่วงฤดูหนาวนี้ จะมีดาวดวงหนึ่งที่เปล่งแสงวููบวาบดูคล้ายกับดวงตาของปีศาจ จะปรากฏโฉมให้พวกเราเห็นตั้งแต่หัวค่ำ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในกลุ่มดาวเพอร์ซีอุส ดาวดวงนี้มีตำนานมากมายที่เล่าขานสืบต่อกันมา


ดาวปีศาจดวงนี้ ขื่อว่า อัลกอล (Algol) อยู่ในกลุ่มดาวเพอร์ซีอุส (Perseus) ซึ่งเป็นกลุ่มดาวขนาดใหญ่เป็นลำดับ 24 ในซีกโลกเหนือ มีดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุด 20 ดวง จากทั้งหมด 161 ดวง ดาวที่มีความสว่างมากที่สุดคือ ดาว Mirfak มีวัตถุท้องฟ้าในห้วงอวกาศลึก (DSO) จากแคตตาล็อกของ Messier, New General Catalog (NGC) และ Index Catalog (IC ) ที่สว่างพอสังเกตได้อย่างน้อย 20 แห่ง จาก 152 แห่ง 


เรื่องราวของกลุ่มดาวเพอร์ซีอูสตามตำนานเทพปกรณัมกรีก น่าสนุกและมีมุมมองให้ชวนคิด เช่น เมดูซ่า เป็นปีศาจร้ายหรือเหยื่อ เพอร์ซีอุสเป็นวีรบุรุษจริงหรือ แล้วทำไม "อัลกอล" ต้องกลายเป็นดาวปีศาจ น่าจะเป็นดาวแห่งความอยุติธรรมเสียมากกว่า ตำนานเรื่องเล่าต่าง ๆ บางครั้งก็ตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง 
  

ภาพจินตนาการกลุ่มดาวเพอร์ซีอุส ของชาวกรีกเป็นภาพที่โหดร้าย เป็นภาพที่ เพอร์ซีอุสถือดาบมือขวา (บางภาพก็ถือโล่) มือซ้ายหิ้วหัวของปีศาจร้ายเมดูซ่า และดาวอัลกอ (Algol) ก็คือ ตำแหน่งตาข้างขวาของเมดูซ่า นั่นเอง ดาวอัลกอ จึงได้ฉายาว่า ดาวปีศาจ (Demon Star) และด้วยแสงที่วูบวาบของมันก็จะดูคล้ายกับปีศาจกำลังกระพริบตา

ดาวอัลกอ (Algol) ก็คือ ตำแหน่งตาข้างขวาของหัวปีศาจเมดูซ่า

เมดูซ่า เป็นปีศาจหรือเหยื่อ
หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของ เมดูซ่า (Medusa) มาบ้างว่า เป็นปีศาจที่น่ากลัวที่มีผมเป็นงู ถ้าใครมองหน้าเธอจะกลายเป็นหินในทันที จริง ๆ แล้วก่อนที่เธอจะเป็นเช่นนั้น ขอนำเรื่องเล่าย่อ ๆ ที่รวบรวมมาให้อ่าน ดังนี้ 

Medusa
ที่มาของภาพ (Plook Magazine. 2564)

กอร์กอน  เป็นอสูรกายน่าเกลียดน่ากลัว มีผมเป็นงู มีด้วยกันสามพี่น้อง ได้แก่  เมดูซ่า สเธโน และยูริอาลี เป็นลูกสาวของเทพแห่งท้องทะเลฟอซิส และนางซีโต เกิดที่ใต้ภูเขาโอลิมปัส เดิมทีทั้งสามคนเป็นเทพธิดารูปงามและอ่อนโยน มีเส้นผมที่สวยงามดุจเส้นไหมทอง มีความบริสุทธิ์เป็นพรหมจารีย์ เป็นหญิงรับใช้ในวิหาร อะธีน่า (Athena) เทพีแห่งสติปัญญาและสงคราม บุตรีของเทพซูส (Zeus) 

ต่อมาเมดูซ่าถูก โพไซดอน (Poseidon) เทพแห่งท้องทะเล บุกเข้าไปข่มขืนเธอในวิหารศักดิ์สิทธิ์ของอะธีน่า ด้วยความที่อะธีน่าเกลียดชังและอิจฉาในความสวยของเมดูซ่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อะธีน่าจึงประกาศให้ทุกคนในเมืองรู้ว่า "เมดูซ่าถูกขโมยพรหมจรรย์ที่กลางวิหารศักดิ์สิทธิ์ของเธอ"

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้เมดูซ่าไม่สามารถอยู่ในวิหารได้อีกต่อไป เธอยังถูกขับไล่ให้ออกจากเมือง ก่อนออกจากเมือง เทพีอะธีน่าได้สาปเธอให้กลายเป็นปีศาจครึ่งคนครึ่งงู จากผิวพรรณที่ขาวเนียน กลับกลายเป็นผิวแห้งเหี่ยว และมีเกล็ดขึ้นคล้ายกับงู หน้าตาตกสะเก็ด มีเขี้ยวออกมาคล้ายงู แต่สิ่งที่น่าสงสารที่สุดก็คือ "ผมของเธอที่เคยสวยราวกับเส้นไหมทอง กลายเป็นงูนับพันเลื้อยยั้วเยี้ยเต็มหัว และหากใครมองไปที่ใบหน้าของเมดูซ่าแล้วจ้องไปที่ดวงตาของเธอ คนนั้นก็จะถูกสาปให้กลายเป็นหิน ! ทันที"

เมดูซ่าทั้งโศกเศร้า อับอาย และน้อยใจในความอยุติธรรม เธอตั้งใจรักษาพรหมจารีย์ แต่กลับถูกข่มขืนย่ำยีโดยเทพผู้ชาย ความอับอายกลายเป็นความแค้นและความเกลียดชัง จนเมดูซ่าทำลายทุกชีวิตที่ขวางหน้า ทุกคนที่มองหน้านางก็จะกลายเป็นหินไปหมด เมดูซ่าได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นอสูรกายที่ร้ายกาจที่สุดในตำนานกรีก 

เพอร์ซีอุส เป็นวีรบุรุษ จริงหรือ
เพอร์ซีอุส (Perseus) ซึ่งลูกครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ของเทพซุส และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเทพีอะธีน่า รับอาสาจะฆ่าเมดูซ่าอสูรร้าย และตัดหัวไปมอบเป็นของขวัญแด่กษัตริย์ Polydectes แห่ง Seriphos จึง
ได้เดินทางมาขออาวุธจากเหล่าทวยเทพ เพื่อไปฆ่าเมดูซ่า
 
เหล่าทวยเทพช่วยเพอร์ซีอุส โดย เทพีอะธีน่า มอบโล่ทองสัมฤทธิ์ที่ส่องประกายราวกับกระจก เฮเฟสตัสมอบดาบเพชร เฮอร์มีส (Mercury) มอบรองเท้าแตะมีปีก ส่วนฮาเดส (Pluto) มอบหมวกแห่งความมืดเพื่อให้เพอร์ซีอุสสวมใส่ ซึ่งจะทำให้เมดูซ่ามองไม่เห็นเขา 

เพอรืซีอุส เดินทางไปยังเกาะอันไกลโพ้นที่เมดูซ่าอาศัยอยู่ ในที่สุดเพอร์ซีอุส ก็สามารถฆ่าและตัดหัวของเมดูซ่า นำกลับมาได้สำเร็จ หัวของเธอยังถูกใช้นำไปสาปผู้คนอีกหลายชีวิตที่เป็นศัตรูกับทวยเทพให้กลายเป็นหิน สุดท้ายเพอร์ซีอุส ก็มอบหัวเมดูซ่าให้เทพีอะธีน่า ประดับไว้บนโล่ของเธอเอง เพื่อความน่าเกรงขาม และเป็นการบ่งบอกว่า เธอเป็นคนช่วยให้เพอร์ซีอุสฆ่าเมดูซ่าได้สำเร็จ 

อะธีน่า (Athena) เทพีแห่งสติปัญญาและสงคราม

Algol ดาวปีศาจ
อัลกอลเป็นดาวฤกษ์ระบบดาว 3 ดวง (อัลกอล A,B และ C) เป็นดาวแปรแสงรูปร่างทรงกลม ที่ได้รับความนิยม บนท้องฟ้ายามค่ำคืนสำหรับนักดาราศาสตร์สมัครเล่นจำนวนมาก ในภาษาอาหรับ อัลกอล แปลว่า หัวปีศาจ


ดาวอัลกอล เป็นดาวแปรแสง มีความสว่างปรากฏ (Mag) ระหว่าง 2.12-3.5 เป็นดาวต้นแบบในกลุ่มดาวฤกษ์คราสคู่  (eclipsing binary stars) ที่เรียกว่า '‘Algol Variables"  การมีความสว่างขึ้นและสลัวลง นี้ ทำให้นักดูดาวในยุคแรก ๆ ที่เห็นพฤติกรรมแปลก ๆ ของมัน ก็จินตนาการว่าเป็นการกระพริบตาของปีศาจ ประกอบกับตำนานของเทพเจ้ากรีกก็มีเรื่องราวของปีศาจเมดูซ่าที่ถูกตัดหัวโดยเพอร์ซีอุส ดาวดวงนี้ จึงกลายเป็นส่วนหัวของปีศาจเมดูซ่าไป  และใครที่เป็นแฟนหนังแบทแมน ก็จะเคยรู้จัก Ra's al Ghul ศัตรูตัวร้ายที่เป็นหัวหน้าปีศาจ ซึ่ง Al Ghul มีรากศัพท์มาจาก Algol นี่เอง

ดาวอัลกอล A และ B หมุนรอบกัน
เวลาดูจากโลกจะเหมือนดวงตาปีศาจวูบวาบ

ดาวแห่งการวิงวอน 
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเมดูซ่า สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการข่มขืนที่เกิดขึ้นในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่  ผู้หญิงซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำมักจะถูกมองว่าเป็นฝ่ายผิด  แต่ในสมัยปัจจุบันเริ่มมีกระแสแนวคิดเกี่ยวกับสตรีนิยม (Feminist) เริ่มพูดถึงเรื่องนี้กันมากขึ้น  โดยยกกรณีของเมดูซ่าขึ้นมาเป็นตัวอย่าง ว่ามันเป็นความไม่ยุติธรรม เธอเป็นเหยื่อของความไม่เท่าเทียมทางเพศ  ต่อมาจึงเริ่มมีการสร้างรูปปั้น "เมดูซ่าหิ้วหัวเพอร์ซีอุส" ขึ้นมาเพื่อต้องการแสดงถึงความเท่าเทียมทางเพศของผู้หญิงและผู้ชาย 

รูปปั้นเมดูซ่าหิ้วหัวเพอร์ซีอุส (ภาพขวา)
ที่ถูกปั้นขึ้นมาแสดงความเท่าเทียมทางเพศ
รูปปั้นเพอร์ซีอุสหิ้วหัวเมดูซ่า (ภาพซ้าย)

ดาวปีศาจ ดวงนี้ ในความเห็นส่วนตัวแล้วน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น "ดาวแห่งการวิงวอน"  ที่ส่องแสงวูบวาบเหมือนสัญญาณเตือนเพื่อร้องขอความยุติธรรมต่อสังคมที่กล่าวหาว่า เมดูซ่าเป็นปีศาจ พยายามสร้างตำนานขานไขให้เธอเป็นอสูรชั่วร้าย แถมเอาศีรษะของเธอหิ้วประจานไว้บนท้องฟ้าให้คนทั้งโลกได้เห็น ดวงตาปีศาจคู่นั้น มันคือดวงตาแห่งการวิงวอน มากกว่าดวงตาแห่งความชั่วร้าย

การหาดาว Algol  
ในฤดูหนาวนี้ ดาว Algol จะขึ้นตั้งแต่หัวค่ำทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ในกลุ่มดาว Perseus หากโทรศัพท์มือถือของใครที่มีแอปพลิเคชั่นแผนที่ดาวแล้วก็พิมพ์ว่า Algol แล้วค้นหาตำแหน่งได้เลย 

ในภาพด้านบนเป็นเวลา 19:39 น. ของวันที่ 10 พ.ย.2566 เริ่มสังเกตจากกลุ่มดาวลูกไก่ ในกลุ่มดาววัว ไปทางซ้ายบน  จะพบดาวสว่าง 3 ดวงในกลุ่มดาวเพอร์ซีอุส คือ ดาว Mirfak (ดาวสว่างที่สุดในกลุ่ม) และ ดาว Algol (ตาข้างขวา) กับ ดาว Gorgonea Terti (ตาข้างซ้าย) ของเมดูซ่า

ขอให้สนุกกับการดูดาวปีศาจแห่งฤดูหนาวนะครับ

*****************************
รวบรวม เรียบเรียง และแปล โดย
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ชมรมดาราศาสตร์และมวลเมฆ จ.ราชบุรี
10 พ.ย.2566

ที่มาข้อมูล
  • Brian ventrudo. (2561). Algol, the “Demon Star”. [Online]. Available : https://cosmicpursuits.com/2270/algol-demon-star/. [2566 พฤศจิกายน 9].
  • Plook Magazine. (2564). "เมดูซ่า" เหยื่อของอำนาจทางเพศที่ถูกมองข้าม. [Online]. Available : https://www.trueplookpanya.com/plookfriends/blog/  content/detail/88639. [2566 พฤศจิกายน 8].
  • The Planets. (2566). The Algol Star – Features and Facts About The Demon Star. [Online]. Available : https://theplanets.org/stars/the-algol-star/.    [2566 พฤศจิกายน 9].
  • Bruce McClure. (2566). Algol the Demon Star of Perseus. [Online]. Available : https://earthsky.org/brightest-stars/algol-the-demon-star/.          [2566 พฤศจิกายน 9].
  • Richard J.Kerk-Hecker. (2566). The People's Guide To The Cosmos. [Online]. Available : https://www.peoplesguidetothecosmos.com/ constellations/perseus.htm. [2566 พฤศจิกายน 10].

ท้องฟ้ามืด! ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเมืองต้องมืดตามไปด้วย (Dark sky not dark ground)

ผมพยายามพูดคุยเรื่อง "ท้องฟ้ามืด" กับ "มลพิษทางแสง"  ให้คนรอบ ๆ   ตัวฟัง เขาก็ฟังตามมารยาท ไม่ค่อยให้ความสนใจและรู้สึก...